ข้ามไปเนื้อหา

วาฬเบลูกา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

วาฬเบลูกา[1]
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: ยุคควอเทอร์นารี–ปัจจุบัน
↓
ที่ City of Arts and Sciences ประเทศสเปน
Size comparison to an average human
ขนาดเมื่อเทียบกับมนุษย์
CITES Appendix II (CITES)[3]
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ แก้ไขการจำแนกนี้
อาณาจักร: สัตว์
Animalia
ไฟลัม: สัตว์มีแกนสันหลัง
Chordata
ชั้น: สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม
Mammalia
อันดับ: สัตว์กีบคู่
Artiodactyla
อันดับย่อย: วาฬและฮิปโป
Whippomorpha
อันดับฐาน: วาฬและโลมา
Cetacea
วงศ์: Monodontidae
วงศ์ย่อย: Delphinapterinae
Lacépède, 1804
สกุล: วาฬเบลูกา
Delphinapterus
(Pallas, 1776)
สปีชีส์: D.  leucas
ชื่อทวินาม
Delphinapterus leucas
(Pallas, 1776)
ขอบเขตของวาฬเบลูกา

วาฬเบลูกา หรือ วาฬขาว (อังกฤษ: Beluga whale, White whale; ชื่อวิทยาศาสตร์: Delphinapterus leucas) เป็นวาฬที่จัดอยู่ในวงศ์ Monodontidae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับนาร์วาฬ และนับเป็นเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Delphinapterus โดยถือเป็น 2 ชนิดเท่านั้นในวงศ์นี้ที่ยังคงสืบเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน[4]

จัดอยู่ในประเภทวาฬมีฟัน กินสัตว์น้ำเป็นอาหาร เช่น กุ้ง, หอยและปลา เป็นต้น ตัวผู้จะมีความยาวลำตัวมากกว่าเมื่อเทียบกับตัวเมีย โดยตัวผู้ตัวเต็มวัยจะมีความยาวลำตัวเฉลี่ย 3.5–5.5 เมตร ส่วนตัวเมียมีความยาวลำตัวเฉลี่ย 3–4.1 เมตร น้ำหนักกว่า 1 ตัน สำหรับลูกวาฬแรกเกิดจะมีสีเทา และสีเทาจะค่อย ๆ จางลงจนกลายเป็นสีขาวในตัวเต็มวัย[5] และมีอายุเฉลี่ยประมาณ 10 ปี สูงสุดถึง 70 ปี[6] พบกระจายพันธุ์ตามชายฝั่งทะเลและมหาสมุทรของซีกโลกทางเหนือ เช่น มหาสมุทรอาร์กติก, ทวีปอเมริกาเหนือ, อ่าวฮัดสัน, เกาะกรีนแลนด์, รัสเซีย, ทะเลสาบอิลลิมนา[7] และปากแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์ ในแคนาดา อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง สามารถว่ายน้ำเดินทางไปในใต้น้ำที่ดำมืดได้ โดยใช้ระบบโซนาร์ในการนำทาง ที่ผลิตมาจากก้อนไขมันบนส่วนหัว[6] และกลั้นหายใจได้นานถึง 20 นาที ตัวผู้สามารถดำน้ำได้ลึกถึง 500 เมตร เพื่อหาอาหาร ขณะที่ตัวเมียและลูกวาฬที่มีขนาดเล็กกว่าดำได้ลึกเพียง 350 เมตร [8]

วาฬเบลูกาไม่มีครีบหลัง เพื่อลดการสูญเสียความร้อนและปรับตัวให้สามารถว่ายน้ำภายใต้แผ่นน้ำแข็ง[9] และมีจุดเด่น คือ มีสีขาวปลอดตลอดทั้งลำตัวเพื่อพรางตัวจากผู้ล่า นั้นคือ หมีขั้วโลก และวาฬเพชฌฆาต[9] โดยคำว่า "เบลูกา" มาจากภาษารัสเซียคำว่า белый (bélyj) หมายถึง "สีขาว" ขณะที่ชื่อวิทยาศาสตร์ Delphinapterus หมายถึง "โลมาที่ไม่มีครีบ" (มาจากภาษากรีกคำว่า δελφίν (เดลฟิน) แปลว่า "โลมา" และ απτερος (แอปเทอรอส) แปลว่า "ปราศจากครีบ") และ leucas หมายถึง "สีขาว" (ภาษากรีกคำว่า λευκας (ลูคัส) แปลว่า "สีขาว")[10]

ส่วนหัว
ฝูงวาฬเบลูกาในธรรมชาติ
ในแสตมป์ของหมู่เกาะแฟโร

วาฬเบลูกามีชั้นไขมันที่หนาประมาณ 15 เซนติเมตร ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 40 ของน้ำหนักตัวทั้งหมด ซึ่งชั้นไขมันจะทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความเย็นของน้ำในช่วงอุณหภูมิ 0–18 องศาเซลเซียส เพื่อลดการสูญเสียความร้อนจากอุณหภูมิที่เย็น และเป็นแหล่งสะสมพลังงานสำรอง[9] โดยนับเป็นชั้นไขมันที่หนาถึง 100 เท่าของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมด[6] นอกจากนี้ วาฬเบลูกายังมีพฤติกรรมชอบที่จะขัดผิวหนังเก่าที่มีปรสิตหรือบาดแผลออกในช่วงที่น้ำแข็งละลายในฤดูร้อน ด้วยการขัดถูตัวกับก้อนกรวดที่ชายฝั่งน้ำตื้นหรือตามปากแม่น้ำ ด้วยการรวมฝูงนับ 1,000 ตัว ทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้กระทั่งลูกวาฬวัยอ่อน ซึ่งใช้เวลานานหลายวัน หรือหลายสัปดาห์ และจากพฤติกรรมนี้ทำให้บางตัวเกยฝั่งตาย หลังจากขัดผิวหนังออกแล้วก็จะกลับไปหากินในทะเลต่อ[8]

วาฬเบลูกา เป็นวาฬอีกชนิดหนึ่งที่ส่งเสียงร้องได้หลากหลายมาก จนได้ฉายาว่า "นกคีรีบูนแห่งท้องทะเล" (sea canary) ที่มีตั้งแต่เสียงผิวปาก มีระดับเสียงที่แตกต่างกันมากมาย โดยจากการสังเกตในสถานที่เลี้ยงพบว่า ลูกวาฬมีพฤติกรรมเลียนแบบเสียงแม่วาฬด้วย และเลียนแบบได้สมบูรณ์สุด อีกทั้งถือเป็นวาฬอีกชนิดหนึ่งที่นิยมเลี้ยงและฝึกให้แสดงโชว์ตามสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำต่าง ๆ โดยมีการแพร่ขยายพันธุ์ในที่เลี้ยงได้ [6] จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติรัสเซียในปี ค.ศ. 2017 พบว่า วาฬเบลูกาในสถานที่เลี้ยงที่เลี้ยงร่วมกับโลมาปากขวดเป็นเวลา 2 เดือน วาฬเบลูกามีพฤติกรรมที่จะเลียนแบบเสียงเรียกของโลมาด้วย ในขณะที่โลมาก็เลียนเสียงร้องของแมวด้วย ซึ่งเป็นเสียงเรียกแบบสั้น ๆ ทั้งนี่เชื่อว่าคงเป็นเพราะวาฬเบลูกาพยายามที่จะปรับตัวให้เข้ากับโลมา นอกจากนี้แล้วในปี ค.ศ. 2012 มีผู้ที่จับวาฬเบลูกาได้ และพบว่าวาฬมีพฤติกรรมที่จะเลียนเสียงการพูดคุยแบบมนุษย์ด้วย ทั้งนี้เชื่อว่าคงเป็นเพราะวาฬพยายามที่จะสื่อสารกับมนุษย์ [11]

ประชากรของวาฬเบลูกาที่อาศัยอยู่ในปากแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์ซึ่งเป็นน้ำกร่อย มีประมาณ 2,000 ตัว โดยวาฬเบลูกาที่นี่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่แตกต่างจากวาฬเบลูกาที่อื่น เชื่อว่าเป็นกลุ่มที่แยกตัวออกจากวาฬเบลูกาที่อื่นเป็นเวลานานกว่า 7,000 ปีแล้ว และไม่หวนคืนกลับไปยังมหาสมุทรเลย

ในยุคทศวรรษ 1920 วาฬเบลูกาถูกกล่าวหาว่าขโมยกินปลาจากชาวประมง และถูกฆ่าโดยการทิ้งระเบิดจากเครื่องบิน จากการศึกษาพบว่าจำนวนวาฬเบลูกาไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยในรอบ 25 ปีที่ผ่านมา โดยสาเหตุการตายมาจากการเกยตื้นที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดหรือการล่า แต่ปัจจุบันนี้ได้มีกฎหมายคุ้มครองและเขตสงวนคุ้มครอง[6]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ Mead, J. G.; Brownell, R. L. Jr. (2005). "Order Cetacea". ใน Wilson, D. E.; Reeder, D. M. (บ.ก.). Mammal Species of the World: A Taxonomic and Geographic Reference (พิมพ์ครั้งที่ 3rd). Johns Hopkins University Press. น. 735. ISBN 978-0-8018-8221-0. OCLC 62265494.
  2. ↑ Lowry, L.; Reeves, R.; Laidre, K. (2017). "Delphinapterus leucas". IUCN Red List of Threatened Species (ภาษาอังกฤษ). 2017 e.T6335A50352346. doi:10.2305/IUCN.UK.2017-3.RLTS.T6335A50352346.en. สืบค้นเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2021.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. ↑ "Appendices | CITES". cites.org. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 ธันวาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 2022-01-14.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. ↑ Waddell, V.G. and Milinkovitch, M.C. and Bérubé, M. and Stanhope, M.J. (2000). "Molecular Phylogenetic Examination of the Delphinoidea Trichotomy: Congruent Evidence from Three Nuclear Loci Indicates That Porpoises (Phocoenidae) Share a More Recent Common Ancestry with White Whales (Monodontidae) Than They Do with True Dolphins (Delphinidae)". Molecular Phylogenetics and Evolution. 15 (2): 314–318. doi:10.1006/mpev.1999.0751. PMID 10837160.{{cite journal}}: CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์)
  5. ↑ วาฬเบลูกา
  6. 1 2 3 4 5 "สารคดีมุมมองจากฟากฟ้า". ไทยพีบีเอส. 13 ธันวาคม 2014. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2015-04-23. สืบค้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. ↑ Wade, Jeremy (2011). River Monsters: True Stories of the Ones that Didn't Get Away. Cambridge, MA: Da Capo Press. ISBN 978-0-306-81954-4.
  8. 1 2 "อัศจรรย์โลกน้ำแข็งตอนที่ 7". ช่อง 7. 11 มกราคม 2015. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2015-04-23. สืบค้นเมื่อ 11 มกราคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. 1 2 3 Friedman, W.R. 2006. Environmental Adaptations of the Beluga Whale (Delphinapterus leucas). Cognitive Science 143. 14 p.
  10. ↑ Leatherwood, Stephen and Randall R. Reeves (1983). The Sierra Club Handbook of Whales and Dolphins (1 ed.). San Francisco: Sierra Club Books. p. 320. ISBN 978-0-87156-340-8.
  11. ↑ หน้า 7 โลกาภิวัฒน์ GLOBALIZATION, วิจัยพบวาฬขาวเรียนรู้ภาษาของโลมา. "โลกโศภิณ". ไทยรัฐปีที่ 68 ฉบับที่ 21848: วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 แรม 12 ค่ำ เดือน 12 ปีระกา

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]