เลือดสามสี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เลือดสามสี
สร้างโดยทีวีซีน
เขียนโดยเพ็ญศรี
กำกับโดยณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์
แสดงนำไชยา มิตรชัย
เพชรดา เทียมเพ็ชร
วราวุธ บูรพาชยานนท์
สโรชา วาทิตตพันธ์
รอน บรรจงสร้าง
รัญญา ศิยานนท์
ดนตรีเปิดเรื่องแค่นี้ - นันทกานต์ ฤทธิวงศ์
ดนตรีปิดทำไม - นันทกานต์ ฤทธิวงศ์
ประเทศแหล่งกำเนิดไทย
ภาษาต้นฉบับไทย
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่องสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

เลือดสามสี เป็นละครโทรทัศน์ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เป็นบทประพันธ์ของ เพ็ญศรี บทโทรทัศน์โดย ภควดี แสงเพชร นำแสดงโดยไชยา มิตรชัย เพชรดา เทียมเพ็ชร ออกอากาศทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 19.00 น. เริ่มตอนแรกในปี พ.ศ. 2548[1]

เรื่องย่อ[แก้]

ปมุต (รอน บรรจงสร้าง) และ เรืองอุไร (รัญญา ศิยานนท์) มีลูกชายด้วยกันสามคน คือ คณิน (วราวุธ บูรพชยานนท์) ชานนท์ (ไชยา มิตรชัย) และนฤนาท (พงค์พิพัฒน์ คงนาค) โดยที่คณินนั้นเป็นคนเรียนเก่ง ไม่เคยทำให้นายปมุตผู้เป็นพ่อต้องผิดหวัง ทำให้เป็นลูกรักของพ่อ ในขณะที่ชานนท์นั้นเป็นลูกชัง เพราะในวันที่ชานนท์เกิด ธุรกิจของปมุตได้ล้มละลาย นายปมุตจึงคิดว่าชานนท์เป็นตัวซวย อีกทั้งชานนท์เป็นคนที่เรียนไม่เก่ง ยิ่งทำให้ปมุตเกลียดชานนท์ขึ้นไปอีก แต่ชานนท์นั้นมีความสนใจในเรื่องของเครื่องยนต์กลไกต่างๆ ส่วนนฤนาทนั้นก็เป็นเพศที่สาม ซึ่งต้องปกปิดไม่ให้พ่อรู้ ทุกครั้งที่ชานนท์โดนพ่อดุด่า หรือทำร้ายมา ก็จะได้รับกำลังใจจาก ตุลยา (เพชรดา เทียมเพ็ชร) หรือติ๊ก เพื่อนสนิท ซึ่งเป็นลูกสาวของร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าแถวบ้าน โดยที่ติ๊กนั้นมีใจให้กับชานนท์อยู่

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อคณินสามารถเข้าศึกษาต่อคณะแพทยศาสตร์ได้ ปมุตได้ซื้อมอเตอร์ไซค์ให้เป็นรางวัลกับคณิน แต่วันหนึ่งชานนท์ได้ขี่มอเตอร์ไซค์พาแม่ไปซื้อของที่ตลาด และเกิดอุบัติเหตุ จากอุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้เรืองอุไรผู้เป็นแม่ต้องตาบอด ทำให้ปมุตโกรธชานนท์มาก และชานนท์ได้หนีออกจากบ้านไป ด้วยความเสียใจที่ทำให้แม่ตาบอด ชานนท์ได้คิดจะไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย แต่ก็ได้ ธเนศ (กษมา นิสสัยพันธ์) หนุ่มนักธุรกิจเข้ามาช่วยห้ามไว้และพูดเตือนสติจนชานนท์คิดได้ หลังจากนั้นชานนท์จึงได้ไปอยู่ที่ร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าของติ๊ก และฝึกฝนฝีมือต่างๆ จนเก่ง

ต่อมา ปมุตเห็นว่านฤนาทไปเดินแบบที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ทำให้รู้ว่านฤนาทเป็นเพศที่สาม ทำให้ปมุตไม่พอใจมาก ถึงขั้นขังนฤนาทไว้ในห้อง ทำให้ในเวลานั้น สำหรับปมุตแล้ว เหลือคณินแค่คนเดียวที่ยังเป็นลูกที่ดีสุด แต่ลูกที่ดีที่สุดก็กลับทำให้ปมุตต้องผิดหวังอย่างที่สุด เมื่อคณินไปทำ มธุกร (สโรชา วาทิตตพันธ์) แฟนสาวที่ปมุตไม่ชอบท้อง ซึ่งเมื่อมธุกรมาบอกคณิน แต่ได้เกิดความเข้าใจผิดเพราะปมุต ทำให้มธุกรคิดว่าคณินไม่ยอมรับตนและลูกในท้อง มธุกรเสียใจมาก แต่ต่อมานฤนาทก็ได้ช่วยให้มธุกรได้ไปอยู่ที่บ้านของบรรจบ (ญาณี ตราโมท) พี่ชายของปมุตซึ่งเป็นลุง ที่อาศัยกับภรรยาเพียงสองคน และหลังจากนั้นไม่นาน นฤนาทก็ได้ย้ายตามมาอยู่ที่บ้านของลุงอีกคน

มธุกรคลอดลูกสาวออกมา ระหว่างนั้น ก็ได้รับความช่วยเหลือจากทั้งชานนท์และนฤนาทที่ต่างก็ทำงานมีเงินเดือนกันแล้ว และในวันหนึ่ง นฤนาทก็ได้พาคณินมาดูหน้าลูกของเขาพร้อมกับปรับความเข้าใจกับมธุกร ที่สุดแล้ว คณินก็ตัดสินใจที่จะออกจากบ้านมาอยู่กับลูกเมียของเขา นั่นทำให้ปมุตเสียใจและผิดหวังอย่างที่สุด ถึงขั้นตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับลูกทั้งสามคน หลังจากนั้นมา ปมุตก็เอาแต่ดื่มสุราจนเมามาย

วันเวลาผ่านไป ชานนท์ได้คิดประดิษฐ์เครื่องเตือนภัยจากความร้อนสำหรับคนตาบอด เพราะเคยเห็นแม่ของตนไปแตะโดนกาน้ำร้อนโดยที่มองไม่เห็น และได้ร่วมกับบริษัทของธเนศผลิตสินค้าออกมา และมีบริษัทต่างชาติสนใจขอสั่งซื้อสินค้า แต่ในตอนนั้นเอง ไพศาล (ชัชวาล เพชรวิศิษฐ์ ) รุ่นพี่ของติ๊กที่ชอบดูถูกชานนท์ได้ลอกเลียนแบบเครื่องเตือนภัยนี้ขึ้นมา ทำให้สองบริษัทได้มีการจัดการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องขึ้น ในขณะเดียวกันนั้น พ่อของติ๊กได้เอาหนังสือธรรมะที่เกี่ยวกับพ่อมาให้ปมุตอ่าน ทำให้ปมุตเริ่มเข้าใจสัจธรรม และคิดได้ว่าตนควรจะปฏิบัติตัวเป็นพ่อในแบบไหน ในวันนั้นปมุตได้แอบมาดูการทดสอบประสิทธิภาพนั้นด้วย ซึ่งผลปรากฏว่าชานนท์ชนะ และเมื่อไพศาลจะเข้ามาเอาเรื่องชานนท์ คณินและนฤนาทก็เข้ามาปกป้อง ทำให้ปมุตดีใจที่เห็นลูกทั้งสามคนรักและสามัคคีกัน

ต่อมา สามพี่น้องได้กลับไปขอขมาพ่อ โดยที่คณินได้พาลูกเมียไปด้วย ซึ่งปมุตให้อภัยคณินและนฤนาท แต่ยังคงเกลียดชานนท์อยู่ แต่แล้วในวันนั้นเอง ปมุตก็มีอาการโรคหัวใจกำเริบ ต้องส่งโรงพยาบาล ชานนท์ได้พูดความในใจกับนายปมุตโดยคิดว่านายปมุตหลับอยู่ แต่แท้จริงแล้วปมุตได้ยินทุกอย่าง ในวันต่อมา ชานนท์ต้องเข้าพิธีเซ็นสัญญากับบริษัทต่างชาติ และปมุตก็ได้มาในวันนั้นด้วย สองพ่อลูกได้ปรับความเข้าใจกันในที่สุด

ชานนท์พาเรืองอุไรไปหาหมอเพื่อรักษาอาการตาบอด ทำให้พบว่าเรืองอุไรหมดโอกาสในการมองเห็นแล้ว เพราะประสาทตาเสียหายไปหมด และถึงแม้เรืองอุไรจะไม่ประสบอุบัติเหตุในคราวนั้นก็ต้องตาบอดอยู่ดี ทำให้ปมุตยิ่งรู้สึกผิดที่โทษชานนท์มาตลอดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เรืองอุไรตาบอด

ท้ายที่สุดแล้ว ชานนท์ได้ซื้อบ้านใหม่ และทุกคนในครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

รายชื่อนักแสดง[แก้]

นักแสดงรับเชิญ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]