สหวิริยาสตีลอินดัสตรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน)
ประเภทบริษัทมหาชน (SET:SSI)
ก่อตั้งพ.ศ. 2533
ที่ตั้งอาคารประภาวิทย์ ชั้น 2-3, 28/1 ถนนสุรศักดิ์ แขวงสีลม เขตบางรัก กทม.
บุคลากรหลักสมชาย สกุลสุรรัตน์ ประธานกรรมการ
วิน วิริยประไพกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่
อุตสาหกรรมวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
ผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน, เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนประเภทปรับผิวและเคลือบน้ำมัน
พนักงาน1,002 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 51)
คำขวัญinnovate ● strength
เว็บไซต์www.ssi-steel.com

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) (SSI) (อังกฤษ: Sahaviriya Steel Industries Public Company Limited เป็นกลุ่มธุรกิจผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนรายแรกและรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยมีกำลังการผลิตสูงสุดที่ 4 ล้านตันต่อปี และมีธุรกิจหลักสามด้านได้แก่ธุรกิจเหล็ก ธุรกิจท่าเรือ และ ธุรกิจวิศวกรรม

ประวัติ[แก้]

บริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสตรีจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2533 และจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนจำกัดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537

ผลิตภัณฑ์และการผลิต[แก้]

โรงงานผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนของเอสเอสไอมีกำลังการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนที่ 4 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นกำลังการผลิตที่มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตอันทันสมัยมุ่งผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนที่มีมาตรฐานสูง ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานสากลทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการหลากหลายแบบของกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

เอสเอสไอได้ลงทุนเพิ่มเติมในโครงการเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนประเภทล้างผิวและเคลือบน้ำมันด้วยกำลังการผลิตสูงสุด 1,000,000 ตันต่อปี ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตเดียวกันกับโรงงานผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน ณ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

การฟื้นฟูกิจการ[แก้]

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ได้ส่งหนังสือสารสนเทศมาที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย[1] เพื่อแจ้งการผิดนัดชำระหนี้และการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล[2] เนื่องจาก SSI ต้องเป็นผู้รับผิดชอบหนี้แทนบริษัทลูกในฐานะผู้ค้ำประกัน มูลค่าราว 2.8 หมื่นล้านบาท ภายหลังจากที่ธนาคารเจ้าหนี้ 3 รายใหญ่เรียกให้ชำระหนี้ที่ค้างตามเงื่อนไขการกู้ยืม และพบว่าไม่สามารถที่จะชำระหนี้ได้จึงยื่นเรื่องต่อศาลล้มละลายเพื่อขอฟื้นฟูกิจการ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]