เฉลิม ทองตัน
เฉลิม ทองตัน | |
|---|---|
| เทศมนตรีเมืองภูเก็ต | |
| ดำรงตำแหน่ง พ.ศ. 2511 – พ.ศ. 2515 | |
| นายกสโมสรไลออนส์ภูเก็ต | |
| ดำรงตำแหน่ง พ.ศ. 2519 – พ.ศ. 2520 | |
| นายกสมาคมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ | |
| ดำรงตำแหน่ง Unknown – พ.ศ. 2522 | |
| ถัดไป | นายอาทร ต้องวัฒนา |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 30 มกราคม พ.ศ. 2467 จ.ภูเก็ต |
| เสียชีวิต | 7 มิถุนายน พ.ศ. 2545 (78 ปี) |
| ศาสนา | ศาสนาพุทธ |
| คู่สมรส | นางพร้อมจิต (สอจีด) ทองตัน (แซ่หนา) |
นายเฉลิม (ล่องซี) ทองตัน หรือ "นายหัวลา" หรือ "โกลา" ชื่อเรียกติดปากของชาวภูเก็ต ผู้เป็นปูชนียบุคคลของตระกูล "ทองตัน" ตระกูลใหญ่อีกตระกูลหนึ่งของเมืองภูเก็ต และเป็นบุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งแห่งประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต
ประวัติ
[แก้]นายเฉลิม ทองตัน เกิดเมื่อวันอังคารที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2467 ปีชวด ณ บ้านเลขที่ 21 ถนนเทพกระษัตรี ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เป็นบุตรของนายตันเฉ่งเกียด ทองตัน หรือ ขุนตันติวณิชกรรม นายเหมืองแร่ดีบุก (เกิดราว ๆ ปี พ.ศ. 2439-2444 ถึงแก่กรรม พ.ศ. 2484 สิริอายุ 40 ปีกว่า) กับนางซุ่ยโถ แซ่อ๋อง หรือ ปรางทอง ทองตัน (เกิดเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2449 ถึงแก่กรรม วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2539 สิริอายุ 90 ปี) และเป็นหลานของนายตันเซียวเซอะ หรือ ขุนชนานิเทศ
นายเฉลิม มีพี่น้องร่วมบิดา-มารดา 14 คน ได้แก่
- นางอุดมลักษณ์ งานทวี (ถึงแก่กรรม)
- นายเฉลิม ทองตัน (ถึงแก่กรรม)
- นางทัศนีย์ งานทวี
- นางสุรภี สฤษดิพันธุ์
- นายกิตติ ทองตัน (ถึงแก่กรรม)
- นางดุสิดา กีรติสุทธิโสภณ (ถึงแก่กรรม)
- นางสาวสะอาดศรี ทองตัน
- นายธนา ทองตัน (ถึงแก่กรรม)
- นางมณีรัตน์ พงษ์นริศร
- นายธาตรี ทองตัน (ถึงแก่กรรม)
- นายธนกิจ ทองตัน (ถึงแก่กรรม)
- นายธีระ ทองตัน
- นายสมศักดิ์ ทองตัน (ถึงแก่กรรม)
- นายสุทัศน์ ทองตัน
- นายธนิต ทองตัน
เมื่อขุนตันติวณิชกรรม (บิดาของนายเฉลิม) ผู้บุกเบิกกิจการเหมืองแร่ดีบุกในภูเก็ต[1] ถึงแก่กรรม เมื่อปี พ.ศ. 2484 ในวัยเพียง 40 กว่าปี ทำให้นายเฉลิมซึ่งเป็นลูกชายคนโต และมีพี่น้องอีก 14 คน จำเป็นต้องหยุดการเรียนจากสหพันธรัฐมาลายูอย่างกะทันหัน เพื่อสานต่อกิจการต่าง ๆ ของบิดา ตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี และนายเฉลิมต้องรับภาระหน้าที่สำคัญต่าง ๆ แทนบิดา เพื่อกอบกู้และเรียกร้องสิทธิ์ในทรัพย์สินและมรดกต่าง ๆ อันควรได้ของบิดา และดูแลน้อง ๆ ในวัยกำลังศึกษา
นายเฉลิมเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในสังคมทั้งในภาคราชการและภาคเอกชนของเมืองภูเก็ต และเคยได้ดำรงตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ มากมาย เคยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองภูเก็ตนานถึง 5 สมัย และเป็นเทศมนตรีเมืองภูเก็ตหลายสมัย เป็นนายกสมาคมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ นายกสโมสรไลออนส์ภูเก็ต และยังเป็นประธานสมาคมและชมรมต่าง ๆ อีกหลายแห่ง
ในบั้นปลายชีวิต นายเฉลิม ได้บำเพ็ญคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา โดยได้รับความไว้วางใจจากท่านเจ้าคุณเจ้าอาวาสวัดมงคลนิมิตร (วัดกลาง) แต่งตั้งให้เป็นกรรมการวัด ในตำแหน่ง "ไวยาวัจกร" ติดต่อกันมาหลายสมัย อีกทั้งยังเป็นประธานกรรมการ ประธานจัดงาน ของวัดต่าง ๆ อีกหลายแห่ง ในระยะหลัง นายเฉลิมเริ่มป่วย เดินไม่ค่อยสะดวก และมีอาการหายใจติดขัดด้วยเสมหะในปอดมาก นายเฉลิมได้ถึงแก่กรรมในเวลา 13:45 น. ของวันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2545 รวมอายุได้ 82 ปี[2]
การศึกษา
[แก้]จบการศึกษาระดับไฮสคูล จากโรงเรียนเซนต์เซเวีย เกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมเหมืองแร่
ตำแหน่งหน้าที่การงาน
[แก้]นายเฉลิมได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือสนับสนุนทางการศึกษาในพื้นที่รอบนอกที่ได้ไปประกอบการทำเหมืองอยู่ทั้งในเขตอำเภอถลาง และ อำเภอเมือง ช่วงนั้นโรงเรียนประชาบาลยังอยู่ในการดูแลของกระทรวงมหาดไทย และสำหรับในพื้นที่ตามเขตการศึกษาก็เป็นหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดที่จะต้องมีงบสนับสนุน นายเฉลิมมีวิธีการทำงานที่ค่อนข้างจะประหยัด คือเลี่ยงความฟุ่มเฟือยในบางรูปแบบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเป้าหมายที่ตั้งไว้
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 นายเฉลิมเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองภูเก็ต (ปัจจุบันเรียกว่า เทศบาลนครภูเก็ต[3]) หลายสมัย จนกระทั่งรับหน้าที่เป็นเทศมนตรีฝ่ายโยธา มีส่วนร่วมผลักดันในการพัฒนาสะพานหินในระยะหลัง ท่านมีความคิดโดยใช้เครื่องจักรสูบฉีดของเหมืองแร่ และได้สละเครื่องมือต่าง ๆ ให้เทศบาลใช้โดยไม่คิดมูลค่า เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถขยายเนื้อที่ได้กว้างขวางดังที่ปรากฏอยู่ ตีเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่าสิบล้านบาทในสมัยนั้น แทนที่จะนำเรือขุดดูดทรายหรือใช้เครื่องมือต่าง ๆ วิธีการของท่าน ใช้เครื่องมือใช้แล้วของเหมืองแร่ โดยไม่ต้องมีการลงทุน
ช่วงที่นายเฉลิมได้ดำรงตำแหน่งเป็นเทศมนตรีเมืองภูเก็ตอยู่นั้น เป็นช่วงที่รัฐบาลส่วนกลางได้ปกครองโดยคณะปฏิวัติ และเป็นช่วงที่ทางเทศบาลฯเองก็ได้ประสบภาวะวิกฤตเป็นการภายในอยู่ด้วย แต่นายเฉลิมก็ยังได้ฝากผลงานหลายอย่างไว้ เช่น การปรับปรุงสวนสาธารณะ "เขารัง" การทำถนนคอนกรีตหน้าตลาดสด ถนนระนอง และบางส่วนของถนนเยาวราช เป็นต้น จึงนับได้ว่านายเฉลิมได้มีบทบาททางการเมืองท้องถิ่นในภาวะที่บ้านเมืองมีวิกฤตทางการปกครองประเทศอยู่
ในช่วงปี พ.ศ. 2537 - 2542 นายเฉลิมได้สนับสนุนงานเร่งรัดพัฒนาชนบทจังหวัดภูเก็ตต่าง ๆ เช่น มอบที่ดินให้กับสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทจังหวัดภูเก็ต เพื่อใช้ในการก่อสร้างทาง เป็นต้น เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและบ้านเมือง
ผลงานที่ท่านภูมิใจที่สุด ได้แก่ การจัดซื้ออาคาร 2 คูหาให้กับร้านสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต ก่อตั้งชมรมลูกเสือชาวบ้านจังหวัดภูเก็ต และก่อตั้งสมาคมฮกเกี้ยนจังหวัดภูเก็ต
ยศ/ตำแหน่งการงาน
[แก้]- เทศมนตรี ฝ่ายการโยธา เทศบาลเมืองภูเก็ต (พ.ศ. 2511 - 2515)
- สมาชิกสภาเทศบาลเมืองภูเก็ต (พ.ศ. 2511 - 2533)
- นายกสโมสรไลออนส์ภูเก็ต (พ.ศ. 2519 - 2520)
- นายกสมาคมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และกรรมการผู้จัดการบริษัทเหมืองแร่ไทยนาประเสริญ จำกัด
- ประธานผู้ก่อตั้งชมรมลูกเสือชาวบ้านจังหวัดภูเก็ต และประธานลูกเสือชาวบ้านรุ่น 958 วัดพระนางสร้าง อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
- ประธานคณะกรรมการดำเนินการ ร้านสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต
- กรรมการผู้ก่อตั้งสมาคมฮกเกี้ยนจังหวัดภูเก็ต
- อุปนายกและกรรมการที่ปรึกษา สมาคมภูเก็ตสามัคคี
- ประธานกรรมการโครงการบ้านปรางทอง
- ประธานกรรมการบริษัท ภูเก็ตโภคภัณฑ์ จำกัด (ศูนย์ยาคูลท์ภูเก็ต)
- ประธานชมรมกล้วยไม้ภูเก็ต (พ.ศ. 2520)
บทบาทด้านการศึกษาและพระพุทธศาสนา
[แก้]- กรรมการโรงเรียนพิบูลสวัสดี
- กรรมการโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา
- กรรมการโรงเรียนบ้านตลาดเหนือ (พ.ศ. 2502)
- ไวยาวัจกร วัดมงคลนิมิตร (วัดกลาง)
- ไวยาวัจกร และประธานจัดงานประจำปี วัดไชยธาราราม (วัดฉลอง)
- ประธานกรรมการวัดเทพนิมิตร
การสมรส และครอบครัว
[แก้]เฉลิม ทองตัน สมรสกับนางพร้อมจิต (สอจีด) ทองตัน (นามสกุลเดิม แซ่หนา) เมื่อปี พ.ศ. 2490 (ปัจจุบัน นางพร้อมจิตได้ถึงแก่กรรมแล้ว สิริอายุ 94 ปี ด้วยอาการหัวใจหยุดเต้น เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2564) มีบุตรธิดา รวม 10 คน ได้แก่
- นายนพรัตน์ ทองตัน สมรสกับ นางจารุวรรณ ทองตัน (ถึงแก่กรรม)
- นายเบญจรงค์ ทองตัน สมรสกับ นางกันยา ทองตัน (มีธิดา 2 คน)
- นายแพทย์เบ็ญจพล ทองตัน สมรสกับ นางลัดดา ทองตัน (มีธิดา 3 คน)
- นางขวัญ อึ่งตระกูล สมรสกับ นายวีรชัย อึ่งตระกูล (มีบุตร 2 คน ธิดา 1 คน)
- นายเบ็ญจพันธ์ ทองตัน สมรสกับ นางอุทัยวรรณ ทองตัน (มีธิดา 2 คน)
- นายเบญจวิทย์ ทองตัน สมรสกับ นางสุพัตรา ทองตัน (มีบุตร 1 คน)
- นางรักงาม ผลเจริญ สมรสกับ นายกรณี ผลเจริญ (มีบุตร 2 คน ธิดา 1 คน)
- นายคมสัน ทองตัน สมรสกับ นางวันดี เสรีดีเลิศ (มีธิดา 2 คน)
- นายคมกริช ทองตัน สมรสกับ นางธริสรา ทองตัน (มีบุตร 1 คน ธิดา 1 คน)
- นางบุณณดา เสมอมิตร สมรสกับ นายอนันต์ เสมอมิตร (มีบุตร 1 คน ธิดา 1 คน)
ครอบครัวนายเฉลิม ประกอบไปด้วยสมาชิกในครอบครัว (รุ่นลูกและหลาน) รวม 42 คน
สุสาน
[แก้]สุสานที่ฝังศพของนายเฉลิม อยู่ที่สุสานควนลิ้มซ้าน (ชื่อทางการ: ควนหงิมสั้น) ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จ.ภูเก็ต ตั้งอยู่ด้านขวาของสุสานของขุนตันติวณิชกรรม ไม่ไกลจากสุสานของต้นตระกูลทองตัน ขุนชนานิเทศ
ที่ด้านหน้าของสุสาน ติดแผ่นหินสลักกลอนไว้ มีใจความว่า
"นายหัว มากด้วย บารมี
เฉลิม รัตน์ดั่งรวี ส่องหล้า
ทอง ธรรมชาติเนื้อดี พิสุทธิ์ค่า
ตัน ธนบรรเจิดจ้า สถิตฟ้านิรันดร์เทอญ"
ประพันธ์โดย นายอำนวย สงวนนาม ผู้ว่าราชการจังหวัด พัทลุง
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้]- พ.ศ. 2525 -
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นที่ 5 เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย (บ.ม.) รับพระราชทาน 5 ธันวาคม พ.ศ. 2525[4]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ กิจการเหมืองแร่ดีบุกในภูเก็ต เก็บถาวร 2016-04-10 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, ขุมทรัพย์ของแผ่นดิน
- ↑ หนังสือที่ระลึกพิมพ์เป็นอนุสรณ์แจกในงานฌาปนกิจศพ นายเฉลิม ทองตัน ในวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2545 ณ วัดไชยธาราราม (วัดฉลอง) จ.ภูเก็ต
- ↑ พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546 เก็บถาวร 2016-03-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน มาตรา 13
- ↑ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย