เกีย คาร์นิวัล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
2015 Kia Carnival (YP) Platinum van (2016-04-07) 01.jpg
เกีย คาร์นิวัล
ผู้ผลิต: เกีย
ปี: พ.ศ. 2541 - ปัจจุบัน
ประเภท: รถยนต์เอนกประสงค์ขนาดกลาง (Mid-Size MPV)
ลักษณะ: เอ็มพีวี 4 ประตู
เครื่องยนต์:
รุ่นก่อนหน้า: ไม่มี
รุ่นต่อไป: ยังไม่มี
รุ่นที่ใกล้เคียง: ฮอนด้า โอดิสซี
ฟอร์ด กาแล็กซี
มิตซูบิชิ แชเรียท/แกรนด์ดิส

เกีย คาร์นิวัล (อังกฤษ: Kia Carnival) เป็นรถยนต์เอนกประสงค์ขนาดกลาง (Mid-Size MPV) ของเกีย เริ่มผลิตและจำหน่ายใน พ.ศ. 2541 โดยในตลาดส่งออกใช้ชื่อว่า เกีย เซโดนา (อังกฤษ: Kia Sedona) โดยปัจจุบันมีจำหน่ายทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย โดยในประเทศไทยมีการนำเข้ามาจำหน่ายโดยยนตรกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 โดยมีวิวัฒนาการได้ 3 รุ่น (Generation) ดังนี้

รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2541-2549)[แก้]

เกีย คาร์นิวัล รุ่นที่ 1

เกีย คาร์นิวัล รุ่นที่ 1 เริ่มผลิตใน พ.ศ. 2541 โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 ขนาดคือ 2.5 ,2.9 และ 3.5 ลิตร และมีระบบเกียร์ 3 รูปแบบคือเกียร์อัตโนมัติ 4, 5 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ในประเทศมาเลเซียใช้ชื่อในการขายว่า นาซา เรีย (อังกฤษ: Naza Ria)

รุ่นนี้ ในประเทศไทยเปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2542 โดยบริษัทยนตรกิจ คอร์เปอเรชั่น ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และยังพอมีให้เห็นทั่วไปตามท้องถนน จนกระทั่งได้นำมาประกอบในประเทศที่โรงงานวายเอ็มซี แอสเซมบลี เมื่อปี พ.ศ. 2547 ในรุ่น Kia Carnival MY2004 และในปีพ.ศ. 2548 ได้มีการเปลี่ยนกระจังหน้าใหม่แบบโครเมียมพร้อมด้วยเครื่องเล่น DVD โดยใช้ชื่อว่า Kia Carnival CEO II

รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2549-2557)[แก้]

เกีย คาร์นิวัล รุ่นที่ 2

เกีย คาร์นิวัล รุ่นที่ 2 เริ่มผลิตใน พ.ศ. 2549 โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกมากถึง 5 ขนาดคือ 2.2 ,2.7 ,2.9 , 3.5 และ 3.8 ลิตร และมีระบบเกียร์ให้เลือกถึง 3 รูปแบบคือเกียร์อัตโนมัติ 5, 6 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด โดยเริ่มจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2549 โดยใช้ชื่อในการขายว่า เกีย แกรนด์ คาร์นิวัล (อังกฤษ: Kia Grand Carnival) ซึ่งยังพบเห็นได้บ้าง และยังคงเป็นรถอีกรุ่นที่ขายดีของเกียในประเทศไทยในยุคของยนตรกิจ คอร์ปอเรชั่น โดย เกีย แกรนด์ คาร์นิวัลที่ขายในประเทศไทย เปิดตัวในปี พ.ศ. 2549 พร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.9 ลิตร CRDi เทอร์โบ อินเตอร์คลูเลอร์ 4 สูบ กำลังสูงสุด 160 แรงม้าที่ 3700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตร ที่ 2000-3000 รอบต่อนาที โดยมี 2 รุ่นย่อยคือ LX และ EX ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 เกีย แกรนด์ คาร์นิวัลได้เปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ เป็นรุ่น CEO 08 โดยเพิ่มกล้องมองหลัง, บันไดข้าง, ชุดแต่งลายไม้ และ เครื่องเล่น DVD และในปลายปี พ.ศ. 2552 ได้เพิ่มรุ่นย่อยใหม่เป็นรุ่น Touring โดยเป็นรุ่นที่เน้นความคุ้มค่าสูงสุด ด้วยการคัดสรรเฉพาะอุปกรณ์มาตรฐานที่จำเป็นสำหรับการใช้งาน และให้ความสำคัญด้านสมรรถนะเป็นหลัก จากนั้นในปี พ.ศ. 2554 ได้เปิดตัวรุ่นปรับโฉมโดยเปลี่ยนกระจังหน้าใหม่, ล้อลายใหม่ และเปลี่ยนกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว และจำหน่ายเพียง 2 รุ่นคือ Touring และ CEO โดยขายมาได้เรื่อยๆ จนถึงปี พ.ศ. 2558

เกีย คาร์นิวัล รุ่นที่ 2 รุ่นปรับโฉม

ในรุ่นนี้ Carnival หรือ Sedona ในอเมริกาไม่สามารถจับตลาดครอบครัวในอเมริกาได้เลย เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจ ในปี 2008 และการแข่งขันที่รุนแรง เพราะคู่แข่งพากันทะยอยเปิดตัวรถตู้รุ่นใหม่ ที่ไฉไลกว่า ทำให้ ตัวเลขยอดขายของ Sedona ไม่สวยงามนัก ปี 2006 ขายได้ 57,018 คัน พอถึงปี 2007 ตัวเลขลดลงเหลือ 40,493 คัน ปี 2008 ตัวเลขดิ่งลงเหลือ 26,915 คัน ปี 2009 ดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 27,398 คัน พอปี 2010 ก็หล่นเหลือ 21,823 คัน ปี 2011 เพิ่มเป็น 24,047 คัน ปี 2012 ร่วงเหลือ 17,512 คัน และปี 2013 ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อการมาถึงของรุ่นเปลี่ยนโฉม ขายได้แค่ 7,079 คัน[1]

รุ่นที่ 3 (พ.ศ. 2557-ปัจจุบัน)[แก้]

เกีย คาร์นิวัล รุ่นที่ 3

เกีย คาร์นิวัล รุ่นที่ 3 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน New York Interntional Auto Show เมื่อ 15 เมษายน 2014 ต่อมาได้เปิดตัวที่ประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ 2 งานแถลงข่าว Media Preview มีขึ้นเมื่อ 22 พฤษภาคม 2014 พร้อมกับเปิดรับจองจากลูกค้าชาวเกาหลีใต้ ไปพร้อมกัน Kia ฝากความหวังและทุ่มโฆษณา Grand Carnival ใหม่อย่างถี่ยิบ ด้วยสารพัดแคมเปญการตลาด

เพียง 2 วันหลังการเปิดตัว 27 พฤษภาคม 2014 Kia ออกมาประกาศถึงยอดสั่งจองเฉพาะในตลาดบ้านเกิดของตนเอง คือเกาหลีใต้ ว่า สูงถึง 5,000 คัน ทะลุเป้าจำหน่าย 4,000 คัน/เดือน ที่วางไว้ไปเรียบร้อย ไม่เพียงเท่านั้น ยอดสั่งจองยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระดับ 12,000 คัน ในเวลา 1 เดือนหลังเปิดตัว และเมื่อผ่านไปอีก 2 สัปดาห์ จนถึง 14 กรกฎาคม 2014 ยอดจองก็พุ่งขึ้นไปเป็น 17,000 คัน ทั้งๆที่ Kia วางกำลังการผลิต Grand Carnival ใหม่ ทั้งเพื่อรองรับตลาดในประเทศ และเพื่อตลาดส่งออกไว้ที่ระดับ 5,000 คัน/เดือน ทำให้ในที่สุด Kia ต้องตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเป็น 8,000 คัน/เดือน

สำหรับประเทศไทย Yontrakit Kia Motor สั่งนำเข้ารถตู้รุ่นนี้ มาเปิดตัวเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2015 ก่อนจะนำไปจอดโชว์ในงาน Bangkok International Motor Show ปลายเดือนมีนาคม 2015 โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ LX ราคา 1,595,000 บาท และรุ่น EX 1,928,000 บาท พร้อมด้วยเครื่องยนต์ดีเซล CRDi 2.2 ลิตรทุกรุ่นย่อย ได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างดีเกินคาดหมาย ก่อนที่รุ่น 7 ที่นั่ง Option จัดเต็ม จะตามมาเปิดตัวในงาน Bangkok Internatinal Motor Show ปลายเดือนมีนาคม 2017 ที่ผ่านมา โดยติดป้ายราคา 2,999,000 บาท ซึ่งแพงขึ้นเนื่องจากเหตุผลด้านภาษี[1]

ต่อมาในวันที่ 28 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา Yontrakit Kia Thailand ได้สั่งนำเข้า เกีย แกรนด์ คาร์นิวัล รุ่นปรับโฉมมาเปิดตัวในไทยเป็นประเทศที่ 2 ต่อจากประเทศเกาหลีใต้ ถือว่าเป็นการเปิดตัวที่รวดเร็วตามเกาหลีใต้มาอย่างติดๆ โดยมี 3 รุ่นด้วยกันคือ

  • 2.2 LX 8AT 1,622,000 บาท
  • 2.2 EX 8AT 1,991,000 บาท
  • 2.2 SXL 8AT 2,292,000 บาท

โดยได้เพิ่มอุปกรณ์ดังต่อไปนี้

2.2 LX

  • เปลี่ยน เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ เป็น เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
  • เปลี่ยน กระจังหน้า กันชนหน้า ไฟหน้า ไฟตัดหมอกหน้า ดีไซน์ใหม่
  • เปลี่ยน ล้ออัลลอย ดีไซน์ใหม่ ขนาด 17 นิ้ว

2.2 EX

  • เปลี่ยน เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ เป็น เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
  • เปลี่ยน กระจังหน้า กันชนหน้า ไฟหน้า ไฟตัดหมอกหน้า ดีไซน์ใหม่
  • เปลี่ยน ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่
  • เปลี่ยน ไฟตัดหมอกคู่หน้า แบบ LED
  • เปลี่ยน ล้ออัลลอย ดีไซน์ใหม่ ขนาด 18 นิ้ว
  • เพิ่ม ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมฟังก์ชั่น Brake Hold
  • เพิ่ม ระบบเสริมแรงเบรก BAS
  • เพิ่ม ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESC
  • เพิ่ม ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS
  • เพิ่ม ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
  • เพิ่ม กระจกหน้าต่างไฟฟ้า ขึ้น-ลง อัตโนมัติ ฝั่งคนขับ
  • เพิ่ม กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ ฝั่งคนขับ
  • เพิ่ม เบาะนั่งคนขับ พร้อมระบบดันหลังไฟฟ้า Lumbar Support
  • เพิ่ม ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charger
  • เปลี่ยน หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังจาก 14 นิ้ว เป็น 15.6 นิ้ว

2.2 SXL (รุ่นย่อยใหม่)

  • เปลี่ยน เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ เป็น เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
  • เปลี่ยน กระจังหน้า กันชนหน้า ไฟหน้า ไฟตัดหมอกหน้า ดีไซน์ใหม่
  • เปลี่ยน ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่
  • เปลี่ยน ไฟตัดหมอกคู่หน้า แบบ LED
  • เปลี่ยน ล้ออัลลอย ดีไซน์ใหม่ ขนาด 18 นิ้ว
  • เพิ่ม ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมฟังก์ชั่น Brake Hold
  • เพิ่ม ระบบเสริมแรงเบรก BAS
  • เพิ่ม ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESC
  • เพิ่ม ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS
  • เพิ่ม ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
  • เพิ่ม ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในมุมอับสายตา Blind Spot Detector
  • เพิ่ม กระจกหน้าต่างไฟฟ้า ขึ้น-ลง อัตโนมัติ 4 บาน
  • เพิ่ม กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ 4 บาน
  • เพิ่ม เบาะนั่งคนขับ พร้อมระบบดันหลังไฟฟ้า Lumbar Support
  • เพิ่ม ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charger
  • เพิ่ม มาตรวัดพร้อมหน้าจอ MID แบบ TFT LCD ขนาด 7 นิ้ว
  • เพิ่ม ระบบล็อคประตูรถอัตโนมัติ Speed Sensing Auto Door Lock
  • เพิ่ม หน้าจอหลังหมอนคู่หน้า สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง 2 จอ
  • เพิ่ม ระบบระบายอากาศเบาะนั่งคู่หน้า Ventilated Seat
  • เพิ่ม ระบบบันทึกความจำตำแหน่ง Memory Seat เบาะคนขับ
  • เพิ่ม ระบบบันทึกความจำตำแหน่งกระจกมองข้าง
  • เพิ่ม ไฟอ่านหนังสือแบบ LED
  • เพิ่ม หลังคา Sunroof เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า หน้า – หลัง
  • เพิ่ม ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
  • เพิ่ม ม่านถุงลมนิรภัย