ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์นย็องบย็อน
| ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์นย็องบย็อน | |
เครื่องปฏิกรณ์ทดลองขนาด 5 เมกะวัตต์ | |
| ชื่อเกาหลี | |
|---|---|
| โชซ็อนกึล | 녕변핵시설 |
| ฮันจา | 寧邊核施設 |
| อาร์อาร์ | Nyeongbyeon haeksiseol |
| เอ็มอาร์ | Nyŏngbyŏn haeksisŏl |
ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์นย็องบย็อน (อังกฤษ: Nyongbyon Nuclear Scientific Research Center; เกาหลี: 녕변원자력연구소)[a] เป็นโรงงานนิวเคลียร์หลักของประเทศเกาหลีเหนือ เป็นสถานที่ดำเนินการเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ชุดแรกของประเทศ ตั้งอยู่ในอำเภอนย็องบย็อน จังหวัดพย็องอันเหนือ อยู่ห่างจากเปียงยางไปทางทิศเหนือประมาณ 100 กิโลเมตร (62 ไมล์) ศูนย์แห่งนี้เป็นแหล่งผลิตวัสดุฟิสไซล์สำหรับการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือทั้งหกครั้งตั้งแต่ ค.ศ. 2006 ถึง 2017 และตั้งแต่ ค.ศ. 2009 เป็นต้นมา ศูนย์ได้พัฒนาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เครื่องปฏิกรณ์น้ำมวลเบาขึ้นเองภายในประเทศ
สิ่งอำนวยความสะดวก
[แก้]การติดตั้งหลักประกอบด้วยทุกแง่มุมของวงจรเชื้อเพลิงเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แม็กน็อกซ์ (Magnox) ซึ่งอาศัยการใช้เชื้อเพลิงยูเรเนียมธรรมชาติเป็นพื้นฐาน:[1]
- โรงงานผลิตเชื้อเพลิง
- เครื่องปฏิกรณ์เชิงทดลองขนาด 5 เมกะวัตต์ไฟฟ้า (MWe) สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าและระบบทำความร้อนในพื้นที่
- สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับจัดเก็บเชื้อเพลิงใช้แล้วระยะสั้น
- สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการแปรสภาพเชื้อเพลิงที่จะสกัดยูเรเนียมและพลูโทเนียมจากเชื้อเพลิงใช้แล้วด้วยกระบวนการพูเร็กซ์ (PUREX)
เชื้อเพลิงใช้แล้วจากแม็กน็อกซ์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการจัดเก็บระยะยาวเนื่องจากทั้งปลอกหุ้มและแกนโลหะยูเรเนียมจะทำปฏิกิริยากับน้ำ จึงมีการออกแบบให้แปรสภาพภายในไม่กี่ปีหลังจากนำออกจากเครื่องปฏิกรณ์[2] เนื่องจากเครื่องปฏิกรณ์แม็กน็อกซ์ที่ระบายความร้อนด้วยคาร์บอนไดออกไซด์และหน่วงนิวตรอนด้วยแกรไฟต์ (graphite moderated) ไม่จำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่ผลิตได้ยากหรือสารหน่วงนิวตรอนประเภทน้ำมวลหนัก จึงเป็นตัวเลือกที่ดึงดูดใจสำหรับการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ด้วยตนเองภายในประเทศทั้งหมด
สิ่งอำนวยความสะดวกแม็กน็อกซ์ถูกทำให้ใช้งานไม่ได้ใน ค.ศ. 2007 ตามความตกลงจากการเจรจาหกฝ่าย แต่ภายหลังการล่มสลายของความตกลงดังกล่าว สิ่งอำนวยความสะดวกบางส่วนได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งใน ค.ศ. 2009 เพื่อแปรสภาพเชื้อเพลิงใช้แล้วที่มีอยู่เดิม ในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2015 เกาหลีเหนือประกาศว่าเครื่องปฏิกรณ์ดังกล่าวได้กลับมาดำเนินการอีกครั้ง[3]
ศูนย์ดังกล่าวยังมีเครื่องปฏิกรณ์วิจัยแบบสระน้ำ IRT-2000 ซึ่งสนับสนุนโดยสหภาพโซเวียตใน ค.ศ. 1963 และเริ่มใช้งานมาตั้งแต่ ค.ศ. 1965[4] เชื้อเพลิงของเครื่องปฏิกรณ์เป็นแบบมัดชนิด IRT-2M ที่มียูเรเนียมเสริมสมรรถนะร้อยละ 10, ร้อยละ 36 และร้อยละ 80[5][1] เนื่องจากศูนย์แห่งนี้ไม่ได้รับเชื้อเพลิงใหม่เลยตั้งแต่สมัยโซเวียต ปัจจุบัน[ต้องการอัปเดต] (ข้อมูล ณ กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007) เครื่องปฏิกรณ์นี้จึงถูกใช้งานเพียงครั้งคราวเพื่อการทดลองหรือเพื่อผลิตไอโซโทป โดยเฉพาะไอโอดีน-131 สำหรับใช้ในการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยรังสี[6]
ใน ค.ศ. 2009 การก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์น้ำมวลเบาเชิงทดลองขนาดเล็กที่พัฒนาขึ้นเองภายในประเทศได้เริ่มต้นขึ้น โดยเริ่มการดำเนินการทดสอบใน ค.ศ. 2023 และใน ค.ศ. 2010 โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมได้เริ่มดำเนินการ[7][8]
ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์นย็องบย็อนครอบคลุมพื้นที่ 24.8 ตารางกิโลเมตร (9.6 ตารางไมล์) แบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ ส่วนวิจัยนิวเคลียร์และย่านที่พักอาศัยที่มีขนาดใหญ่กว่า (บางครั้งเรียกว่าพุนกัง หรือพุนกัง-รี) ทั้งสองส่วนถูกแยกจากกันและล้อมรอบด้วยรั้ว[9]
ประวัติศาสตร์
[แก้]
การก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์ทดลองขนาด 5 เมกะวัตต์ไฟฟ้า (MWe) เริ่มต้นขึ้นใน ค.ศ. 1980 และเครื่องปฏิกรณ์เข้าสู่สภาวะวิกฤตครั้งแรกใน ค.ศ. 1986[10] เครื่องปฏิกรณ์นี้เป็นเครื่องปฏิกรณ์ต้นแบบขนาดเล็กเพื่อพิสูจน์เทคโนโลยีสำหรับการพัฒนาโครงการเครื่องปฏิกรณ์แม็กน็อกซ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าในเวลาต่อมา ส่วนโรงแปรสภาพเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วปรากฏว่ายังคงอยู่ระหว่างการก่อสร้างใน ค.ศ. 1992[10] เครื่องปฏิกรณ์ทดลองขนาด 5 เมกะวัตต์ไฟฟ้าดำเนินการเป็นระยะจนถึง ค.ศ. 1994 เมื่อถูกระงับการใช้งานกรอบความตกลง (Agreed Framework) ระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ ภายหลังการล่มสลายของกรอบความตกลงใน ค.ศ. 2002 การดำเนินงานได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003 โดยสร้างพลูโทเนียมภายในภาระเชื้อเพลิงในอัตราประมาณ 6 กิโลกรัมต่อปี[11] เชื้อเพลิงเครื่องปฏิกรณ์ถูกเปลี่ยนระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ค.ศ. 2005 เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วได้รับการแปรสภาพโดยมีผลผลิตโดยประมาณเป็นโลหะพลูโทเนียม 24 ถึง 42 กิโลกรัม[11] ซึ่งบางส่วนถูกนำไปใช้สำหรับอาวุธนิวเคลียร์ที่เกี่ยวข้องกับการทดลองนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ค.ศ. 2006 และ 2009[12]
นย็องบย็อนยังเป็นที่ตั้งของเครื่องปฏิกรณ์ต้นแบบโรงไฟฟ้าแม็กน็อกซ์ขนาด 50 เมกะวัตต์ไฟฟ้า แต่การก่อสร้างถูกระงับใน ค.ศ. 1994 ประมาณหนึ่งปีก่อนจะเสร็จสมบูรณ์ตามกรอบความตกลง และภายใน ค.ศ. 2004 โครงสร้างและระบบท่อได้เสื่อมสภาพลงอย่างหนัก[13] การก่อสร้างนี้อยู่ระหว่างการรื้อถอนใน ค.ศ. 2010[7]
ยังมีการก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์โรงไฟฟ้าแม็กน็อกซ์ขนาด 200 เมกะวัตต์ไฟฟ้าอีกเครื่องหนึ่งที่แทช็อน ห่างจากนย็องบย็อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 20 กิโลเมตร (39°55′41″N 125°34′08″E / 39.928°N 125.569°E) จนกระทั่งการก่อสร้างถูกระงับใน ค.ศ. 1994 ตามกรอบความตกลงเช่นกัน ภายใน ค.ศ. 2005 การบูรณะเครื่องปฏิกรณ์เครื่องนี้ถือว่าไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
การออกแบบเครื่องปฏิกรณ์อาศัยข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยเกี่ยวกับแบบแม็กน็อกซ์ของบริเตนที่คัลเดอร์ฮอลล์ (Calder Hall) และที่อื่น ๆ ส่วนโรงงานแปรสภาพผลเชื้อเพลิงใช้แล้วอาศัยรูปแบบจากโรงงานของบริษัทข้ามชาติ บริษัทยุโรปเพื่อการแปรสภาพทางเคมีของเชื้อเพลิงฉายรังสี (ยูโรเคมิก) ที่มอล-เดสเซิล ประเทศเบลเยียม[11]
การปิดตัว ค.ศ. 2007
[แก้]
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007 ได้บรรลุความตกลงในการเจรจาหกฝ่ายว่าเกาหลีเหนือจะปิดและผนึกเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แม็กน็อกซ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งเชิญบุคลากรของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กลับเข้ามาเพื่อดำเนินการเฝ้าสังเกตและตรวจสอบที่จำเป็นทั้งหมด[14] เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน เกาหลีเหนือจะได้รับความช่วยเหลือด้านพลังงานฉุกเฉินจากอีกห้าฝ่ายในรูปแบบของน้ำมันเตาหนัก 50,000 ตัน
ผู้ตรวจสอบของ IAEA เดินทางถึงพื้นที่ในวันที่ 28 มิถุนายน เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดการการตรวจสอบและเฝ้าสังเกตสำหรับการปิดตัว[15] ซึ่งล่าช้ามาจากเดือนเมษายนเนื่องจากข้อพิพาทกับสหรัฐเกี่ยวกับธนาคารเดลตาเอเชีย[16] วันที่ 3 มิถุนายน เจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีใต้ที่ไม่ประสงค์ออกนามระบุว่าการปิดตัวอาจเริ่มต้นขึ้นภายหลังการขนส่งน้ำมันเที่ยวแรกในช่วงปลายเดือนนั้น[17] ต่อมาในวันที่ 14 กรกฎาคม ฌอน แมกคอร์แม็ก แถลงว่าเกาหลีเหนือได้แจ้งต่อสหรัฐว่าเครื่องปฏิกรณ์ได้รับการปิดตัวลงแล้ว เขาเสริมว่าสหรัฐยินดีกับข่าวนี้และกำลังรอการยืนยันจากคณะของ IAEA[18] ในวันถัดมา มุฮัมมัด อัลบะรอดะอี ผู้อำนวยการ IAEA ประกาศการยืนยันจากสหประชาชาติว่าเครื่องปฏิกรณ์ได้รับการปิดตัวลงแล้ว[19] และในวันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 2007 IAEA ยืนยันว่าสิ่งอำนวยความสะดวกนิวเคลียร์ทั้งห้าแห่งที่ย็องบย็อนได้รับการปิดตัวลงทั้งหมด[20]
ในถ้อยแถลงเบื้องต้นต่อคณะผู้ว่าการ IAEA ในวันที่ 3 มีนาคม ค.ศ. 2008 ผู้อำนวยการใหญ่ระบุว่าเขาไม่สามารถให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกใช้การไม่ได้ เนื่องจากงานดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการโดย IAEA ทั้งนี้ แท่งเชื้อเพลิงทั้งหมดจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชิงทดลองขนาด 5 เมกะวัตต์ไฟฟ้าและวัสดุนิวเคลียร์ที่เกิดจากการทำให้โรงงานผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้การไม่ได้นั้นอยู่ภายใต้การกักกันและการเฝ้าระวังของ IAEA[21]
การทำลายหอหล่อเย็น ค.ศ. 2008
[แก้]วันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2008 เกาหลีเหนือทำลายสัญลักษณ์ที่เด่นชัดที่สุดของโครงการอาวุธนิวเคลียร์ นั่นคือหอหล่อเย็นที่เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูหลักในศูนย์วิจัย การระเบิดทำลายจากภายใน ครั้งนี้มีนักข่าวและนักการทูตนานาชาติจำนวนมากร่วมเป็นสักขีพยาน[22]
การรื้อถอนหอหล่อเย็นที่มีความสูง 60 ฟุต (18 เมตร) ซึ่งทำหน้าที่ระบายความร้อนส่วนเกินสู่บรรยากาศ เป็นการตอบสนองต่อการผ่อนปรนของสหรัฐหลังจากที่เกาหลีเหนือยื่นคำประกาศเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ที่จะต้องถูกถอดถอน ทั้งนี้ สหรัฐเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมการรื้อถอนจำนวน 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[23]
ความเป็นไปได้ในการกลับมาเปิดดำเนินการใหม่
[แก้]ในช่วง ค.ศ. 2008 ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐปรากฏขึ้นอีกครั้งด้วยความไม่ลงรอยกันในกระบวนการปลดอาวุธของการเจรจาหกฝ่าย วันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 2008 รัฐบาลเกาหลีเหนือสั่งห้ามผู้ตรวจสอบของ IAEA ดำเนินการตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ในอีกสองวันต่อมา สหรัฐถอดเกาหลีเหนือออกจากรายชื่อรัฐสนับสนุนการก่อการร้ายของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐและกระบวนการยุติการดำเนินการที่นย็องบย็อนจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง[24]
การกลับมาดำเนินการแปรสภาพ ค.ศ. 2009
[แก้]อ้างอิงจากเว็บไซต์สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) สำนักข่าวของรัฐ ระบุว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีได้กลับมาดำเนินการแปรสภาพเชื้อเพลิงใช้แล้วเพื่อสกัดพลูโทเนียมในวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 2009 เพื่อตอบโต้การประณามของสหประชาชาติต่อการปล่อยจรวดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น โดยวัสดุนี้ถูกนำไปสมทบกับวัสดุที่ใช้สำหรับการทดลองอาวุธนิวเคลียร์[25]
เครื่องปฏิกรณ์น้ำมวลเบา
[แก้]ใน ค.ศ. 2009 เกาหลีเหนือประกาศเจตจำนงที่จะสร้างเครื่องปฏิกรณ์น้ำมวลเบา (LWR) เชิงทดลองที่ผลิตขึ้นเองภายในประเทศและเทคโนโลยีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์[26] ต่อมาใน ค.ศ. 2010 โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมด้วยเครื่องหมุนเหวี่ยงแก๊สจำนวน 2,000 เครื่องเพื่อผลิตเชื้อเพลิงยูเรเนียมเสริมสมรรถนะต่ำ (LEU) เริ่มดำเนินการ และเริ่มมีการก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์น้ำมวลเบาเชิงทดลองขนาด 25 ถึง 30 เมกะวัตต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าหมายการดำเนินงานของเครื่องปฏิกรณ์ไว้ใน ค.ศ. 2012[7]
ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2011 ภาพถ่ายดาวเทียมระบุว่าการก่อสร้าง LWR มีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว โดยโครงสร้างคอนกรีตส่วนใหญ่เสร็จสมบูรณ์แล้ว LWR นี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ของหอหล่อเย็นที่ถูกรื้อถอนไปของเครื่องปฏิกรณ์แม็กน็อกซ์เชิงทดลอง[27][28] ภายหลังการสร้าง LWR เชิงทดลองนี้ เกาหลีเหนือมีแผนที่จะสร้าง LWR ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า[7] การประเมินในเบื้องต้นคาดว่าเครื่องปฏิกรณ์จะเริ่มใช้งานได้ใน ค.ศ. 2013[29] แต่โครงสร้างภายนอกของเครื่องปฏิกรณ์ไม่เสร็จสมบูรณ์จนกระทั่ง ค.ศ. 2016[30]
ใน ค.ศ. 2017 ตรวจพบกิจกรรมหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง มีการสร้างเขื่อนเพื่อจัดหาน้ำในปริมาณเพียงพอสำหรับระบบหล่อเย็น มีการสร้างลานไกไฟฟ้าและการเชื่อมต่อกับสายส่งไฟฟ้า พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่สันนิษฐานว่าใช้สำหรับการบำรุงรักษาและซ่อมแซม นอกจากนี้ยังตรวจพบกิจกรรมที่บ่งชี้ว่ามีการเคลื่อนย้ายส่วนประกอบต่าง ๆ เข้าไปยังอาคาร[31] ใน ค.ศ. 2018 เชื่อกันว่าการทดลองขั้นต้นของเครื่องปฏิกรณ์ได้เริ่มขึ้นแล้วและเครื่องปฏิกรณ์จะเริ่มดำเนินการใน ค.ศ. 2018 หรือ 2019[32][33] เครื่องปฏิกรณ์นี้เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า โดยคาดการณ์กำลังผลิตที่ 25 ถึง 30 เมกะวัตต์ เพียงพอต่อการจ่ายไฟฟ้าให้ผู้อยู่อาศัยประมาณ 50,000 คน[34]
ข้อมูล ณ พฤษภาคม ค.ศ. 2024 การไหลของน้ำหล่อเย็นเป็นระยะบ่งชี้ว่าอาจมีการดำเนินการทดลองก่อนใช้งานจริง[35]
ตามข้อมูลจาก IAEA เครื่องปฏิกรณ์ดังกล่าวเดินเครื่องเป็นเวลาเกือบสองปีจนถึงเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2025 โดยเดินเครื่องร้อยละ 70 ของเวลาทั้งหมดตั้งแต่เดือนสิงหาคม ค.ศ. 2024 ถึงสิงหาคม ค.ศ. 2025 แม้จะไม่น่าเป็นการเดินเครื่องด้วยกำลังสูงสุด มีการประเมินว่าหากเครื่องปฏิกรณ์เดินเครื่องด้วยกำลังสูงสุดจะสามารถผลิตพลูโทเนียมได้ประมาณ 20 กิโลกรัมต่อปี อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าเชื้อเพลิงจะถูกนำไปผ่านการแปรสภาพหรือไม่ สถาบันเพื่อวิทยาศาสตร์และความมั่นคงระหว่างประเทศ (ISIS) ประเมินว่าการดำเนินการของเครื่องปฏิกรณ์กลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2025[8]
การระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
[แก้]ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 เกาหลีเหนือประกาศว่าจะระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่นย็องบย็อน และจะไม่ทดลองอาวุธนิวเคลียร์เพิ่มเติมในระหว่างที่การเจรจาที่มีประสิทธิภาพร่วมกับสหรัฐยังคงดำเนินต่อไป นอกจากนี้ เกาหลีเหนือจะอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบของ IAEA เฝ้าติดตามการดำเนินงานที่นย็องบย็อน ด้านสหรัฐยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีเจตนาเป็นศัตรูต่อสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี และเตรียมพร้อมที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี[36][37] สันนิษฐานว่าการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์กลับมาเริ่มต้นอีกครั้งภายหลังการล่มสลายของความตกลงวันอธิกวาร
แผนกลับมาดำเนินการ ค.ศ. 2013
[แก้]ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2013 เกาหลีเหนือประกาศว่าจะกลับมาดำเนินการเครื่องปฏิกรณ์เชิงทดลองขนาด 5 เมกะวัตต์ไฟฟ้าอีกครั้ง[38] ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าว ต้องมีการฟื้นฟูระบบหล่อเย็นทุติยภูมิที่ใช้งานไม่ได้ให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม[39]
วันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2015 เกาหลีเหนือประกาศว่าสถานนิวเคลียร์นย็องบย็อนเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงเครื่องปฏิกรณ์เชิงทดลองขนาด 5 เมกะวัตต์ไฟฟ้าด้วย[3] อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายดาวเทียมในเดือนเมษายน ค.ศ. 2016 บ่งชี้ว่าเครื่องปฏิกรณ์ไม่ได้เดินเครื่องในระดับกำลังการผลิตที่สูง[40]
การวิเคราะห์ภาพถ่ายอินฟราเรดตั้งแต่เดือนกันยายน ค.ศ. 2016 ถึงมิถุนายน ค.ศ. 2017 แสดงว่าเครื่องปฏิกรณ์เชิงทดลองขนาด 5 เมกะวัตต์ไฟฟ้าอาจไม่ได้ดำเนินการ หรือดำเนินการในระดับต่ำ โดยห้องปฏิบัติการเคมีรังสีมีการดำเนินการเป็นระยะ[41]
ความตกลงเปียงยาง ค.ศ. 2018
[แก้]ในระหว่างการประชุมสุดยอดระหว่างเกาหลี กันยายน ค.ศ. 2018 คิม จ็อง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และมุน แจ-อิน ผู้นำเกาหลีใต้ ได้ลงนามใน "ปฏิญญาร่วมเปียงยาง กันยายน ค.ศ. 2018"[42] ความตกลงดังกล่าวระบุท่ามกลางประเด็นอื่น ๆ ว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือจะรื้อถอนนย็องบย็อนก็ต่อเมื่อสหรัฐดำเนินการที่สมดุลกัน[43]
ข้อมูล ณ เดือนมกราคม ค.ศ. 2019 สิ่งอำนวยความสะดวกหลักของนย็องบย็อนดูเหมือนจะไม่มีการดำเนินการ[44] อย่างไรก็ตาม ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2021 ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศรายงานว่าเกาหลีเหนือดูเหมือนจะกลับมาเริ่มเดินเครื่องปฏิกรณ์ขนาด 5 เมกะวัตต์อีกครั้ง[45]
โครงสร้าง
[แก้]นย็องนย็อนได้รับการอธิบายใน ค.ศ. 2013[46] ว่ามีการดำเนินงานในสาขาย่อย 10 แห่ง ดังนี้:
- สถาบันการใช้ไอโซโทป
- สถาบันฟิสิกส์นิวตรอน
- สถาบันแม่เหล็กไฟฟ้านิวเคลียร์
- สถาบันฟิสิกส์นิวเคลียร์
- สถาบันวัสดุนิวเคลียร์
- สถาบันวิจัยพลังงานนิวเคลียร์
- สถาบันพัฒนาทรัพยากรยูเรเนียม
- ห้องปฏิบัติการเคมีรังสี
- สถาบันออกแบบเครื่องปฏิกรณ์
- สถาบันป้องกันรังสี
ดูเพิ่ม
[แก้]หมายเหตุ
[แก้]- ↑ "นย็องบย็อน" สะกดและออกเสียง 녕변 (Nyŏngbyŏn) ในเกาหลีเหนือ และ 영변 (Yŏngbyŏn) ในเกาหลีใต้
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 Chaim Braun; Siegfried Hecker; Chris Lawrence; Panos Papadiamantis (27 พฤษภาคม 2016). North Korean Nuclear Facilities After the Agreed Framework (PDF). Center for International Security and Cooperation (รายงาน). Stanford University. สืบค้นเมื่อ 14 มีนาคม 2019.
- ↑ Radioactive Waste Management Advisory Committee (พฤศจิกายน 2000). RWMAC's Advice to Ministers on the Radioactive Waste Implications of Reprocessing, Annex 4: Dry storage and disposal of Magnox spent fuel (รายงาน). Department for Environment, Food and Rural Affairs. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 19 สิงหาคม 2006.
- 1 2 "North Korea Yongbyon nuclear site 'in operation'". BBC. 15 กันยายน 2015. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 กันยายน 2015. สืบค้นเมื่อ 15 กันยายน 2015.
- ↑ "Research Reactor Details – IRT-DPRK". International Atomic Energy Agency. 30 กรกฎาคม 1996. สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2007.[ลิงก์เสียถาวร]
- ↑ Siegfried S. Hecker (14 มีนาคม 2008). Report of Visit to North Korea to Senate Foreign Relations Committee (รายงาน). Center for International Security and Cooperation, Stanford University. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 มิถุนายน 2010. สืบค้นเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2010.
- ↑ David Albright (19 มีนาคม 2007). Phased International Cooperation with North Korea's Civil Nuclear Programs (PDF) (รายงาน). Institute for Science and International Security. ข้อมูลเก่า (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 20 กรกฎาคม 2011. สืบค้นเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2010.
- 1 2 3 4 Siegfried S. Hecker (20 พฤศจิกายน 2010). A Return Trip to North Korea's Yongbyon Nuclear Complex (รายงาน). Center for International Security and Cooperation, Stanford University. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 25 พฤศจิกายน 2010. สืบค้นเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2010.
- 1 2 Burkhard, Sarah; Bridges, Jocelyn (19 ธันวาคม 2025). "Imagery Update of Activities at North Korea's Yongbyon Site". Institute for Science and International Security. สืบค้นเมื่อ 22 ธันวาคม 2025.
- ↑ Bogle, Jacob (20 มีนาคม 2020). "More Underground Facilities Near Yongbyon: A Potential Challenge for Future Denuclearization Deals". 38 North. The Henry L. Stimson Center. สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2020.
- 1 2 Sheryl WuDunn (17 พฤษภาคม 1992). "North Korean site has A-bomb hints". The New York Times. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 29 มีนาคม 2014. สืบค้นเมื่อ 18 มีนาคม 2014.
- 1 2 3 Siegfried S. Hecker; Sean C. Lee; Chaim Braun (ร้อน 2010). "North Korea's Choice: Bombs Over Electricity". The Bridge. 40 (2). National Academy of Engineering: 5–12. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 5 ธันวาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 5 มีนาคม 2011.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ North Korean Fuel Identified as Plutonium เก็บถาวร 19 ธันวาคม 2016 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, Thom Shanker and David E. Sanger, New York Times, 17 October 2006.
- ↑ Siegfried S. Hecker (12 พฤษภาคม 2009). "The risks of North Korea's nuclear restart". Bulletin of the Atomic Scientists. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 15 กรกฎาคม 2009. สืบค้นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2009.
- ↑ "Application of Safeguards in the Democratic People's Republic of Korea (DPRK)" (PDF). IAEA. 17 สิงหาคม 2007. GOV/2007/45-GC(51)/19. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 9 พฤษภาคม 2008. สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2009.
- ↑ U.N. nuke inspectors go to N. Korea reactor[ลิงก์เสีย], CNN, published 2007-06-27, accessed 3 July 2007.
- ↑ James Reynolds (17 มีนาคม 2007). "N Korea warning on nuclear deal". BBC News. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 มีนาคม 2007. สืบค้นเมื่อ 17 มีนาคม 2007.
- ↑ Heejin Koo (3 กรกฎาคม 2007). "North Korea Reactor Closure May Begin in Mid-July". Bloomberg. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 กันยายน 2007. สืบค้นเมื่อ 3 กรกฎาคม 2007.
- ↑ N Korea "closes nuclear reactor" BBC News retrieved 14 July 2007.
- ↑ "UN confirms N Korea nuclear halt", BBC News, 16 July 2007
- ↑ "N Korea closes more nuclear sites", BBC News, 18 July 2007.
- ↑ "Verification of Nuclear Non-Proliferation: Implementation of Safeguards in the DPRK เก็บถาวร 9 พฤษภาคม 2008 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน", IAEA: Statements of the Director General, Vienna, 3 March 2008. Retrieved on 26 April 2008
- ↑ "Blast gets North Korea off US blacklist". The Australian. 28 มิถุนายน 2008. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2008.[ลิงก์เสีย]
- ↑ Cooper, Helene (27 มิถุนายน 2008). "Bush Rebuffs Hard-Liners to Ease North Korean Curbs". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2019.
- ↑ Demetri Sevastopulo (10 ตุลาคม 2008). "Bush removes North Korea from terror list". Financial Times. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 ตุลาคม 2008. สืบค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2008.
- ↑ "North Korea says it has started reprocessing spent fuel rods". Nexis: BBC Monitoring Asia Pacific – Political. 25 เมษายน 2009.
- ↑ "DPRK Foreign Ministry Declares Strong Counter- Measures against UNSC's "Resolution 1874"". Korean Central News Agency. 13 มิถุนายน 2010. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 มิถุนายน 2011. สืบค้นเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2010.
- ↑ "North Korea Makes Significant Progress in Building New Experimental Light Water Reactor (ELWR)". 38 North, School of Advanced International Studies. Johns Hopkins University. 18 พฤศจิกายน 2011. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2011. สืบค้นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2011.
- ↑ Niko Milonopoulos; Siegfried S. Hecker & Robert Carlin (6 มกราคม 2012). "North Korea from 30,000 feet". Bulletin of the Atomic Scientists. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 มกราคม 2012. สืบค้นเมื่อ 19 มกราคม 2012.
- ↑ "North Korea makes "significant" nuclear reactor progress: IAEA". Reuters. 31 สิงหาคม 2012. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 19 กันยายน 2012. สืบค้นเมื่อ 17 ตุลาคม 2012.
- ↑ "North Korea's Yongbyon Nuclear Facility: Slow Progress at the Experimental Light Water Reactor". 38 North. U.S.-Korea Institute, Johns Hopkins University School of Advanced International Studies. 14 มกราคม 2016. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 เมษายน 2016. สืบค้นเมื่อ 4 เมษายน 2016.
- ↑ "Progress at North Korea's Experimental Light Water Reactor at Yongbyon | 38 North: Informed Analysis of North Korea". 38 North. 19 กุมภาพันธ์ 2018.
- ↑ "Jane's by IHS Markit Discovers Likely Operational Testing at North Korean Nuclear Reactor". www.businesswire.com. 16 มีนาคม 2018.
- ↑ "Seoul aims for more talks about talks with North Korea this month". Reuters. 16 มีนาคม 2018 – โดยทาง mobile.reuters.com.
- ↑ "North Korea nuclear reactors show new signs of activity". CNN. 16 มีนาคม 2018.
- ↑ Makowsky, Peter; Liu, Jack; Ragnone, Iliana (23 พฤษภาคม 2024). "Yongbyon Nuclear Scientific Research Center: Construction at the Radiochemical Laboratory". 38 North. The Henry L. Stimson Center. สืบค้นเมื่อ 18 กรกฎาคม 2024.
- ↑ "DPRK Foreign Ministry Spokesman on Result of DPRK-U.S. Talks". Korean Central News Agency. 29 กุมภาพันธ์ 2012. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 4 มีนาคม 2012. สืบค้นเมื่อ 3 มีนาคม 2012.
- ↑ "U.S.-DPRK Bilateral Discussions". U.S. Department of State. 29 กุมภาพันธ์ 2012. สืบค้นเมื่อ 3 มีนาคม 2012.
- ↑ "North Korea 'to restart Yongbyon nuclear reactor'". BBC. 2 เมษายน 2013. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 เมษายน 2013. สืบค้นเมื่อ 11 เมษายน 2013.
- ↑ Nick Hansen & Jeffrey Lewis (3 เมษายน 2013). "Satellite Images Show New Construction at North Korea's Plutonium Production Reactor; Rapid Restart?". 38 North, School of Advanced International Studies. Johns Hopkins University. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 เมษายน 2013. สืบค้นเมื่อ 11 เมษายน 2013.
- ↑ Joseph S. Bermudez, Jr. (15 เมษายน 2016). "More Evidence of Possible Reprocessing Campaign at Nyongbyon; Progress at Experimental Light Water Reactor". 38 North. U.S.-Korea Institute, Johns Hopkins University School of Advanced International Studies. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 เมษายน 2016. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2016.
- ↑ Joseph S. Bermudez Jr., Mike Eley, Jack Liu. Frank V. Pabian (14 กรกฎาคม 2017). "North Korea's Yongbyon Facility: Probable Production of Additional Plutonium for Nuclear Weapons". 38 North. U.S.-Korea Institute, Johns Hopkins University School of Advanced International Studies. สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2017.
{{cite news}}: CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์) - ↑ "North and South Korea just signed a major agreement. It may be bad news for Trump". vox.com. 19 กันยายน 2018.
- ↑ "South Korea says North agrees to dismantle nuclear site — if US takes reciprocal action". abc.net.au. 19 กันยายน 2018.
- ↑ "North Korea's Nyongbyon Nuclear Facilities: Well Maintained but Showing Limited Operations". 38 North. The Henry L. Stimson Center. 9 มกราคม 2019. สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2019.
- ↑ "Yongbyon: UN says North Korea appears to restart nuclear reactor". BBC News. 30 สิงหาคม 2021.
- ↑ "North Korea Nuclear R&D Structure". CRS. 13 กุมภาพันธ์ 2013. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 11 เมษายน 2013. สืบค้นเมื่อ 26 มีนาคม 2013.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- IAEA & DPRK, International Atomic Energy Agency
- Facilities in the Democratic People´s Republic of Korea Under Agency Safeguards – International Atomic Energy Agency, 31 December 2003 (archived)
- North Korea: No bygones at Yongbyon – Robert Alvarez, Bulletin of the Atomic Scientists, July 2003 (archived)
- DPRK will re-open Nuclear Facilities to Produce Electricity – Sin Yong Song, Vice Minister of Power and Coal Industries, 27 January 2003 (archived)
- Visit to the Yongbyon Nuclear Scientific Research Center in North Korea – Siegfried S. Hecker, 21 January 2004
- Report of Visit to the Democratic People’s Republic of North Korea to Senate Foreign Relations Committee – Siegfried S. Hecker, 17 March 2008
- Technical summary of DPRK nuclear program – Siegfried S. Hecker, 8 November 2005 (archived)
- North Korean Plutonium Production, David Albright, ISIS – Science & Global Security, 1994, Volume 5, pp. 63–87 (archived)
- North Korea’s Corroding Fuel, David Albright, ISIS – Science & Global Security, 1994, Volume 5, pp. 89–97 (archived)
- Implications of the U.S./North Korean Agreement on Nuclear Issues, GAO, October 1996 (GAO/RCED/NSIAD-97-8) (archived)
- Implementation of the U.S./North Korean Agreed Framework on Nuclear Issues, GAO, June 1997 (GAO/RCED/NSIAD-97-165) (archived)
- Dismantlement and Radioactive Waste Management of DPRK Nuclear Facilities, Whang Jooho and George T. Baldwin, Sandia National Laboratories, April 2005 (SAND 2005-1981P) (archived)
- Visit by IAEA Director General Hans Blix to DPRK 11–16 May 1992 ที่ยูทูบ
- ใช้วันที่รูปแบบวันเดือนปีตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2026
- บทความวิกิพีเดียต้องการอัปเดตตั้งแต่กันยายน 2022
- บทความที่มีลิงก์เสียตั้งแต่กันยายน 2018
- โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือ
- สถาบันวิจัยในเกาหลีเหนือ
- โครงการนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ
- เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือ
- พลังงานนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือ
- ฐานทัพเกาหลีเหนือ
- ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเกาหลีเหนือ
- สถาบันวิจัยนิวเคลียร์
- โรงงานแปรสภาพนิวเคลียร์
- เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ
- เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์หน่วงนิวตรอนด้วยแกรไฟต์
- ก่อตั้งในประเทศเกาหลีเหนือในปี พ.ศ. 2528
- สิ่งก่อสร้างในจังหวัดพย็องอันเหนือ
- สถาปัตยกรรมในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ในประเทศเกาหลีเหนือ