อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search

อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล

อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (อังกฤษ: personal protective equipment: PPE) หรือเรียกโดยย่อว่า อุปกรณ์นิรภัย หรือ เซฟตี้ เป็นอุปกรณ์เพื่อในการทำงานใช้สวมใส่ร่างกาย หรือ ติดตั้งเพื่อวัตถุประสงค์ให้เกิดความปลอดภัย ทั้งในบ้าน, ที่ทำงาน, ที่สาธารณะ, อาคาร และพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัย

  อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล หมายถึงสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่สวมลงบนอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายหรือหลายส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายหรือหลายส่วนรวมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันอันตรายให้แก่อวัยวะส่วนนั้นๆ ไม่ให้ต้องประสบอันตรายจากสิ่งหนึ่งสิ่งใด คือเป็นการป้องกันอันตรายจากสภาวะแวดล้อมในการทำงาน

1.หลักการใช้และประโยชน์ขออุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล

อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ก็เพื่อป้องกันอวัยวะส่วนต่างของร่างกายโดยไม่ให้เกิดการสูญเสียด้านร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิ่งต่างๆ

การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล มีหลักการดังนี้

  1. ต้องเลือกใช้ชนิดที่ป้องกันอันตรายได้ดี
  2. ต้องมีน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษและสบายในการสวมใส่
  3. ต้องมีประสิทธิภาพสูง สามารถป้องกันอันตรายได้ดีที่สุด
  4. มีราคาย่อมเยาหาซื้อได้ง่าย
  5. วิธีการใช้เครื่องป้องกันนั้นจะต้องไม่ยุ่งยากซับซ้อนจนเกินไป เพราะจะทำให้คนที่ใช้สวมใสเกิดความยุ่งยาก
  6. ต้องมีสีสันที่เด่นชัด และเป็นสีที่ดูแล้วสะอาดตา

การใช้อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล

  1. ต้องทราบลักษณะและความต้องการในการใช้อย่างแน่นอนเสียก่อน
  2. การเลือกใช้จะต้องระมัดระวัง ต้องให้ถูกต้องกับลักษณะของงานมากที่สุด ไม่ให้ขัดขวางการทำงานของคนงานได้ และจะไม่ลดประสิทธิภาพในการทำงาน
  3. ต้องพยายามให้ผู้ใช้เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็น รวมถึงประโยชน์ในการใช้เครื่องป้องกันอันตรายได้
  4. ต้องมีการอบรมให้คำแนะนำถึงวิธีการเก็บ การรักษา และการใช้จากผู้ที่ชำนาญ
  5. จะต้องมีระเบียบและข้อบังคับในการใช้ เพื่อให้การใช้มีผลที่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ในการใช้อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลในโรงงาน

  1. เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
  2. เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิต
  3. เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงงาน
  4. เพื่อช่วยในการประหยัดเวลาที่ใช้ในการผลิตสินค้า
  5. เพื่อให้พนักงานทุกคนมีความรู้สึกว่า กาปฏิบัติงานนั้น ๆ มีความปลอดภัยตลอดเวลา
  6. เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตให้สูงขึ้น

2.ประเภทของอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลที่ใช้ในการปฏิบัติงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ แบ่งออกเป็น อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย คือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่สวมใส่ลงบนอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เพื่อป้องกันอันตรายให้แก่อวัยวะส่วนนั้นๆ โดยเฉพาะ สามารถแบ่งย่อยๆ ออกตามลักษณะที่ใช้ป้องกันได้ ดังนี้[1]

  • อุปกรณ์ป้องกันศีรษะ (Head Protection)

1.1 หมวกกันน็อค (Helmet) หมวกนี้ส่วนใหญ่จะทำจากไฟเบอร์หรือพลาสติกแข็ง หรือวัสดุอื่นที่มีความทึบแสง และไม่ติดไฟ สามารถป้องกันอันตรายจกรังสีอุลตร้าไวโอเลตได้และไม่ทำให้เกิดโรคติดต่อ หมวกชนิดนี้นอกจากจะใช้ป้องกันศีรษะ ก้านคอและใบหูแล้ว ยังสามารถติดกระบังหน้าเพื่อป้องกันวัสดุที่จะกระเด็นใส่หน้า และเมื่อไม่ต้องการใช้ก็เปิดขึ้นไปเหนือศีรษะได้

  1. กระบังหน้าที่ใช้มือถือ (Hand Shield) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันใบหน้าชนิดหนึ่ง ที่ผู้ใช้รูสึกรำคาญจากการใช้หมวกกันน็อค อุปกรณ์ชนิดนี้ใช้ในการตรวจสอบงานแนวเชื่อม กระบังหน้าชนิดนี้เรียกว่า หน้ากากเชื่อม
  1. การใช้หมวกนิรภัย มีหลักการ 6 ข้อ

- เลือกหมวกให้เหมาะสมกับชนิดของงาน
- ตรวจสอบสภาพหมวกก่อนใช้งานทุกครั้ง
- ปรับหมวกให้กระชับพอดี
-สวมหมวกตรงๆเต็มศีรษะ อย่าให้เอียงไปเอียงมา
- เมื่อใช้งานเสร็จ ควรเก็บรักษาให้ดี
-สวมหมวกตลอดเวลาขณะทำงาน
1.2 ผ้าคลุมผม ชุดทำงานของพนักงานหญิงจะมีความพิเศษมากกว่าชุดทำงานของพนักงานชาย เพราะส่วนมากพนักงานหญิงชอบไว้ผมยาว ดังนั้น ควรให้พนักงานหญิงใส่แหคลุมผมป้องกันไม่ให้ได้รับอันตรายจากการทำงานของเครื่องจักรได้บ้าง

  • อุปกรณ์ป้องกันดวงตา (Eye Protection)
  1. ก๊อกเกิ้ล
  2. แว่นตา
  3. เลนส์

-อุปกรณ์ป้องกันดวงตา(Eyes Protection). ดวงตาเป็นส่วนจำเป็นอย่างยิ่งในอวัยวะบนตัวมนุษย์เรา หากเราไม่รู้จักป้องกันดวงตาของเรา. อันตรายอาจจะเกิดขึ้น. ทำให้กลายเป็นคนตาบอด. ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้แม้กระทั่งลูกหน้าเมียหรือคนที่คุณรัก. ซึ่งเราสามารถป้องกันอันตรายดวงตาของเราได้. เพียงแค่เราเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม(แว่นนิรภัย)กับสภาพการทำงานนั้น อันตรายที่เกิดขึ้นในขณะทำงานมีสาเหตุได้หลายทาง ดังนี้
-การหลุดกระเด็นของวัสดุ. ที่ก่อให้เกิดอันตรายกะดวงตา. เช่น การเจียระไน. การเชื่อม การหลอมโลหะ ฯลฯ
-ไอของสารเคมีบางชนิด
- แสงและรังสีต่างๆ
- ควันหรือแก๊สพิษและอื่นๆ
ข้อควรคำนึงถึงเกี่ยวกับอุปกรณ์ป้องกันตา

  1. ควรเป็นชนิดที่มีกรอบและกระชับเวลาส่วมใส่
  2. สวมใส่สบาย
  3. สามารถทำความสะอาดได้ง่าย
  4. ควรเป็นแบบที่สามารถซ่อมแซมได้ง่าย
  5. ต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะป้องกันตาทั้งหมด
  6. ไม่ติดเชื่อได้ง่าย และไม่ติดไฟง่าย
  • อุปกรณ์ป้องกันใบหน้า
  • อุปกรณ์ป้องกันหู

มีความเสี่ยงอย่างหนึ่งในโรงงานอุตสาหกรรม โดยทั่วไปถือว่าเสียงที่มีความดังมากกว่า 90 เดซิเบล จะเป็นอัตรายต่อแก้วหู วิธีที่ลดความดันของเสียงมีเทคนิค คือ 1.ปลั้กลดเสียง (Ear Plugh) เป็นเครื่องป้องกันอันตรายจากเสียงโดยการเสียบเข้าไปในหู อุปกรณ์ที่ใช้ทำปลั้กลดเสียงมีหลายอย่าง เช่น ยาง พลาสติก ขี้ผึ้ง ฝ้าย สำลี เป็นต้น -หรือสำลี เป็นแบบง่ายที่สุด แต่สามารถลดเสียงได้น้อย ประมาณ 10 - 15 เดซิเบล
- ปลั้กยาง ลดเสียงได้ 20 - 25 เดซิเบล แต่บางครั้งก็อาจทำให้เกิดความรำคาญ
2.ครอบหู เป็นเครื่องป้องกันลดอันตรายเสียงจากชนิดที่ใช้ครอบใบหู ใช้ลดเสียงได้ดีกว่าชนิดปลั้กเสียบ แต่ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ ชนิดที่ทามด้วยของเหลวภายในลดเสียงได้ดีกส่าชนิดที่ทำด้วยพลาสติกหรืโฟม สามารถลดเสียงได้ 30-45 เดซิเบล ***ทั้งปลั้กลดเสียงและครอบหู ถ้านำมาใช้ร่วมกัน จะสามารถลดเสียงได้อีก 3-5 เดซิเบล[2]


ไฟล์:Http://lh6.ggpht.com/ r2QjSqzXlsE/SrGib3pFcHI/AAAAAAAAAEI/q wL zqHrXY/Eye Protection.gif


อุปกรณ์ป้องกันเสียง Hearing Protection

อุปกรณ์ป้องกันกลิ่น Respire Protection

อุปกรณ์ป้องกันมือ Hand Protection

  • อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย (Body Protection)

อุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูง Fall Protection ไฟล์:Http://lh5.ggpht.com/ r2QjSqzXlsE/SrGn-pGhxOI/AAAAAAAAAEM/bqAngY5gvcs/Fall Protection.gif

อุปกรณ์ป้องกันเท้า Foot Protection

อุปกรณ์จราจร Traffic Equipment

อุปกรณ์ดับเพลิง Fire Equipment

อุปกรณ์เซฟตี้อื่น ๆ Safety Product

อ้างอิง[แก้]

  • ความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม/ฝ่ายวิชาการบริษัทสกายบุ๊กส์/พิมพ์ครั้งที่2:2544
  • อำพล ซื่อตรง,อนันตชัย เที่ยงดาห์ และสุธี รัตนเสถียร.(2535).ความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม. ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ.