ข้ามไปเนื้อหา

หอยกูอีดั๊ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

หอยกูอีดั๊ก
ตัวอย่างหอยกูอีดั๊กที่ยังมีชีวิต
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ แก้ไขการจำแนกนี้
อาณาจักร: สัตว์
Animalia
ไฟลัม: มอลลัสกา
Mollusca
ชั้น: ไบวาลเวีย
Bivalvia
อันดับ: Adapedonta
วงศ์: Hiatellidae
สกุล: Panopea
Gould, 1850
สปีชีส์: P.  generosa
ชื่อทวินาม
Panopea generosa
Gould, 1850

หอยกูอีดั๊ก (อังกฤษ: geoduck, /ˈɡiˌdʌk/ GOO-ee-duk; หรือเรียกสั้น ๆ ว่า กูอี (Gooey) หรือ ดั๊ก (Duck)) เป็นหอยสองฝาที่พบในทะเลชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Panopea generosa ในวงศ์ Hiatellidae[1][2]

เป็นหอยที่มีลักษณะเด่นคือ มีเปลือกสีขาวยาวประมาณ 15–20 เซนติเมตร แต่มีจุดเด่นคือ มีท่อไซฟอนซึ่งตอนปลายมีรู 2 รู แยกเป็นรูดูดอาหารและรูปล่อยของเสียรวมถึงสเปิร์มในตัวผู้ และไข่ในตัวเมีย ยื่นยาวออกมาจากเปลือกอย่างเห็นได้ชัด แลดูคล้ายงวงของช้าง ซึ่งอาจยาวได้ถึง 1 เมตร

หอยกูอีดั๊กจะอาศัยในทะเล โดยการฝังตัวใต้ทรายบริเวณชายฝั่งบริติชโคลัมเบียในมหาสมุทรแปซิฟิก ระหว่างประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกา หากินโดยการกินสาหร่ายทะเลเป็นอาหาร เมื่อถูกจับขึ้นมา จะพ่นน้ำคัดหลั่งออกมาจากปลายท่อไซฟอน

ขยายพันธุ์ด้วยการที่ตัวผู้จะปล่อยน้ำเชื้อออกมาปฏิสนธิพร้อมกับตัวเมียที่ปล่อยไข่ออกมาได้ราวครั้งละ 10 ล้านฟอง ลูกหอยขนาดเล็กจะขุดหลุมฝังตัวใต้ทรายในระดับที่ตื้น ๆ ก่อนที่จะขุดลึกลงไปเรื่อย ๆ ตามวัยที่โตขึ้น ซึ่งอาจลึกได้ถึง 110 เมตร นอกจากนี้แล้ว หอยชนิดนี้ยังมีอายุยืนได้ถึง 146 ปี นับเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่มีอายุยืนที่สุดของโลก[3] โดยมีฤดูการขยายพันธุ์อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายนกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำมีอุณหภูมิค่อนข้างอุ่น [4]

เป็นหอยที่นิยมบริโภคกันทั้งในสหรัฐอเมริกาหรือประเทศทางภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยนิยมทำไปเป็นซูชิในอาหารญี่ปุ่น โดยถูกเฉือนเป็นแผ่นบาง ๆ หรือปรุงเป็นอาหารจีน

ปัจจุบัน หอยชนิดนี้มีการเพาะเลี้ยงเป็นอุตสาหกรรม ลูกหอยที่เพาะออกมาได้ จะถูกนำไปฝังไว้ใต้ทรายบริเวณชายหาดในท่อพลาสติก ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่า 5 ปี กว่าหอยจะโตเต็มวัยถึงขนาดที่จับขายได้[3]

รากศัพท์

[แก้]
หอยกูอีดั๊กในตลาดปลาซึกิจิในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ชื่อ Geoduck มาจากชื่อสัตว์ในภาษา Lushootseed ว่า gʷidəq[5] รากศัพท์ของ gʷidəq ยังคงสรุปไม่ได้ คำต่อท้ายศัพท์ =əq ในภาษานี้หมายถึง "จำนวนมาก"[5] พจนานุกรมอังกฤษ ฉบับออกซ์ฟอร์ดระบุว่าคำนี้ประกอบด้วยรากศัพท์ที่ไม่ทราบความหมายกับ =əq แทน ซึ่งหมายถึง "องคชาต" (สื่อถึงรูปร่างของหอย)[6][7] ส่วนนักวิจัยอีกกลุ่มระบุว่าคำนี้เป็นวลีที่หมายถึง "ขุดลึก"[8]

บางครั้งรู้จักกันในชื่อ เป็ดโคลน, ราชาหอยกาบ หรือแปลตรงตัวจากภาษาจีนว่า หอยงวงช้าง (จีน: 象拔蚌; พินอิน: xiàngbábàng; ยฺหวิดเพ็ง: zoeng6 bat6 pong5)[9]

ในช่วง ค.ศ. 1983 ถึง 2010 ชื่อวิทยาศาสตร์ของหอยชนิดนี้สับสนกับหอยที่สูญพันธุ์แล้วชื่อ Panopea abrupta (Conrad, 1849) ในวรรณกรรมวิทยาศาสตร์[2]

อุตสาหกรรม

[แก้]

การประมงหอยกูอีดั๊กครั้งแรกของโลกเกิดขึ้นใน ค.ศ. 1970 แต่ความต้องการในช่วงแรกนั้นต่ำเนื่องจากเนื้อสัมผัสของมัน[ต้องการอ้างอิง] ข้อมูลเมื่อ 2011 หอยเหล่านี้้ถูกนำไปขายในจีนด้วยราคากว่า 33 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม หรือ 15 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์[10][11]

ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

[แก้]

วิธีการเลี้ยงและเก็บเกี่ยวหอยกูอีดั๊กเป็นเรื่องสร้างปัญหา[12] ซึ่งสร้างความขัดแย้งกับเจ้าของทรัพย์สินริมชายฝั่งทะเล[13][14][15][16] กับข้อกังวลจากองค์กรที่ไม่ใช่ภาครัฐ[17]

ในวัฒนธรรมร่วมสมัย

[แก้]

วิทยาลัยเอเวอร์กรีนสเตตที่โอลิมเปีย รัฐวอชิงตัน มีหอยกูอีดั๊กชื่อ สปีดี (Speedy) เป็นมาสคอต[18][19]

หอยกูอีดั๊กยังได้รับความสนใจทางวัฒนธรรมเนื่องจากท่อไซฟอนที่มีลักษณะคล้ายลึงค์ ในฐานะอาหารแปลกและหรู และการปรากฏตัวในสื่อยอดนิยม[20]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Panopea generosa Gould, 1850. นำมาจาก: World Register of Marine Species on 28 December 2010.
  2. 1 2 Vadopalas, B.; T. W. Pietsch; C. S. Friedman (2010). "The proper name for the geoduck: resurrection of Panopea generosa Gould, 1850, from the synonymy of Panopea abrupta (Conrad, 1849) (Bivalvia: Myoida: Hiatellidae)" (PDF). Malacologia. 52 (1): 169–173. doi:10.4002/040.052.0111. S2CID 84189390. สืบค้นเมื่อ 2 March 2012.
  3. 1 2 Dirty Jobs with Mike Rowe by Discovery Channel
  4. หอย จริงๆ นะ
  5. 1 2 Bates, Dawn; Hess, Thom; Hilbert, Vi (1994). Lushootseed Dictionary. Seattle: University of Washington Press.
  6. "geoduck". Oxford English Dictionary (Online ed.). Oxford University Press. (จำเป็นต้องสมัครสมาชิกหรือเป็นสมาชิกสถาบันที่เข้าร่วม.)
  7. "geoduck". Dictionary.com Unabridged. Random House. สืบค้นเมื่อ 29 March 2007.
  8. Campbell, A.; Harbo, R. M.; Hand, C. M. (1998). "Harvesting and distribution of Pacific Geoduck Clams". Proceedings of the North Pacific Symposium on Invertebrate Stock Assessment and Management: 350.
  9. Chappell, Hilary M. (2015). Diversity in Sinitic Languages (ภาษาอังกฤษ). Oxford University Press. p. 171. ISBN 978-0-19-103573-9.
  10. Vedder, Tracy (3 มีนาคม 2011). "Chinese mafia rakes in millions from 'Puget Sound gold'". KOMOnews.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 6 June 2011. สืบค้นเมื่อ 6 March 2011.
  11. Welch, Craig, 2012. NW geoducks fetch top dollar in China, and as prices soar, so do concerns about illegal harvesting in Puget Sound, The Seattle Times, 22 April 2012, pp 1 & 10.
  12. "Geoduck aquaculture in South Puget Sound" (PDF). Protectourshoreline.org. สืบค้นเมื่อ 2017-05-23.
  13. "Protect Our Shoreline". Protect Our Shoreline. 12 July 2000. สืบค้นเมื่อ 5 June 2012.
  14. "APHETI-Association to Protect Hammersley, Eld and Totten Inlets". Apheti.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 29 September 2007. สืบค้นเมื่อ 5 June 2012.
  15. "Responsible Shellfish Farming BC". Responsibleshellfishfarming.ca. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 February 2012. สืบค้นเมื่อ 5 June 2012.
  16. "Henderson Bay Shoreline Association". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 กันยายน 2007. สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2017.
  17. "About the Partnership". Puget Sound Partnership. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 May 2009. สืบค้นเมื่อ 8 May 2009.
  18. "Speedy, Evergreen's Geoduck Mascot" (ภาษาอังกฤษ). evergreen.edu. สืบค้นเมื่อ 2019-09-20.
  19. "10 Weird And Hilarious College Mascots" (ภาษาอังกฤษ). buzzfeed.com. 2011-11-11. สืบค้นเมื่อ 2019-09-20. 2. Evergreen State - The Geoduck
  20. Tran, Lina (2016-07-17). "Everything You Need to Know About Geoducks". Eater. สืบค้นเมื่อ 2022-08-11.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]