วิลเลียม แครีย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วิลเลียม แครีย์
William Carey.jpg
มิชชันนารที่อินเดีย
เกิด 17 สิงหาคม, พ.ศ. 2304
ประเทศอังกฤษ
เสียชีวิต 9 มิถุนายน, พ.ศ. 2377
เซแรมโปร ประเทศอินเดีย

วิลเลียม แครีย์ (อังกฤษ: William Carey) เป็นมิชชันนารีคณะแบปทิสต์ในประเทศอินเดีย ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 แครีย์ได้แปลคัมภีร์ไบเบิลเป็น 3 ภาษาและมีส่วนสำคัญในการต่อต้านการเผาแม่ม่ายในพิธีสตี

ในวงการคริสตจักรนิกายโปรเตสแตนต์ มีกิตติศัพท์ว่าเป็น “บิดาแห่งมิชชันนารียุคใหม่” และ “มหาบุรุษผู้บุกเบิกอินเดีย”

การศึกษา[แก้]

วิลเลียม แครีย์ เกิดในปี ค.ศ.1761 ใกล้เมืองนอร์ธแฮมตัน ประเทศอังกฤษ ไม่ได้มีความรู้มากนัก กลับใจเชื่อพระเจ้าตอนวัยรุ่นและเข้าร่วมงานกับกลุ่มแบปทิสต์ เขาได้ใช้เวลาว่างในการศึกษาพระคัมภีร์และรับใช้ในฐานะผู้รับใช้ฆราวาส

ชีวิตครอบครัว[แก้]

แครีย์ แต่งงานครั้งแรกกับ ดอรอธี (Dorothy) น้องภรรยาของนายจ้างในปี ค.ศ. 1781 ดอรอธีแก่กว่าเขา 5 ปี มีบุตร 2 คน ครั้งที่ 2 แต่งกับเลดีชาร์ลอตต์ รูมอห (Lady Charlotte Rhumohr) ในปี ค.ศ. 1808 ครั้งที่ 3 แต่งกับเกรซ ฮิวส์ (Grace Hughes) ในปี ค.ศ.1821

งานบุกเบิก[แก้]

เขาเริ่มออกทำพันธกิจต่างแดนโดยได้เดินทางไปที่อินเดีย โดยถูกจุดประกายจากการอ่านหนังสือ “The Voyages of Captain Cook” (การเดินทางของกัปตันฮุค) โดยได้เริ่มพันธกิจที่มัลดาทางเหนือของอินเดีย แต่ด้วยความจำเป็นจึงต้องย้ายไปที่กัลกัตตา รัฐเซแรมโปร์ เซแรมโปร์กลายเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมงานมิชชั่นของคณะแบบทิสต์ในอินเดีย โดยมีผู้ร่วมงานที่สำคัญคือ โยชูวา มาร์ชแมน (Joshua Marshman) และวิลเลียม วาร์ด (William Ward) ซึ่งทั้งสามเป็นที่รู้จักกันในนาม สามสหายแห่งแรมโปร์ (The Serampore Trio) จนกลายเป็นทีมมิชชันนารีที่มีชื่อเสียงที่สุดทีมหนึ่งในประวัติศาสตร์

ผลงานที่สำคัญ[แก้]

วิลเลียม แครีย์ ก่อตั้งโรงเรียนหลายแห่ง โรงพิมพ์ขนาดใหญ่ และผลงานที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการแปลพระคัมภีร์จบทั้งเล่มเป็น 3 ภาษา คือ เบงกาลี ภาษาสันสกฤต และเมราธี

ความตาย[แก้]

วิลเลียม แครีย์ เสียชีวิตใน ปี ค.ศ.1834 เขาได้สร้างผลงานและมีอิทธิพลอย่างมากในอินเดียและยังเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างกล้าหาญสำหรับคริสเตียนนิกายโปรเตสแตนต์ในช่วงต่อมา

อ้างอิง[แก้]

  • รูธ เอ ทักเกอร์, “จากเยรูซาเล็มสู่ปลายแผ่นดินโลก” พิมพ์ครั้งที่2 กรุงเทพมหานคร กนกบรรณสาร 2006