ราชาแห่งราชัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ราชาแห่งราชัน  
ผู้ประพันธ์ จางอวิ๋น
ผู้แปล หลินโหม่ว
ผู้สร้างสรรค์ปก อี้จฺวิน
หวานหวาน
หมี่ซฺวิน
ประเทศ ไต้หวัน
ภาษา ไทย
ประเภท วรรณกรรมเยาวชน
ผู้เผยแพร่ สาธารณรัฐจีน FRESHPUB.INC
ไทย สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์
วันเผยแพร่ มีนาคม พ.ศ. 2550

ราชาแห่งราชัน (อังกฤษ: The Lord of the Kings) หรือ ชื่อย่อว่า ราชาฯ เป็นวรรณกรรมจีน แนวแฟนตาซี ผจญภัย เขียนโดย จางอวิ๋น เรื่องราวในโลกอนาคตซึ่งการเล่นเกมออนไลน์เป็นการเล่นในโลกเสมือนจริง เฉิงเฟิง ชายหนุ่มผู้ตกงานเพราะสภาพทางสังคมบีบบังคับได้ฆ่าเวลาด้วยการเข้าไปเล่นเกมออนไลน์ที่กำลังฮิต ชื่อว่า "ราชาแห่งราชัน" จัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์[1]

โครงเรื่อง[แก้]

ในอนาคตข้างหน้า เกมออนไลน์จะสามารถกลายเป็นแหล่งทำเงินให้แก่ผู้เล่นได้ รวมไปถึงมีเทคโนโลยีทันสมัยมารองรับ และมีระบบการร่วมมือกับธนาคารอย่างเป็นรูปธรรม เฉินเฟิง ชายตกงานที่มองหาเกมเพื่อที่จะฆ่าเวลากลับพบว่าตัวเองหลงเสน่ห์ของเกมราชาแห่งราชันเข้าเสียแล้ว ในเกมนั้น จากเดิมที่เคยมองว่าเป็นแค่สิ่งของฆ่าเวลา เขากลับซึมซับความรู้สึกในเกมราชาแห่งราชัน ในเกมนี้เอง ที่เขาได้พบกับมิตรภาพและสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่อาจพบเจอในโลกแห่งความเป็นจริง

รายชื่อตัวละคร[แก้]

เฉิงเฟิง (แซ่เฉิน ชื่อเฟิง แปลว่า ลม) 
พระเอกของนิยายเรื่องนี้ นิสัยอ่อนโยน ชอบแบ่งปันความรู้ เป็นคนที่เชื้อว่าโดยเนื้อแท้ของมนุษย์ทุกคนต่างก็เป็นคนดี แต่ขณะเดียวกันก็มีนิสัยอ่อนไหว จิตตกได้ง่าย มีหลักการในการจัดการเรื่องราวเยอะมาก ชอบพูดว่ามีบางเรื่องที่ควรทำและมีบางเรื่องที่ไม่ควรทำ เก่งในด้านวิจัยและคิดในแง่มุมใหม่ๆ มักจะยิ้มบางๆ อยู่เสมอ เป็นชายหนุ่มที่สดใสร่าเริง ตัวเอกของเรื่องที่เข้ามาเล่นเกมออนไลน์ฆ่าเวลาเพราะตกงาน เนื่องจากสภาพทางสังคมบีบบังคับ ได้หลงเข้าไปเล่นเกมออนไลน์ชื่อ "ราชาแห่งราชัน" ตามที่โฆษณาบอกว่าเป็นเกมที่มีผู้เล่นออนไลน์พร้อมกันถึงล้านคน และเนื่องจากไม่ได้สนใจอ่านคู่มือเลย จึงทำให้ฟลุคไปฆ่าสัตว์อสูร (มอนสเตอร์) ทั้งโขยงเข้า รวมถึงสัตว์อสูรระดับราชา (Boss) เข้าโดยบังเอิญ ทั้งๆ ที่ตัวเองพึ่งจะเข้าเกมเป็นครั้งแรก จึงทำให้เลเวลอัพถึงระดับ 30 อย่างรวดเร็ว จึงได้ฉายาว่า "ยอดฝีมือซื่อบื้อ" เนื่องด้วยเป็นคนที่ไหวพริบค่อนข้างดี พลิกแพลงสถานการณ์เก่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ซื่อบื้อได้อย่างไม่น่าเชื่อ จึงได้รับฉายานี้ไปโดยปริยาย
เยียหลาน (หมอกราตรีแห่งภูผา) 
ได้รู้จักกับเฉินเฟิงตอนอยู่บนเกาะเริ่มต้นเนื่องจากขอเอาแหวนป้องกันเวทมนตร์ธาตุไฟแลกกับดาบสั้นของเฉินเฟิง หลังจากนั้นยังช่วยคลี่คลายสถานการณ์คับขันให้เฉินเฟิงโดยบังเอิญขณะที่เฉินเฟิงกำลังถูกปิศาจมือธนูเล่นงานบริเวณใกล้เคียงกับถ้ำผีดิบ ในตอนที่สมาพันธ์เฟิงเริ่มรวบรวมกำลังคนเพื่อจะก่อตั้งสมาพันธ์ ตัวเธอที่ได้รับแจ้งข่าวก็รีบพาเพื่อนซี้อีกสองคนมาร่วมด้วยช่วยกันทันที
ครุโฬ (เจียโหลวหัว) 
พี่น้องร่วมสาบานของเฉินเฟิง เป็นนักเล่นเกมอาชีพมือเก่า มีฉายาว่า "รู้สารพัด" เนื่องจากตื้นตันในความจริงใจของเฉินเฟิง ทำให้เขาเสียสละทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการก่อตั้งสมาพันธ์เฟิงอย่างเต็มกำลัง ในโลกแห่งเกมออนไลน์ เขาถูกกล่าวขานว่าเป็นบุคคลที่เก่งกาจราวกับเทพ หลังจากสมาพันธ์เฟิงก่อตั้งขึ้น เขาก็ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าสมาพันธ์ โดยรับผิดชอบตึกวายุกองหลัง (เฟิงโฮ่วถาง) ปัจจุบันได้สับเปลี่ยนหน้าที่กับสองแสงกล้า โดยเปลี่ยนมารับผิดชอบดูแลตึกรับทรัพย์ (เฟิงโซวถาว) ซึ่งรับผิดชอบดำเนินกิจการค้าขายหากำไรเข้าสมาพันธ์
วิหารจันทราเทพ (เยฺว่เสินเตี้ยน) 
อาชีพนินจา สมาชิกสมาพันธ์นินจาเงา (อิ๋งเหริ่นเหมิง) เป็นผู้เล่นคนแรกที่เฉินเฟิงรู้จักในเกมราชาแห่งราชัน ทำงานเป็น "แอนนี่" NPC คนจริงของระบบซึ่งประจำการอยู่ที่อาคารเริ่มต้นบนเกาะเริ่มต้นของเกมราชาแห่งราชัน หน้าที่ของงานที่ทำคือ ชี้แนะบรรดามือใหม่ของเกมให้รู้กฎพื้นฐานต่างๆ ของเกม นิสัยเปิดเผยร่าเริง อาชีพที่อยากจะเล่นคือ นักบวช เป็นพนักงานที่ถูกว่าจ้างมาเป็น NPC ในเกมราชาแห่งราชัน ได้มารู้จักกับเฉิงเฟิง และได้มาขอให้ช่วยสอนวิธีปราบสัตว์อสูรทั้งโขยง จนได้เป็นเพื่อนกันในที่สุด ภายหลังได้รับฉายาว่านักบวชหญิงแมงมุม เพราะเธอใช้อาวุธพร้อมกัน 8 ชนิด เปรียบเสมือนแมงมุมที่มี 8 ขานั่นเอง แต่เนื่องจากเธอทนเห็นเซียวหยาวเพื่อนรักแบกรับแรงกดดันเพียงลำพังไม่ได้ จึงยอมละทิ้งความฝันที่จะเล่นอาชีพนักบวช และเข้าสู่สมาพันธ์นินจาเงาเพื่อช่วยเหลือเซียวหยาวอย่างเต็มกำลัง ปัจจุบันได้รับความช่วยเหลือจากเฉินเฟิงจนได้เป็นนักบวชฝึกหัดสำเร็จดังหวัง
เซียวหยาว (อิสระสำราญสง่างาม) 
อาชีพนินจา เป็นเพื่อนสนิทกับวิหารจันทราเทพ ซึ่งเดิมเธอเป็นคนในสมาคมนินจา ตอนแรกที่ได้พบเฉิงเฟิง เป็นตอนที่ทุกสมาคมกำลังเข้าใจผิดว่า เฉิงเฟิงเป็นคนในสมาคมอัศวิน เนื่องจากชุดเกราะหนังไพธอนแดงที่เฉินเฟิงสวมใส่อยู่ มีลักษณะคล้ายชุดเกราะของอัศวิน จึงทำให้ทุกคนโมโหอย่างมากแล้วต้องการจะทำร้ายเฉิงเฟิงด้วยความเข้าใจผิด หลังจากสถานการณ์ได้คลี่คลายลง และในที่สุดก็ได้เป็นเพื่อนกับเฉิงเฟิง แล้วร่วมออกเดินทางด้วยกัน ปัจจุบันเซียวหยาวเป็นหัวหน้าสมาพันธ์นินจาเงา (อิ๋งเหริ่นเหมิง) ก่อตั้งสมาพันธ์นินจาเงาขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบในสิ่งที่สมาคมนินจาเดิมควรจะรับผิดชอบให้ถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันมากมายจากสมาคมนินจาเดิม แต่เธอก็ได้รับการช่วยเหลือจากวิหารจันทราเทพ ระลอกน้ำแห่งสารทม่วง โคบุ และเคย์มะ ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทสมัยยังเรียนเช่นกัน
คมพิรุณ 
เป็นผู้นำกลุ่มทหารจับจ้างชื่อกลุ่ม "ทหารรับจ้างนักเวทและสัตว์" เพราะคนในกลุ่มจะมีสัตว์เลี้ยงอย่างน้อยคนละตัว ได้รู้จักกับเฉิงเฟิงในเล่มที่ 2 ตอนที่เฉิงเฟิงและครุโฬต้องการเดินทางผ่านเส้นทางที่เรียกว่า "หนวดมังกร" เพื่อไปจับสุนัขป่ามาให้เซียวหยาวเลี้ยงตามสัญญา

ชื่อสัตว์เลี้ยง[แก้]

ซวงเว่ย (องครักษ์น้ำค้างแข็ง)
เป็นม้าลมกรด ซึ่งเฉินเฟิงซื้อมาจากพ่อค้าลึกลับที่เป็นเจ้าของคนเก่ายังไม่ได้ตั้งชื่อให้ นำมาขายที่เกาะเริ่มต้นในราคา 2,500 เหรียญเงิน และเมื่อเฉิงเฟิงซื้อมาก็ได้ตั้งชื่อให้ว่า ซวยเว่ย (สองกระเพาะ) เพราะกินจุมาก แต่เนื่องจากซวยเว่ยไม่พอใจในชื่อนี้ สุดท้ายเฉิงเฟิงจึงตกลงกับซวยเว่ยว่าให้ถอยคนละก้าว โดยเปลี่ยนจากซวงเว่ย (สองกระเพาะ) เป็น ซวงเว่ย (องครักษ์น้ำค้างแข็ง) โดยซวงเว่ยนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงตัวแรกของเฉิงเฟิง เนื่องจากเฉินเฟิงสามารถบรรลุเงื่อนไขของทักษะ "สื่อสาร" ของอาชีพนักฝึกสัตว์ เป็นระดับที่ 3 จึงทำให้ซวงเว่ยสามารถพูดคุยกับเจ้าของได้ ซวงเว่ยจึงกลายมาเป็นพจนานุกรมที่มีชีวิตของเฉิงเฟิงไปโดยปริยาย
หลายฝู (นำโชค)
หลายฝูนั้น เดิมเป็นสุนักเก็บกวาดถนน มีความสามารถวิ่งเร็ว และกระเพาะของหลายฝูสามารถจุสิ่งของได้ด้วย เป็นสัตว์เลี้ยงตัวที่ 2 ของเฉิงเฟิง โดยพบกันตอนที่เฉิงเฟิงวางกับดักล่าก็อบลิน และเมื่อก็อบลินตาย โล่เหล็กจึงตกเป็นของเฉิงเฟิง แต่หลายฝูมาคาบหนีไปซะก่อน แต่กลับวิ่งไปติดกับดักอีกอันที่เฉิงเฟิงวางไว้ จึงถูกเฉิงเฟิงจับมัดและกำราบเป็นสัตว์เลี้ยงได้ในที่สุด และได้ถูกตั้งชื่อว่า ไอ้โง่ อย่างไม่ไว้หน้า แต่หลายฝูก็ไม่พอใจ เลยเปลี่ยนเป็น ซื่อบื้อ หลางฝูก็ไม่พอใจอีก สุดท้ายจึงได้ชื่อพื้นๆ อย่างหลายฝูที่แปลว่านำโชค และเพราะหลายฝูนั้นมีลักษณะนิสัยคล้ายสุนัขในโลกจริงมาก จึงทำให้มีผู้คนสนใจอยู่มิใช่น้อย
อู้คง (ตื่นจากความว่างเปล่า)
เป็นสัตว์เลี้ยงตัวที่ 3 ของเฉิงเฟิง มีอาวุธคู่กายคือกระบองห่วงทองสมปราถณา ซึ่งมีความสามารถหดได้ขยายได้ เฉิงเฟิงจับมาตอนหาของทำภารกิจกับเซียวหยาวและวิหารจันทราเทพ แต่เพราะระดับของเฉิงเฟิงที่ตอนนั้นเพียงแค่ 30 เท่านั้น ยังไม่สามารถกำราบวานรขนทองระดับ 46 ได้ เฉิงเฟิงจึงได้แต่จับวานรขนทองมัดไว้ จนกระทั่งถึงตอนที่พวกเฉิงเฟิงหนีตายจากฝูงลิงค้างคาวที่หุบเขามรณะ เข้าไปยังถ้ำสามคูหาสุดบูรพา แล้วต้องพบกับสัตว์อสูรปริศนาที่มีชื่อว่าสไลม์ เฉิงเฟิงจึงต้องหาทางหนี แล้วต้องใช้เชือก แต่พบว่าเชือกได้ใช้มัดดวานรขนทองไปแล้ว และถ้าปล่อยออกมาโดยไม่ได้เป็นสัตว์เลี้ยง ก็อาจจะโจมตีเฉินเฟิงและพรรคพวกได้ เฉิงเฟิงจึงตัดสินใจจะฆ่าวานรขนทองทิ้งแล้วเอาเชือกมา แต่กลับกลายเป็นการขู่ให้สัตว์กลัว จึงได้ทักษะข่มขวัญมาโดยบังเอิญ จนกำราบวานรขนทองเป็นสัตว์เลี้ยงได้อีกทางหนึ่ง เฉิงเฟิงจึงได้ตั้งชื่อว่าอู้คง
อเล็กซ์ (Alex)
เป็นมนุษย์หมาป่าที่ทำให้เฉิงเฟิงต้องพบกับความตายครั้งแรก มีอาวุธคือค้อนดาวตก แต่ก่อนที่เฉิงเฟิงจะตายได้ใช้แส้เทพราชสีฯ ที่ได้มาตอนกำราบอู้คง จนกำราบมาเป็นสัตว์เลี้ยงตัวที่ 4 ได้ อล็กซ์มีพลังโจมตีอันมหาศาลเพราะมีเลเวลถึง 50 สร้างความตกใจแก่กลุ่มทหารรับจ้างและสัตว์อย่างมากในความสามารถที่เฉิงเฟิงสามารถจับมันได้ด้วยตัวคนเดียว แต่อเล็กซ์เองก็เป็นสัตว์เลี้ยงที่ทำให้เฉินเฟิงปวดเศียรเวียนเกล้ามากที่สุดด้วยเช่นกัน
อู๋หมิง (อมตะ)
เป็นสัตว์เลี้ยงชั้นสูงที่เฉิงเฟิงได้มาจากการไปเคลียร์ภารกิจที่หุบเขามรณะ ซึ่งแต่เดิมภารกิจที่จะได้รับไข่สัตว์เลี้ยงชั้นสูงนั้นจะต้องมีระดับมากกว่า 100 จึงจะสามารถรับภารกิจได้ที่วิหารมังกรเงิน ซึ่งจะสุ่มปรากฏทั่วแผนที่ แต่ในเมื่อกลุ่มของเฉิงเฟิงได้บังเอิญมาถึงยังวิหารมังกรเงินนี้ จึงทำให้ทางผู้ดูแลระบบต้องมอบของรางวัลให้ โดยผู้ที่ได้รับรางวัลมีเฉินเฟิง, วิหารจันทราเทพ, เซียวหยาว และระลอกน้ำแห่งสารทม่วง ซึ่งต่อมา สัตว์เลี้ยงชั้นสูงนี้ ได้กลายเป็นกำลังสำคัญแก่พวกเฉินเฟิง และอู๋หมิงก็คือมังกรโลหิต อู๋หมิงถือกำเนิดขึ้นมาจากการพัฒนาการของเหามังกรกลายมาเป็นมังกรโลหิต และมังกรโลหิตตัวนั้นได้ช่วยฟักไข่สีแดง ขณะที่อู๋หลงกำลังออกมาจากไข่ ได้มีลำแสงสีแดงพุ่งเข้าหาเฉินเฟิงด้วยความรวดเร็วจนหลบไม่ทัน ทำให้เลือดของเฉินเฟิงไหลออกมา จากนั้นเลือดของเฉินเฟิงได้หลวมรวมก่อกำเนิดเป็นมังกรโลหิตขึ้นมา ซึ่งมีเฉินเฟิงเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ครอบครองมังกรโลหิตตัวนี้

ชื่อตอน[แก้]

ยอดฝีมือซื่อบื้อ[2]
เกมออนไลน์คืออะไร? เกมออนไลน์เป็นอย่างไร? เกมออนไลน์ลึกซึ้งแค่ไหน? ในโลกอนาคตซึ่งการเล่นเกมออนไลน์เป็นการเล่นในโลกเสมือนจริง เฉินเฟิง ชายหนุ่มผู้ตกงานเพราะสภาพทางสังคมบีบบังคับ ได้ฆ่าเวลาด้วยการเข้าไปเล่นเกมออนไลน์ที่กำลังฮิต “ราชาแห่งราชัน” เกมแรกที่ทุ่มทุนสร้างมหาศาลด้วยการว่าจ้างคนจริงมาเป็น NPC และมีการร่วมมือกับธนาคารอย่างเป็นรูปธรรม ให้ผู้เล่นสามารถซื้อขายเงินในเกมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ณ เกมนี้ เฉินเฟิง มือใหม่ผู้อ่อนหัดในการเล่นเกมออนไลน์ บังเอิญมีเหตุพลิกผันให้ต้องเล่นเกมด้วยวิธีที่แตกต่างจากผู้เล่นทั่วไป และได้ฉายา “ยอดฝีมือซื่อบื้อ” ผู้เก่งกาจจนเหลือเชื่อ แต่ขณะเดียวกันก็ซื่อบื้ออย่างไม่น่าเชื่อมาทั้งที่ไม่ได้ต้องการ จนกลายเป็นที่แย่งชิงตัวของเหล่าสมาคม (กิลด์) ใหญ่ๆ ในเกม และเริ่มผันตัวเองสู่การเป็นนักเล่นเกมอาชีพในที่สุด เชิญเข้ามาท่องเที่ยวและสัมผัสกับผู้คน สังคม ระบบ ภารกิจอันลึกลับซับซ้อน และความสนุกสนานของเกมออนไลน์ที่คุณไม่เคยรู้ไม่เคยคาดคิดมาก่อนกับ “ยอดฝีมือซื่อบื้อ” ที่จะทำให้คุณต้องทึ่ง และหัวเราะอารมณ์ดีกับมุกตลกในเรื่องกันเถอะค่ะ
แรกเผยประกาศกล้า[3]
จากภารกิจแรกของผู้บวงสรวงแห่งวิหารเวทมนตร์ สู่ภารกิจที่สอง ตามหาลูกชายผู้หายสาบสูญของหัวหน้าหมู่บ้านอิวะ ซึ่งต้องเข้าไปในหุบเขามรณะ…สถานที่ที่อันตรายและน่ากลัวที่สุดในเกม “ราชาแห่งราชัน” สถานที่ซึ่งแม้แต่ผู้เล่นยอดฝีมือที่ได้อาชีพแล้วยังต้องรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่เข้าไปจึงจะรอดชีวิตออกมาได้ แล้วมือใหม่อ่อนหัดอย่างเฉินเฟิงที่ได้แต่จับกลุ่มกับวิหารจันทราเทพที่ระดับแค่ 30 เท่ากันล่ะ จะทำอย่างไร? เขาจะรอดออกมาจากหุบเขามรณะได้หรือไม่? เขาจะคลี่คลายภารกิจได้ไหม?
สงครามอัศวิน[4]
หลังผ่านทางหนวดมังกรไปได้ เฉินเฟิงก็ได้เพื่อนใหม่ คือขบวนทหารรับจ้างนักเวทและสัตว์ทั้งเจ็ดคน จากนั้นเฉินเฟิง ครุโฬ และหนานอี๋ ตัวแทนที่ทหารรับจ้างนักเวทและสัตว์แบ่งมาช่วยเสริมกำลังก็พากันมุ่งหน้าสูง ทางแยกเส้นหนึ่งของผาเก้าคด อันจะนำไปสู่หุบเขามนุษย์หมาป่า เพื่อจับสุนัขป่าสีเงินไปให้เซียวหยาวเป็นสัตว์เลี้ยง ตามเงื่อนไขที่ได้รับปากไว้ แต่คาดไม่ถึงว่าในหุบเขามนุษย์หมาป่า เฉินเฟิงจะมีอันต้องเผชิญหน้ากับความตายเป็นครั้งแรก…
รวมพลก่อตั้งสมาพันธ์[5]
หลังปลีกตัวจากสงครามอัศวินมาได้ เฉินเฟิง พวกเฮยโถว ขบวนทหารรับจ้างนักเวทและสัตว์ รวมถึงเพื่อนใหม่อีก 3 คน กระต่ายคลั่งหนีจาก ฉินซวง และปีกของซาตาน ได้ร่วมกันไปขุดแร่เหล็กเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าของตัวเอง โดยในระหว่างที่ทุกคนเดินทางมุ่งหน้าสู่ภูเขาแร่เหล็ก เฉินเฟิงก็ตัดสินใจแวะไปเรียนเวทมนตร์ก่อน แล้วค่อยตามไปสมทบกับทุกคน ณ ภูเขาแร่เหล็ก ด้วยวิธีการที่เฉินเฟิงคิดขึ้น ทำให้ทุกคนสามารถขุดแร่ได้มากกว่าเดิมถึงเท่าตัว แต่แล้วเรื่องยุ่งยากอันเกิดจากความเห็นแก่ตัวอย่างไร้มนุษยธรรมของมนุษย์ก็มาเยือนจนได้…
มีน้ำใจ แล้งน้ำใจ[6]
จริงหรือที่ว่าสังคมเกมออนไลน์หามิตรแท้ได้ยากยิ่ง? ปัญหาการแบ่งพรรคแบ่งพวกภายในสมาพันธ์เริ่มคลี่คลายด้วยฝีมือการประนีประนอมของอวี๋เลี่ยงอี้ แต่ทว่า…เฉินเฟิงไม่ได้พอใจกับการประนีประนอมนี้เลย และความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนของเหล่าสมาชิกที่เป็นนักเล่นเกมอาชีพก็สร้างความกลัดกลุ้มให้แก่เขาเป็นอย่างมากจนถึงขั้นคิดจะยุบสมาพันธ์เฟิง ระหว่างที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะจัดการอย่างไรกับสมาพันธ์เฟิงดี ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดที่จะพิสูจน์ถึงน้ำใจของมิตรแท้ในสังคมเกมออนไลน์…การปรากฏกายของสัตว์อสูรระดับราชาบนเขาไทแทนรวดเดียวสามตัวต่อหน้าเฉินเฟิงที่ต้องอยู่รับมือเพียงลำพัง…
รวมสมาพันธ์เฟิงเป็นหนึ่ง[7]
ทำไมวันนี้ถึงได้โชคร้ายแบบนี้? เฉินเฟิง วิหารจันทราเทพ และเยี่ยหลานพากันคิดในใจเมื่อผ่านทางหนวดมังกรอย่างยากลำบากสู่ผาเก้าคดเป็นผลสำเร็จ ก็ต้องเจอะกับฝูงมดแดงไฟจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ทว่าความโชคร้ายกลับยังไม่หมดแค่นี้…เพราะเมื่อทั้งสามผ่านผาเก้าคดไปถึงเนินจมูกสิงห์ ซึ่งบังเอิญเป็นเขตทดลองของระบบในช่วงเวลานั้นพอดี ทั้งสามที่แทบไม่เหลือยาฟื้นพลังก็ได้พิสูจน์ด้วยตาตัวเองว่าฉายาใหม่ของเฉินเฟิง “ผู้เชี่ยวชาญการเจอบอส” ที่ได้มาจากเหตุการณ์เจอสัตว์อสูรระดับราชารวดเดียวสามตัวบนเขาไทแทนนั้นจริงแท้แค่ไหน…
มรสุมอุบัติ[8]
ด้วยภารกิจของอาจารย์ช่างแกะสลักแห่งเมืองแบรด เฉินเฟิง, เมฆถาโถมยุทธ์ล้ำเลิศ, ครุโฬ, เฮยโถว และปิศาจหลิวจึงต้องไปตีเหามังกรกัน เพื่อให้ได้ไอเท็มตามภารกิจมา แต่ดูเหมือนมีเฉินเฟิงอยู่ที่ไหน เรื่องไม่ปกติมักตามไปเกิดขึ้นที่นั่น เหตุการณ์ไม่ธรรมดาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นอกจากการเปลี่ยนแปลงของเหล่าเหามังกรฝูงใหญ่แล้ว พวกเฉินเฟิงยังเผชิญกับเหล่านักดาบอดีตสมาชิกของสมาคมนักดาบ ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับอดีตของเมฆถาโถมยุทธ์ล้ำเลิศอย่างลึกล้ำอีกด้วย แต่ในบรรดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ หนึ่งเดียวที่น่ายินดีมีเพียงการถือกำเนิดของไข่สัตว์เลี้ยงชั้นสูงสีแดงที่เฉินเฟิงเฝ้ารอมานาน...
พิทักษ์เขี้ยวมังกร[9]
จากการบุกบั่นฟันฝ่าอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ภายในซากอารยธรรมเครื่องจักรกลเป็นเวลาถึงสิบกว่าชั่วโมง และแล้วไข่สัตว์เลี้ยงชั้นสูงสีเงินของเซียวหยาวก็ลืมตาออกมาดูโลกจนในที่สุด ทว่าเมื่อกลับไปถึงหมู่บ้านอิวะ เฉินเฟิง เซียวหยาว และระลอกน้ำแห่งสารทม่วงก็ต้องเผชิญหน้ากับข่าวร้าย...อันนำไปสู่การแตกคอ ระหว่างผองเพื่อน, การหลบหนี, การทรยศ และการได้พบคนรู้จักเก่าแก่ในสถานที่และเวลาอันไม่ประจวบเหมาะอย่างยิ่ง...
ศึกเดือดเมืองเวหา[10]
การประหัตประหารบนทางผ่านเล็บมังกร ผู้ก่อเหตุคือกองทัพผู้เล่นตัวเรืองแสงสีแดงจำนวน 50 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้เล่นอาชีพนายพราน นินจา และอัศวิน ภายใต้การนำของชูจิโร่ อดีตมือขวาของฟูมะ โคทาโร่ หัวหน้าสมาคมนินจาเก่า กองทัพผู้เล่นเพียง 50 คน กลับสามารถต้านทัพผู้เล่นจำนวนหลายร้อยคนได้อย่างง่ายดายด้วยฝีมือบัญชาการรบอันล้ำเลิศของชูจิโร่ผู้ชาญฉลาด และอุดสกัดทางผ่านเล็บมังกรไว้จนหมด จนสุดท้ายผู้เล่นทั้งสองฝ่ายต้องเดิมพันตัดสินกันด้วย "การดวล" ระหว่างผู้แข็งแกร่งและผู้แข็งแกร่ง...
สัตว์เทพสำแดงเดช 
สิ้นสุด-เริ่มต้น 

อ้างอิง[แก้]