วาฬสเปิร์ม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
วาฬสเปิร์ม
Sperm whale 12.jpg
วาฬสเปิร์ม
Sperm whale size.svg
ขนาดเมื่อเทียบกับมนุษย์
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Cetacea
อันดับย่อย: Odontoceti
วงศ์: Physeteridae
สกุล: Physeter
Linnaeus, 1758 [2]
สปีชีส์: P.  macrocephalus
ชื่อทวินาม
Physeter macrocephalus
Linnaeus, 1758
Cetacea range map Sperm Whale 4.PNG
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ (สีน้ำเงิน)
ชื่อพ้อง[2]
  • Physeter catodon Linnaeus, 1758
  • Physeter australasianus Desmoulins, 1822
  • Physeter australis Gray, 1846

วาฬสเปิร์ม หรือ วาฬหัวทุย[3] (อังกฤษ: Sperm whale[2]; ชื่อวิทยาศาสตร์: Physeter macrocephalus) เป็นวาฬขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง จัดเป็นวาฬมีฟัน (Odontoceti) ชนิดที่ใหญ่ที่สุด

วาฬสเปิร์มมีลักษณะเด่น คือ มีส่วนหัวใหญ่และยาวมากเกือบร้อยละ 40 ของลำตัว ลำตัวสีเทาดำผิวหนังเป็นรอยย่นตลอดลำตัว ส่วนหน้าผากตั้งฉากตรงขึ้นจากปลายปากบน และเป็นแนวหักลาดไปทางส่วนหลัง ท่อหายใจรูเดียว อยู่ส่วนบนเยื้องไปด้านซ้ายของหัวครีบหลัง มีลักษณะเป็นสันนูนขึ้นมาตั้งอยู่ค่อนไปทางท้ายลำตัว และมีสันเป็นลอน ๆ ไปจนเกือบถึงโคนหาง ครีบข้างค่อนข้างเล็กปลายมนเหมือนใบพาย ไม่มีครีบหลัง ขากรรไกรล่างแคบยาวและเล็กมากเมื่อเทียบกับส่วนหัว ฟันเป็นเขี้ยวจำนวน 16-30 คู่ บนขากรรไกรล่าง ขากรรไกรบนไม่มีฟัน แต่จะมีช่องสำหรับรองรับฟันล่างเวลาหุบปากเท่านั้น อย่างไรก็ตามอาจพบฟัน 10-16 คู่ ในกระดูกขากรรไกรบนของวาฬที่มีอายุมาก ๆ[3] นอกจากนี้แล้วบริเวณรอบ ๆ ปากจะเป็นสีขาว ซึ่งเชื่อกันว่าในที่ ๆ น้ำลึกสีขาวนี้จะเรืองแสงในความมืด ใช้เป็นเครื่องล่อเหยื่อต่าง ๆ ของวาฬสเปิร์ม[4]

มีขนาดโตเต็มที่ยาวประมาณ 15-20 เมตร ลูกแรกเกิดยาว 3.5-4.5 เมตร แม่วาฬใช้เวลาตั้งท้องนาน 16-17 เดือน ลูกจะอาศัยอยู่กับแม่เป็นเวลาประมาณ 13 เดือนจึงแยกออกหากินอิสระ ขนาดโตเต็มที่ยาว 12-18 เมตร น้ำหนักมากถึง 28 ตัน[3]

วาฬสเปิร์ม เป็นวาฬที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง และเป็นวาฬชนิดที่ดำน้ำได้ลึกที่สุด มีรายงานว่าสามารถดำน้ำได้ลึกถึง 1,000 เมตร โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที มีรายงานจากการติดตามวาฬที่ติดเครื่องหมายด้วยระบบโซน่า พบว่าสามารถดำน้ำได้ลึกถึง 2,800-3,000 เมตร โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง [3]จากการสูดหายใจเพียงครั้งเดียวที่ผิวน้ำที่มีแรงกดดันเท่ากับที่มนุษย์หายใจ ซึ่งในระดับความลึกกว่า 1,000 เมตร แรงกดของอากาศมากกว่าที่ผิวน้ำ 100 เท่า บีบอัดปอดของวาฬให้เหลือเพียงร้อยละ 1 ของปริมาตรทั้งหมด[5] แต่ขณะที่ยังเป็นวาฬวัยอ่อนอยู่ จะยังไม่สามารถดำน้ำลึกได้เหมือนตัวที่โตเต็มวัย[4]

นอกจากนี้แล้ววาฬสเปิร์มยังเป็นวาฬชนิดที่ชอบกินหมึกเป็นอาหารมากที่สุด[6] โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมึกมหึมา (Mesonychoteuthis hamiltoni) ซึ่งเป็นหมึกชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีความยาวได้ถึง 14 เมตร ในระดับความลึกระดับ 1,000 เมตร หรือหมึกกล้วยยักษ์ (Architeuthis dux) ที่มีขนาดรองลงมา โดยอาจยาวได้ถึง 12 เมตร[4] โดยมีการพบซากจะงอยปากของหมึกในกระเพาะของวาฬสเปิร์ม ซึ่งวาฬบางตัวจะมีผิวหนังที่เป็นรอยแผลจากปุ่มดูดของหนวดหมึกปรากฏอยู่ [7]

รอยแผลเป็นบนผิวหนังวาฬสเปิร์มจากปุ่มดูดของหมึกมหึมา

วาฬสเปิร์ม เป็นวาฬที่พบได้ในทะเลและมหาสมุทรทั่วโลก ในน่านน้ำไทยพบรายงานเพียง 3 จังหวัด คือ พังงา, ภูเก็ต และสตูล และถูกจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย[3] [8]

วาฬสเปิร์ม นับเป็นวาฬอีกชนิดหนึ่งที่ถูกล่าจากมนุษย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยการนำเขี้ยวและฟันมาเป็นทำเครื่องประดับ ไขมันในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เนื้อสำหรับรับประทาน นอกจากนี้แล้วอาเจียนหรือมูลของวาฬสเปิร์มยังมีลักษณะแข็งเหมือนอำพัน และมีกลิ่นหอมเป็นลักษณะพิเศษ เป็นของหายาก ราคาแพง ใช้เป็นส่วนสำคัญในการผลิตหัวน้ำหอมและยาไทยได้ด้วย เรียกว่า "อำพันขี้ปลา" หรือ "อำพันทะเล" หรือ "ขี้ปลาวาฬ"[6] และที่ส่วนหัวยังมีสารพิเศษคล้ายไขมันหรือขี้ผึ้ง เรียกว่า "ไขปลาวาฬ" ซึ่งใช้ในการผลิตโลชั่น และเวชภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ อันเป็นที่มาของชื่อสามัญ[9] [10] ซึ่งวาฬสเปิร์มได้ถูกอ้างอิงถึงในวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก คือ "โมบิดิก" ของเฮอร์มัน เมลวิลล์ ในปี ค.ศ. 1855 ที่เป็นเรื่องราวของการล่าวาฬสเปิร์มเผือกตัวหนึ่งที่มีนิสัยดุร้าย ชื่อ โมบิดิก หรือในวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง "พินอคคิโอ" ที่ตอนท้ายเรื่องพินอคคิโอผจญภัยเข้าไปอยู่ในท้องของวาฬ ซึ่งก็คือ วาฬสเปิร์ม เป็นต้น[7]

ในปัจจุบัน มีผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า วาฬสเปิร์มรวมถึงวาฬชนิดอื่น ๆ มีขนาดลำตัวที่เล็กลงจากอดีต บ่งบอกว่าเป็นสัตว์ที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ โดยเฉพาะวาฬสเปิร์มนั้นในปี ค.ศ. 1985 ขนาดเล็กกว่าเดิมที่เคยวัดไว้เมื่อปี ค.ศ. 1905 ประมาณ 4 เมตร[11]

รูปภาพ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. จาก IUCN
  2. 2.0 2.1 2.2 "Physeter". ระบบข้อมูลการจำแนกพันธุ์แบบบูรณาการ. http://www.itis.gov/servlet/SingleRpt/SingleRpt?search_topic=TSN&search_value=180487. 
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 ปลาวาฬหัวทุย
  4. 4.0 4.1 4.2 "มหัศจรรย์หมึกยักษ์". ไทยพีบีเอส. 16 June 2014. http://tv.ohozaa.com/hourly-rerun/tpbs/2014-06-16/18/. เรียกข้อมูลเมื่อ 16 June 2014. 
  5. "อัศจรรย์โลกใต้น้ำ ตอนที่ 3". ช่อง 7. 5 January 2015. http://cuptv.com/play/694/17961/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3/05-%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1-2558-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-3/. เรียกข้อมูลเมื่อ 5 January 2015. 
  6. 6.0 6.1 "อัมพันจากทะเล ขี้ปลาวาฬ กก.ละหมื่นบาท". ไทยรัฐ. http://www.thairath.co.th/content/region/36542. 
  7. 7.0 7.1 "โมบี้ ดิ๊ก วาฬเสปิร์มหัวทู่ - ปุ๊กเขียน". โอเคเนชั่น. http://www.oknation.net/blog/print.php?id=228044. 
  8. สัตว์ป่าคุ้มครอง
  9. ยาจากทะเล
  10. "10 วาฬใกล้สูญพันธุ์ที่สุดในโลก". เด็กดีดอตคอม. http://writer.dek-d.com/JiPpieZz/writer/viewlongc.php?id=687461&chapter=166. 
  11. หน้า 17 สัตว์เลี้ยง, พิพิธภัณฑ์ลอนดอนจัดแสดงตัวอ่อนวาฬหลังค่อม โดย ทีมข่าวต่างประเทศ. คมชัดลึกปีที่ 16 ฉบับที่ 5734: วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]