ข้ามไปเนื้อหา

เมฆมาเจลลันใหญ่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Large Magellanic Cloud
เมฆมาเจลลันใหญ่
ข้อมูลสังเกตการณ์ (ต้นยุคอ้างอิง J2000)
กลุ่มดาวกลุ่มดาวปลากระโทงแทง/กลุ่มดาวภูเขา
ไรต์แอสเซนชัน05h 23m 34s[1]
เดคลิเนชัน−69° 45.4[1]
ระยะทาง163,000 ปีแสง (49.97 กิโลพาร์เซก)[2]
ความส่องสว่างปรากฏ (V)0.13[1]
ลักษณะเฉพาะ
ประเภทSB(s)m[1]
มวล1×1010 (excluding dark matter), 1.38×1011[3] (including dark matter). M
จำนวนดวงดาว20 billion[4]
ขนาด9.86 kpc (32,200 ly)[1]
(diameter; 25.0 mag/arcsec2 B-band isophote)[5]
ขนาดที่ชัดเจน (V)10.75° × 9.17°[1]
ชื่ออื่น
LMC, ESO 56- G 115, PGC 17223,[1] Nubecula Major[6]

เมฆมาเจลลันใหญ่ (อังกฤษ: Large Magellanic Cloud, LMC) คือดาราจักรบริวารของทางช้างเผือก อยู่ห่างจากเราออกไปเพียงไม่ถึง 50 กิโลพาร์เซก (ประมาณ 160,000 ปีแสง) ถือเป็นดาราจักรที่อยู่ใกล้กับทางช้างเผือกเป็นอันดับที่สาม โดยมีดาราจักรแคระชนิดรีคนยิงธนู (ประมาณ 16 กิโลพาร์เซก) กับดาราจักรแคระสุนัขใหญ่ (ประมาณ 12.9 กิโลพาร์เซก) อยู่ใกล้กับศูนย์กลางของดาราจักรทางช้างเผือก เมฆมาเจลลันใหญ่มีมวลสมมูลประมาณ 1 หมื่นล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์ (1010 มวลดวงอาทิตย์) นั่นคือมีมวลเป็นประมาณ 1/10 เท่าของมวลของทางช้างเผือก เมฆมาเจลลันใหญ่เป็นดาราจักรที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ในกลุ่มท้องถิ่น โดยมีดาราจักรแอนดรอเมดา ทางช้างเผือก และดาราจักรไทรแองกูลัม เป็นดาราจักรขนาดใหญ่เป็นอันดับหนึ่ง สอง และสามตามลำดับ

โดยมากเมฆมาเจลลันใหญ่มักถูกพิจารณาว่าเป็นดาราจักรไร้รูปแบบ (ในฐานข้อมูลวัตถุพ้นดาราจักรขององค์การนาซา ระบุรหัสตามลำดับฮับเบิลให้แก่มันเป็น Irr/SB(s)m) อย่างไรก็ดีเมฆมาเจลลันใหญ่ก็มีโครงสร้างคล้ายคานที่บริเวณศูนย์กลาง ทำให้เชื่อได้ว่ามันอาจจะเคยเป็นดาราจักรชนิดก้นหอยมีคานมาก่อน ลักษณะอันไร้รูปแบบของเมฆมาเจลลันใหญ่อาจเป็นผลมาจากปฏิกิริยาน้ำขึ้นน้ำลงระหว่างตัวมันเองกับทางช้างเผือกและเมฆมาเจลลันเล็ก

เมฆมาเจลลันใหญ่ปรากฏบนท้องฟ้ายามกลางคืนเป็น "เมฆ" จาง ๆ อยู่ในทางซีกโลกใต้ บริเวณชายขอบระหว่างกลุ่มดาวปลากระโทงแทงกับกลุ่มดาวภูเขา

เมฆมาเจลลันใหญ่เป็นดาราจักรคู่กับเมฆมาเจลลันเล็ก ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตะวันตกประมาณ 20 องศา

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]


  1. 1 2 3 4 5 6 7 "NASA/IPAC Extragalactic Database". Results for Large Magellanic Cloud. สืบค้นเมื่อ 29 July 2022.
  2. Pietrzyński, G.; Graczyk, D.; Gieren, W.; และคณะ (March 2013). "An eclipsing-binary distance to the Large Magellanic Cloud accurate to two per cent". Nature (ภาษาอังกฤษ). 495 (7439): 76–79. arXiv:1303.2063. Bibcode:2013Natur.495...76P. doi:10.1038/nature11878. ISSN 0028-0836. PMID 23467166. S2CID 4417699.
  3. Erkal, Denis (2019). "The total mass of the Large Magellanic Cloud from its perturbation on the Orphan stream". Monthly Notices of the Royal Astronomical Society: Letters. 487 (2): 2685–2700. arXiv:1812.08192. doi:10.1093/mnras/stz1371.
  4. Dick, Steven J. (2019). Classifying the Cosmos: How We Can Make Sense of the Celestial Landscape. Astronomers' Universe (1st ed.). Cham: Springer International Publishing. ISBN 978-3-030-10380-4.
  5. De Vaucouleurs, Gerard; De Vaucouleurs, Antoinette; Corwin, Herold G.; Buta, Ronald J.; Paturel, Georges; Fouque, Pascal (1991). Third Reference Catalogue of Bright Galaxies. Bibcode:1991rc3..book.....D.
  6. Buscombe, William (1954). "The Magellanic Clouds". Astronomical Society of the Pacific Leaflets. 7 (302): 9. Bibcode:1954ASPL....7....9B. ISSN 0004-6272.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]