ข้ามไปเนื้อหา

วงโคจรต่ำของโลก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพกราฟฟิกแสดงวงโคจรรอบโลกที่สำคัญที่สุดสามวงและแถบรังสีแวนอัลเลนชั้นในและชั้นนอก โดยวงโคจร LEO จะอยู่ใกล้โลกที่สุด

วงโคจรต่ำของโลก (อังกฤษ: Low Earth Orbit; LEO) คือวงโคจรรอบโลกที่มีคาบการโคจร 128 นาทีหรือน้อยกว่า (โคจรรอบโลกอย่างน้อย 11.25 รอบต่อวัน) และมีค่าความเยื้องศูนย์กลางน้อยกว่า 0.25[1] วัตถุในอวกาศที่มนุษย์สร้างขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในวงโคจรนี้[2] โดยมีจำนวนวัตถุสูงสุดที่ระดับความสูงประมาณ 800 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก[3] ส่วนวัตถุที่อยู่ไกลที่สุดในวงโคจรนี้ ก่อนเข้าวงโคจรปานกลางของโลก (MEO) จะอยู่ที่ระดับความสูง 2,000 กิโลเมตร เท่ากับประมาณหนึ่งในสามของรัศมีโลกและอยู่ใกล้กับจุดเริ่มต้นของแถบรังสีแวนอัลเลนชั้นใน

คำว่า "บริเวณ LEO" ใช้สำหรับพื้นที่ในอวกาศที่อยู่ต่ำกว่าระดับความสูง 2,000 กิโลเมตร (ประมาณหนึ่งในสามของรัศมีโลก)[4] วัตถุใด ๆ ก็ตามที่โคจรผ่านบริเวณนี้จะถูกติดตามอย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะชนกับดาวเทียม LEO จำนวนมากในบริเวณนี้ แม้ว่าวัตถุดังกล่าวจะมีจุดไกลที่สุดอยู่ห่างออกไปมากหรือเป็นวงโคจรย่อย

จนถึงปัจจุบันมีเพียงภารกิจดวงจันทร์ของโครงการอะพอลโล (1968–1972) และการบินผ่านดวงจันทร์ในภารกิจอาร์ทิมิส 2 (2026) เท่านั้นที่นำมนุษย์ออกจากโลกไปไกลกว่าวงโคจรต่ำของโลก[5] สถานีอวกาศทั้งหมด (ข้อมูลเมื่อ 2026) ปฏิบัติการอยู่ในบริเวณวงโคจรต่ำของโลก

นิยาม

[แก้]

แหล่งข้อมูลหลายแหล่งได้นิยาม "วงโคจรต่ำของโลก" (LEO) อิงตามระดับความสูง[6][7][8] วัตถุใด ๆ ก็ตามที่มีวงโคจรเป็นวงรีอาจมีระดับความสูงแตกต่างกันมากตลอดแนววงโคจร แม้แต่วัตถุที่มีวงโคจรเป็นวงกลมก็อาจมีระดับความสูงต่างกันได้มากถึง 30 กิโลเมตร (โดยเฉพาะวงโคจรขั้วโลก) จากรูปทรงโลกที่มีการแบนราบที่ขั้วโลกและภูมิลักษณ์เฉพาะพื้นที่ แม้ว่าการนิยามที่อิงตามระดับความสูงจะทำให้เกิดความคลุมเครือดังที่กล่าวมา แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงที่กำหนดโดยคาบวงโคจร 128 นาที เพราะสอดคล้องกับกึ่งแกนเอกที่ 8,413 กิโลเมตรตามกฎข้อที่สามของเคปเลอร์ ส่วนวงโคจรวงกลมจะสอดคล้องกับระดับความสูง 2,042 กิโลเมตรเหนือรัศมีเฉลี่ยของโลก ซึ่งสอดคล้องกับขีดจำกัดบนของระดับความสูง LEO ตามนิยามบางแหล่ง

แหล่งข้อมูลบางแหล่งได้นิยาม "บริเวณวงโคจรต่ำของโลก" (LEO region) ว่าคือบริเวณที่มีวงโคจร LEO อยู่[4][9][10] วงโคจรที่มีความเป็นวงรีสูงบางวงโคจรอาจตัดเข้ามาในบริเวณ LEO ในช่วงระดับความสูงน้อยที่สุด (หรือจุดใกล้โลกที่สุด) แต่วงโคจรเหล่านี้ไม่ได้จัดอยู่ในวงโคจร LEO เพราะช่วงระดับความสูงมากที่สุด (หรือจุดไกลโลกที่สุด) เกินกว่า 2,000 กิโลเมตร วัตถุที่เคลื่อนที่แบบวงโคจรย่อย (sub-orbital) หรือโคจรต่ำกว่าวงโคจรปกติก็สามารถขึ้นไปถึงบริเวณ LEO ได้เช่นกัน และไม่ได้จัดอยู่ในวงโคจร LEO เพราะมีการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก การแยกความแตกต่างระหว่างวงโคจร LEO กับบริเวณ LEO นั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อการวิเคราะห์การชนกันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างวัตถุที่บางครั้งไม่ได้อยู่ในวงโคจร LEO แต่สามารถชนกับดาวเทียมหรือขยะอวกาศในวงโคจร LEO ได้

แผนภาพดาวเทียมที่สำคัญของโลกในระยะห่างตามสัดส่วนจริง เส้นสีน้ำเงินที่อยู่ใกล้โลกที่สุดคือบริเวณ LEO

ลักษณะวงโคจร

[แก้]

ความเร็ววงโคจรเฉลี่ยที่ต้องใช้เพื่อรักษาระดับวงโคจรต่ำของโลก (LEO) ให้คงที่มีค่าประมาณ 7.8 กม./วินาที หรือเท่ากับ 28,000 กม./ชม. อย่างไรก็ตาม ค่าความเร็วนี้แปรผันตามระดับความสูงที่แน่นอนของวงโคจร หากเป็นวงโคจรแบบวงกลมที่ระดับความสูง 200 กิโลเมตร ความเร็ววงโคจรจะอยู่ที่ 7.79 กม./วินาที หากวงโคจรนั้นมีระดับความสูง 1,500 กิโลเมตร ความเร็วจะลดลงเหลือ 7.12 กม./วินาที[11] ค่าเดลตา-วีของการปล่อยยานที่ใช้เพื่อเข้าสู่วงโคจรต่ำของโลกเริ่มต้นที่ประมาณ 9.4 กม./วินาที

แรงดึงจากความโน้มถ่วงที่โลกกระทำต่อวัตถุใน LEO นั้นต่ำกว่าบนพื้นผิวโลกเพียงเล็กน้อย เพราะระยะห่างระหว่างพื้นผิวโลกกับวัตถุใน LEO ยังน้อยกว่ารัศมีของโลกมาก อย่างไรก็ตาม วัตถุโคจรจะอยู่ในสภาวะตกอย่างอิสระรอบโลกตลอดเวลา เนื่องจากแรงโน้มถ่วงและแรงหนีศูนย์กลางในวงโคจรจะหักล้างกันพอดี[a] ทำให้ยานอวกาศสามารถรักษาระดับอยู่ในวงโคจรได้ และมนุษย์ทั้งในและนอกยานจะประสบกับสภาวะไร้น้ำหนักตลอดเวลา

วัตถุในวงโคจร LEO โคจรรอบโลกอยู่เหนือชั้นบรรยากาศโลกที่หนาแน่นเรื่อยไปจนถึงก่อนแถบรังสีแวนอัลเลนชั้นใน วัตถุดังกล่าวยังคงเจอแรงต้านบรรยากาศจากแก๊สในชั้นเทอร์โมสเฟียร์ (ระดับความสูง 80–600 กิโลเมตรเหนือพื้นผิว) หรือในชั้นเอกโซสเฟียร์ (ประมาณ 600 กิโลเมตรขึ้นไป) ตามความสูงของวงโคจร ดาวเทียมในวงโคจรระดับความสูงต่ำกว่า 300 กิโลเมตร จะถูกลดระดับวงโคจรอย่างรวดเร็วเนื่องจากแรงต้านของบรรยากาศโลก

วงโคจรต่ำรอบเส้นศูนย์สูตร (equatorial low Earth orbit, ELEO) คือส่วนหนึ่งของวงโคจรต่ำของโลก (LEO) ที่มีค่าความเอียงของวงโคจรต่ำ ทำให้สามารถวนกลับมาสำรวจพื้นที่ละติจูดต่ำบนโลก (เขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร) ได้อย่างรวดเร็ว วงโคจรต่ำรอบเส้นศูนย์สูตรที่โคจรตามการหมุนของโลก (prograde) จะใช้ค่าเดลตา-วีในการปล่อยยานต่ำ เพราะส่วนหนึ่งใช้ประโยชน์จากการหมุนของโลก วงโคจร LEO อื่น ๆ ที่มีประโยชน์ เช่น วงโคจรผ่านขั้วโลก วงโคจรแบบสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ ทั้งสองวงโคจรมีมุมเอียงสูงกว่าเส้นศูนย์สูตร ใช้ครอบคลุมพื้นที่ละติจูดสูงบนโลก ดาวเทียมสตาร์ลิงก์รุ่นแรก ๆ บางดวงใช้วงโคจรขั้วโลก ทำให้สามารถให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่บนโลก ส่วนกลุ่มดาวเทียมสตาร์ลิงก์รุ่นหลังจะโคจรด้วยมุมเอียงต่ำกว่าซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นมากกว่า

วงโคจรที่อยู่สูงขึ้นไปถัดจาก LEO คือวงโคจรปานกลางของโลก (MEO) บางครั้งเรียกว่าวงโคจรวงกลมระดับกลาง (intermediate circular orbit, ICO) และถัดจาก MEO สูงขึ้นไปอีกคือวงโคจรค้างฟ้า (GEO) วงโคจรที่อยู่สูงกว่า LEO เหล่านี้จะประสบกับรังสีที่รุนแรงและการสะสมประจุมากกว่า อาจทำให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เสียหายและล้มเหลวเร็วกว่า

ตั้งแต่ปี 2017 เริ่มปรากฏให้เห็นคำว่า วงโคจรต่ำมากของโลก (very low Earth orbit, VLEO) ในเอกสารการยื่นขออนุญาตต่อหน่วยงานกำกับดูแล วงโคจรดังกล่าวมีระดับความสูงเพียงราว 450 กิโลเมตร และต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ในการเพิ่มระดับวงโคจร เนื่องจากแรงต้านจากชั้นบรรยากาศจะทำให้วงโคจรลดระดับลงเร็วเกินไปจนไม่เกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ[12][13]

การใช้งาน

[แก้]
วิดีโอแสดงโลกเมื่อมองจากสถานีอวกาศนานาชาติด้วยความยาวประมาณครึ่งวงโคจร

การส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรต่ำของโลก (LEO) เป็นวิธีส่งดาวเทียมที่ใช้พลังงานน้อยที่สุด มีอัตราการส่งถ่ายข้อมูลสูงและความล่าช้าในการสื่อสารต่ำ ทั้งมนุษย์และการบำรุงรักษายังสามารถเข้าถึงดาวเทียมและสถานีอวกาศในวงโคจร LEO ได้ง่าย นอกจากนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องขยายกำลังสูงเพื่อส่งสัญญาณ จึงนิยมใช้เป็นวงโคจรสำหรับการติดต่อสื่อสาร เช่น ระบบโทรศัพท์อิริเดียม สตาร์ลิงก์ เป็นต้น ดาวเทียมถ่ายภาพโลกยังสามารถใช้ประโยชน์จากแสงสะท้อนของพื้นผิวโลกที่สม่ำเสมอโดยโคจรในลักษณะสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ที่ความสูงราว 800 กิโลเมตรและมีมุมเอียงใกล้ขั้วโลก

ข้อเสีย

[แก้]

ดาวเทียมในวงโคจรต่ำมีขอบเขตการมองเห็นแคบ สามารถสังเกตและสื่อสารกับพื้นที่บางส่วนของโลกได้ในเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น ต่างจากดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้า ทำให้จำเป็นต้องมีเครือข่ายดาวเทียมขนาดใหญ่ (หรือกลุ่มดาวเทียม) เพื่อให้เกิดความครอบคลุมและต่อเนื่อง

ดาวเทียมที่โคจรที่ระดับความสูงไม่มากจะอยู่ในชั้นบรรยากาศและประสบกับการลดระดับของวงโคจรอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องใช้พลังงานเพิ่มระดับวงโคจรอยู่เป็นระยะเพื่อรักษาวงโคจรให้คงที่หรือปล่อยดาวเทียมใหม่ทดแทนดาวเทียมที่ตกกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ กิจกรรมดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่าอาจมีการเพิ่มปริมาณโลหะที่ระเหยเป็นไอจำนวนมากในบรรยากาศโลกชั้นสตราโตสเฟียร์ แต่ปัจจุบันยังไม่ทราบถึงผลกระทบอย่างแน่ชัด[14]

ตัวอย่าง

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. ตามนิยามแล้ว "การตกอย่างอิสระ" หมายความว่าแรงโน้มถ่วงเป็นแรงเดียวที่กระทำต่อวัตถุ นิยามนี้ยังคงเป็นจริงเมื่อวัตถุตกลงรอบโลก เนื่องจากแรงอีกแรงหนึ่งคือแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางนั้นเป็นเพียงแรงเทียม

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Current Catalog Files". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ June 26, 2018. สืบค้นเมื่อ July 13, 2018. LEO: Mean Motion > 11.25 & Eccentricity < 0.25
  2. Holli, Riebeek (2009-09-04). "NASA Earth Observatory". earthobservatory.nasa.gov (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-05-27. สืบค้นเมื่อ 2015-11-28.
  3. Muciaccia, Andrea (2021). Fragmentations in low Earth orbit: event detection and parent body identification (วิทยานิพนธ์). doi:10.13140/RG.2.2.27621.52966.
  4. 1 2 "IADC Space Debris Mitigation Guidelines" (PDF). INTER-AGENCY SPACE DEBRIS COORDINATION COMMITTEE: Issued by Steering Group and Working Group 4. September 2007. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-07-17. สืบค้นเมื่อ 2018-07-17. Region A, Low Earth Orbit (or LEO) Region – spherical region that extends from the Earth's surface up to an altitude (Z) of 2,000 km
  5. "Artemis II". NASA (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). April 3, 2025. สืบค้นเมื่อ August 6, 2025.
  6. "Definition of LOW EARTH ORBIT". Merriam-Webster Dictionary (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-07-08. สืบค้นเมื่อ 2018-07-08.
  7. "Frequently Asked Questions" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). FAA. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-06-02. สืบค้นเมื่อ 2020-02-14. LEO refers to orbits that are typically less than 2,400 km (1,491 mi) in altitude.
  8. Campbell, Ashley (2015-07-10). "SCaN Glossary" (ภาษาอังกฤษ). NASA. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-08-03. สืบค้นเมื่อ 2018-07-12. Low Earth Orbit (LEO): A geocentric orbit with an altitude much less than the Earth's radius. Satellites in this orbit are between 80 and 2000 kilometers above the Earth's surface.
  9. "What Is an Orbit?". NASA (ภาษาอังกฤษ). David Hitt : NASA Educational Technology Services, Alice Wesson : JPL, J.D. Harrington : HQ;, Larry Cooper : HQ;, Flint Wild : MSFC;, Ann Marie Trotta : HQ;, Diedra Williams : MSFC. 2015-06-01. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-03-27. สืบค้นเมื่อ 2018-07-08. LEO is the first 100 to 200 miles (161 to 322 km) of space.{{cite news}}: CS1 maint: others (ลิงก์)
  10. Steele, Dylan (2016-05-03). "A Researcher's Guide to: Space Environmental Effects". NASA (ภาษาอังกฤษ). p. 7. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-11-17. สืบค้นเมื่อ 2018-07-12. the low-Earth orbit (LEO) environment, defined as 200–1,000 km above Earth's surface
  11. "LEO parameters". www.spaceacademy.net.au. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-02-11. สืบค้นเมื่อ 2015-06-12.
  12. Crisp, N. H.; Roberts, P. C. E.; Livadiotti, S.; Oiko, V. T. A.; Edmondson, S.; Haigh, S. J.; Huyton, C.; Sinpetru, L.; Smith, K. L.; Worrall, S. D.; Becedas, J. (August 2020). "The Benefits of Very Low Earth Orbit for Earth Observation Missions". Progress in Aerospace Sciences. 117. arXiv:2007.07699. Bibcode:2020PrAeS.11700619C. doi:10.1016/j.paerosci.2020.100619. S2CID 220525689. {{cite journal}}: ไม่รู้จักพารามิเตอร์ |article-number= ถูกละเว้น (help)
  13. Messier, Doug (2017-03-03). "SpaceX Wants to Launch 12,000 Satellites". Parabolic Arc. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-01-22. สืบค้นเมื่อ 2018-01-22.
  14. "Space Junk is Polluting Earth's Stratosphere with Vaporized Metal". Scientific American.
  15. "Higher Altitude Improves Station's Fuel Economy". NASA. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-05-15. สืบค้นเมื่อ 2013-02-12.
  16. "Japan's low altitude satellite Tsubame registered in Guinness World Records". The Japan Times. 2019-12-30. สืบค้นเมื่อ 2024-06-25.