เลอบรอน เจมส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เลอบรอน เจมส์
ตำแหน่งพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด
ฉายาKing James, The Heir Apparent, LBJ, The Chosen One
ส่วนสูง2.06 เมตร (6 ฟุต 9 นิ้ว)
น้ำหนัก250 ปอนด์ (114 กก.)
ทีมLA Lakers
สัญชาติ  สหรัฐ
วันเกิด30 ธันวาคม ค.ศ. 1984 (36 ปี)
อะครอน รัฐโอไฮโอ
ไฮสคูลSt. Vincent - St. Mary HS
Akron, Ohio
ดราฟท์ลำดับที่ 1, 2003
คลีฟแลนด์ คาวาเลียส์
เล่นระดับอาชีพ2003–ปัจจุบัน
รางวัล4 × NBA แชมป์ (2012, 2013, 2016, 2020)

4 × NBA Finals MVP (2012, 2013, 2016, 2020) 4 × MVP ฤดูกาลปกติ (2009, 2010, 2012, 2013) 16 × NBA All-Star (2005–2020) 3 × NBA All-Star เกม MVP (2006, 2008, 2018) 12 × All-NBA First Team (2006, 2008–2018) 2 × All-NBA Second Team (2005, 2007) All-NBA Third Team (2019) 5 × NBA All-Defensive ทีมแรก (2009–2556) NBA All-Defensive Second Team (2014) ผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี (2004) NBA All-Rookie ทีมแรก (2004) แชมป์เอ็นบีเอให้คะแนน (2551) รางวัลการเป็นพลเมืองที่ดีของ J. Walter Kennedy (2017) นักกีฬา 3 × AP แห่งปี (2013, 2016, 2018) 2 × Sports Illustrated นักกีฬาแห่งปี (2012, 2016) นักกีฬาบาสเกตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปีของสหรัฐอเมริกา (2012) 2 × Mr. Basketball USA (2002, 2003) ไนสมิ ธ ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี (2546) McPall All-American Game MVP (2003) 2 ×First Team All-American (2002, 2003)

3 ×มิสเตอร์บาสเก็ตบอลโอไฮโอ (2001-2003)
ตัวแทนRich Paul

เลอบรอน เรย์มอน เจมส์ ซีเนียร์( LeBron Raymone James Sr.) เกิดเมื่อ 30 ธันวาคม ค.ศ. 1984 ที่เมือง Akron รัฐโอไฮโอ เป็นนักบาสเกตบอล NBA สังกัดทีม ลอสแอนเจลิสเลเกอส์ ในปัจจุบัน เขาได้รับการยกย่องโดยทั่วไปว่าเป็นผู้เล่น NBA ที่ดีที่สุดในปัจจุบันรวมถึงการเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬาบาสเกตบอล เขาเป็นผู้เล่นคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ทำสถิติคว้าแชมป์เอ็นบีเอกับสามทีมในฐานะผู้เล่นทรงคุณค่ายอดเยี่ยมในรอบชิงชนะเลิศ ตลอดการเล่นอาชีพของเขา เขาคว้าแชมป์เอ็นบีเอ 4 สมัย ได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าประจำฤดูกาล (MVP) 4 สมัย และ ผู้เล่นทรงคุณค่าในรอบชิงชนะเลิศอีก 4 สมัย รวมถึงการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกร่วมกับทีมชาติสหรัฐ 2 สมัย เจมส์เป็นเจ้าของสถิติเป็นผู้เล่นที่ทำคะแนนรวมในอาชีพสูงที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ตลอดกาลของเอ็นบีเอ เป็นรองเพียง คารีม อับดุล-จับบาร์ และ คาร์ล มาโลน และ ติดทีมออลสตาร์จำนวน 17 สมัย และ ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกมส์ออลสตาร์ 3 สมัย

เจมส์เป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์และความสามารถหลากหลายมากที่สุดคนหนึ่งในเอ็นบีเอ มีความสูง 6 ฟุต 8 นิ้ว (203 ซม.) และหนัก 252 ปอนด์ (หนัก 245 ปอนด์เมื่อตอนดราฟคัดตัว) ถึงแม้ว่าจะเล่นในตำแหน่งสมอลฟอร์เวิร์ดเป็นหลัก เจมส์ยังสามารถเล่นตำแหน่งพอยท์การ์ด และชู้ตติ้งการ์ดได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย เจมส์มีสายตาที่ดี และ ทักษะในการส่งลูกดีมาก รวมทั้งการแย่งลูกให้ผู้เล่นอื่นได้เล่น ทำให้ผู้คนมักเปรียบเทียบเขากับแมจิก จอห์นสัน และเปรียบเทียบทักษะทางด้านกีฬาและความสามารถในการทำคะแนนกับไมเคิล จอร์แดน

เจมส์เริ่มสร้างชื่อเสียงขึ้นมาเมื่อเล่นให้กับทีมคลีฟแลนด์ แควาเลียส์ และ สามารถพาทีมเข้าชิงชนะเลิศเอ็นบีเอได้ในปี 2007 ก่อนจะพ่ายให้แก่ ซานแอนโตนีโอ สเปอร์ส เจมส์ได้ย้ายไปร่วมทีม ไมอามี ฮีทในปี 2010 ก่อนจะคว้าแชมป์เอ็นบีเอสองสมัยแรกของตนเอง ในปี 2012 และ 2013 โดยเขายังได้รับรางวัล MVP ในฤดูกาลปกติและ Final MVP ในรอบชิงชนะเลิศในสองฤดูกาลดังกล่าว ภายหลังจากสิ้นฤดูกาล 2014 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ 4 ของเขากับฮีท เจมส์ได้ย้ายกลับไปร่วมทีมคลีฟแลนด์แควาเลียส์ทีมเก่าซึ่งเขามีความผูกพันมายาวนาน ในปี 2016 เจมส์ได้พาแควาเลียส์คว้าแชมป์ได้โดยการเอาชนะ โกลเดน สเตท วอริเออร์ หลังจากที่ตกเป็นรองซีรีย์ไปก่อนถึง 3-1 เกมส์ ในปี 2018 เจมส์ได้ยกเลิกสัญญาของตนเองเพื่อย้ายไปร่วมทีมลอสแอนเจลิสเลเกอส์ ก่อนจะพาทีมเป็นแชมป์ในปี 2020 ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ในอาชีพของเจมส์รวมทั้งได้รับรางวัล MVP ในรอบชิงชนะเลิศเป็นสมัยที่ 4

ระดับไฮสกูล[แก้]

เจมส์เล่นบาสเกตบอลในระดับไฮสกูล (ระดับการศึกษามัธยมปลายสี่ปีของสหรัฐอเมริกา) ที่ St. Vincent-St. Mary High School/หรือIRISH/ ในเมืองAkron โอไฮโอ โดยเล่นในตำแหน่งพอยท์การ์ด ปีนั้นทีมทำสถิติชนะรวด 27 นัดโดยไม่แพ้เลย และได้เป็นแชมป์ของรัฐ ปีต่อมาเขาทำได้เฉลี่ย 27.8 แต้ม 7.5 รีบาวด์ 5.9 แอสซิสต์ และ 4 สตีล ได้แชมป์อีกสมัย และยังได้ถูกเลือกเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลยอดเยี่ยมในตำแหน่ง "Mr. Basketball" ของรัฐโอไฮโอ และ "All-USA First Team" ของหนังสือพิมพ์ USA Today

ปีที่สามถึงแม้ว่าเจมส์ทำได้ 29.7 คะแนน และ 8.4 รีบาวด์ และได้รับเลือกเป็น Mr. Basketball และ All-USA First Team อีกครั้ง ช่วงนี้เองที่เจมส์ได้รับฉายาว่า คิงเจมส์ (King James) แต่ทีมไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ เจมส์พยายามขอเข้าดราฟในเอ็นบีเอโดยการส่งจดหมายไปบอกทางเอ็นบีเอว่าเขาจะเหนือกว่า GOAT เหนือกว่าทุกคน แต่ก็ได้ถูกปฏิเสธเนื่องจากกฎที่ว่าผู้เล่นต้องจบไฮสกูลถึงจะทำการคัดตัวได้ การเรียกร้องดังกล่าวทำให้เขาได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก เจมส์ได้ปรากฏบนนิตยสารหลายฉบับ มีบุคคลมีชื่อเข้าชมเกมที่เขาเล่น และหลายเกมก็ถูกถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ปีนั้นทีมไฮสกูลของเจมส์ก็ได้แชมป์อีกครั้ง เขาได้เข้าร่วมเล่นในเกมออลสตาร์ (all-star) ต่าง ๆ และได้รับตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) นอกเหนือจาก Mr. Basketball และ All-USA First Team

ระดับเอ็นบีเอ[แก้]

เจมส์ ถูกคัดเลือกเป็นคนแรกในดราฟปี 2003 โดยทีมคลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ เขาได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากถึงกับได้เซ็นสัญญารองเท้ากับไนกี (Nike) มูลค่า 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐก่อนที่จะเล่นในเอ็นบีเอเกมแรกด้วยซ้ำ และเขาก็ไม่ทำให้แฟนผิดหวังเมื่อทำได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล 20.9 แต้ม 5.4 รีบาวด์ 5.9 แอสซิสต์ และได้รับรางวัลผู้เล่นใหม่ยอดเยี่ยม (Rookie of the Year) แต่ทีมก็ไม่ได้เข้าเล่นในเพลย์ออฟ

เลอบรอน เจมส์ เป็นเพื่อนสนิทกับ CARMELO ANTHONY จากทีม เดนเวอร์ นักเก็ต และ DWYANE WADE จากทีม ไมอามี ฮีท ปี 2003 ช่วงหมดฤดูกาลเขาเข้าร่วมเล่นในทีมโอลิมปิกของสหรัฐอเมริกาที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ จากทักษะที่ได้เรียนรู้ในฤดูกาลต่อมาเจมส์เป็นคนแรกที่ทำ 10 คะแนน 10 รีบาวด์ และ 10 แอสซิสต์ (หรือ ทริปเปิล-ดับเบิล) ในเกมที่อายุน้อยที่สุด และทำคะแนน 50 แต้มในเกมเดียวที่อายุน้อยที่สุดอีกด้วย แต่ทีมคาวาเลียส์ก็ยังเข้ารอบเพลย์ออฟไม่ได้

ฤดูกาล 2005-06 คาวาเลียส์ได้ผู้เล่นใหม่มาเสริมทีมอาทิเช่น ลาร์รี ฮิวส์ (Larry Hughes) แฟนและนักข่าวต่างหวังว่าเจมส์จะสามารถนำทีมเข้าเพลย์ออฟได้ในปีนี้

ฤดูกาล 2009-10 ทีมคาวาเลียส์มีลุ้นได้แชมป์NBA PLAYOFF 2010 ซึ่งมีตัวเก่งอย่าง FORWARD ดาวรุ่ง เจเจฮิกสัน PG mo wililem แต่สุดท้ายก็แพ้ให้กับคู่ปรับร่วมสายอย่าง บอสตันเซลติก

ฤดูกาล 2010- 2011 เลอบรอน เจมส์ หมดสัญญากับทีมคลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ และได้เซ็นสัญญา 6 ปีกับทีม Miami Heat เช่นเดียวกับ Dwyane Wade และ Chris Bosh และ ฮีทได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเอ็นบีเอได้ก่อนจะพ่ายให้แก่ ดัลลัส แมฟเวอริกส์ ทีมของ เดิร์ก โนวิทซกี้

ฤดูกาล 2011 -2012 เจมส์คว้าแชมป์เอ็นบีเอสมัยแรกในอาชีพได้สำเร็จโดยการเอาชนะ โอกลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์ ในรอบชิงชนะเลิศ

ฤดูกาล 2012 - 2013 เจมส์พาฮีทป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ โดยสามารถเอาชนะ แซนอันโตนิโอ สเปอร์ส ในรอบชิงชนะเลิศ 4-3 เกมส์ โดย เรย์ อัลเลน ได้สร้างปาฏิหาริย์ยิงลูกสามคะแนนลงเพื่อตีเสมอให้กับทีมในเกมส์ที่ 6 ก่อนจะเอาชนะไปได้ และ ทำให้ฮีทได้เอาชนะซีรี่ย์ไปในที่สุด

ฤดูกาล 2013 - 2014 ไมอามี ฮีท ได้พ่ายในรอบชิงชนะเลิศและเสียแชมป์ให้แก่ แซนอันโตนิโอ สเปอร์ส

ภายหลังความพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศดังกล่าว เจมส์ได้กลับไปย้ายร่วมทีมเก่าของเขาคือ คาวาเลียส์ ในปี 2014 โดยให้เหตุผลว่าเขายังคงติดค้างทีมเก่าของเขาในการนำแชมป์มาสู่เมือง คลีฟแลนด์ เจมส์พาคาวาเลียส์เข้าชิงชนะเลิศได้ 4 ปี ติดต่อกันในปี 2015 - 2018 โดยเป็นการพบกับ โกลเดน สเตท วอริเออร์ ทุกครั้ง โดยสามารถพาทีมเป็นแชมป์ได้ 1 สมัยในปี 2016 และ พ่ายแพ้ให้แก่วอริเออร์ 3 ครั้ง โดยแชมป์ดังกล่าวยังถือเป็นแชมป์แรกของทีมกีฬาในเมืองคลีฟแลนด์ในรอบกว่า 52 ปี ต่อมาเจมส์ได้ย้ายร่วมทีมเลเกอร์สในปี 2018 และ พาทีมเป็นแชมป์ได้ในปี 2020 ถือเป็นแชมป์เอ็นบีเอสมัยแรกของทีมในรอบ 10 ปี ปัจจุบันเจมส์ยังคงลงเล่นกับทีมเลเกอร์สเป็นฤดูกาลที่ 3

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]