อารามออทโทบอยเริน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก วัดอ็อตโตบิวเร็น)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อารามออทโทบอยเริน

อารามออทโทบอยเริน (เยอรมัน: Kloster Ottobeuren) เดิมเป็นแอบบีย์คณะเบเนดิกติน ที่ปัจจุบันเป็นตั้งอยู่ที่เมืองออทโทบอยเริน ในรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี

ประวัติ[แก้]

อารามออทโทบอยเรินก่อตั้งเมื่อขึ้นใน ค. ศ. 764 โดยบุญราศีโทโท (Toto) อุทิศให้เซนต์อเล็กซานเดอร์มรณสักขี (St. Alexander, the Martyr) หลักฐานทางประวัติศาสตร์มีเหลืออยู่เพียงว่าบุญราศีโทโทเป็นอธิการอารามองค์แรกและเสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. 815 และนักบุญอุลริช (St. Ulrich) เป็นอธิการอารามเมื่อ ค. ศ. 972 เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 11 วินัยอารามก็เสื่อมลงจนกระทั่งอธิการอาดัลฮาล์ม (Abbot Adalhalm) มาเป็นอธิการอารามระหว่างปี ค.ศ. 1082 ถึงปี ค.ศ. 1094 ท่านก็เริ่ม “การปฏิรูปเฮียร์เซา” (Hirsau Reformation) นอกจากนั้นท่านก็ยังบูรณะปฏิสังขรณ์สิ่งก่อสร้างที่เสื่อมโทรมไปจนเสร็จ

เมื่ออธิการรูเพิร์ท (Abbot Rupert I) มาเป็นอธิการอารามต่อมาระหว่างปี ค.ศ. 1102 ถึงปี ค.ศ. 1145 ท่านก็ได้เพิ่มอารามนักพรตหญิงที่มาจากครอบครัวมีสกุล และสร้างอารามมารีนแบิร์ก (Marienberg Abbey) โดยเลือกนักพรตไปจากอารามออทโทบอยเรินไปประจำ

การตกแต่งภายในแบบศิลปะโรโกโก

อธิการอิเซนกริม (Abbot Isengrim) อธิการองค์ต่อมา ระหว่างปี ค.ศ. 1145 ถึงปี ค.ศ. 1180 เขียน “Annales minores”[1] และ “Annales majores”[2]

บุญราศีคอนราดแห่งออทโทบอยเรินมาเป็นอธิการระหว่างปี ค.ศ. 1193 จนเมื่อสิ้นชีวิตเมื่อปี ค.ศ. 1227 ซึ่งนักพรตเบเนดิกตินกล่าวถึงท่านว่าเป็น "ที่รักของภราดาและคนยากจน" [1] Archived 2008-01-05 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน

เมื่อปี ค.ศ. 1153 และปี ค.ศ. 1217 อารามถูกไฟไหม้ เมื่อถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 และคริสต์ศตวรรษที่ 15 อารามก็อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมมาก จนเมื่อมาถึงสมัยอธิการโยฮันน์ เชดเลอร์ (Abbot Johann Schedler) ระหว่างปี ค.ศ. 1416 ถึงปี ค.ศ. 1443 อารามก็มีนักพรตเหลืออยู่เพียง 6 หรือ 8 องค์และรายได้ประจำปีก็ตกลงไปไม่เกิน 46 มาร์คเงิน (silver marks)

ภายใต้เอธิการเลโฮนาร์ด วีเดอมันน์ (Abbot Leonard Wiedemann) ระหว่างปี ค.ศ. 1508 ถึงปี ค.ศ. 1546 อารามก็เริ่มรุ่งเรืองขึ้นมาอีก ท่านก่อตั้งโรงพิมพ์และสถานศึกษาสำหรับนักพรตเบเนดิกตินในชวาเบีย (Swabia) แต่ก็มาถูกปิดไม่นานหลังจากที่เปิดเพราะผลจาก “สงครามสามสิบปี

อารามออทโทบอยเรินได้รับการแต่งตั้งเป็นอิมพีเรียลแอบบีย์ ในปี ค. ศ. 1299 แต่ไปเสียตำแหน่งไปเมื่อบิชอปแห่งเอาก์สบูร์กได้รับแต่งตั้งให้มาปกครองอารามในฐานะที่เรียกว่า “Vogt” แต่สิทธิเหล่านี้ก็มาถูกยกเลิกเมื่อตามคำสั่งศาลหลวง “Reichskammergericht” ในปี ค. ศ. 1624

อารามออทโทบอยเรินได้รับแต่งตั้งกลับไปเป็นอารามหลวงตามเดิมเมื่อ ค. ศ. 1710 แต่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มชวาเบีย (Swabian Circle)

ภาพเขียนภายใต้โดม

อารามออทโทบอยเรินมารุ่งเรืองที่สุดในสมัยที่รูเพิร์ท เนสส์ (Abbot Rupert Ness) มาเป็นอธิการระหว่างปี ค.ศ. 1710 ถึง ค. ศ. 1740 และรุ่งเรืองต่อมาจนมาถึงสมัย “ปฏิรูป” เมื่อ ค. ศ. 1802 ระหว่างปี ค.ศ. 1711 ถึง ค. ศ. 1725 อธิการรูเพิร์ทสร้างอารามที่เห็นกันในปัจจุบันซึ่งเป็นอารามที่ใหญ่โตหรูหราจนเปรียบได้ว่าเป็น “มหาวิหารเอสโคเรียลแห่งชวาเบีย” (the Swabian Escorial) เมื่อ ค. ศ. 1737 ท่านก็ได้สร้างตัวโบสถ์ซึ่งมาเสร็จโดยอธิการอัลเซล์ม แอร์บ (Abbot Anselm Erb) ซึ่งเป็นเจ้าองค์ต่อมาในปี ค.ศ. 1766 เมื่อปี ค.ศ. 1803 ออทโทบอยเรินย้ายไปขึ้นอยู่กับบาวาเรีย ขณะนั้นออทโทบอยเรินมีประชากร 12,000 คนและเนื้อที่ 165 ตารางกิโลเมตร

เมื่อปีค. ศ. 1834 พระเจ้าหลุยส์แห่งบาวาเรียทรงตั้งอารามออทโทบอยเรินให้เป็นอารามเบเนดิกตินขึ้นกับอารามนักบุญสเทเฟนที่เอาก์สบูร์ก (St. Stephen's Abbey) และได้รับเลื่อนให้เป็นอิมพีเรียลแอบบีย์เมื่อปีค. ศ. 1918

เมื่อปีค. ศ. 1910 อารามออทโทบอยเรินมีโรงเรียน และโรงเรียนอาชีพสำหรับเด็กยากจน มีบาทหลวงด้วยกัน 5 องค์และภราดาฆราวาสอีก 16 คนและ โนวิซฆราวาสอีก 1 คน

อ้างอิง[แก้]

  1. Monumenta Germaniae Historica: Scriptores, XVII, 315 sq.
  2. ibid., 312 sq.

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ระเบียงภาพ[แก้]