มินิ (บีเอ็มดับเบิลยู)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ มินิ (แก้ความกำกวม)
มินิ
Mini-logo.png
ชนิดสินค้า รถยนต์
เจ้าของปัจจุบัน บีเอ็มดับเบิลยู เอจี (ตั้งแต่ ค.ศ. 1994)
ประเทศ สหราชอาณาจักร
ตลาด ทั่วโลก
เจ้าของเดิม บริติชมอเตอร์คอร์ปอเรชัน
(ค.ศ. 1959-1968)

บริติชเลแลนด์มอเตอร์คอร์ปอเรชัน (ค.ศ. 1968–1986)
โรเวอร์กรุ๊ป (ค.ศ. 1986–1988)
บริติชแอโรสเปซ (ค.ศ. 1988–1994)
เว็บไซต์ mini.com

มินิ (อังกฤษ: MINI)[1] เป็นยี่ห้อรถยนต์ของอังกฤษ ที่มีเจ้าของโดยบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ขนาดเล็ก[2][3]

ต้นกำเนิดของมินิเป็นสายรถยนต์ขนาดเล็กที่โดดเด่นของประเทศอังกฤษที่ผลิตโดยบริติชมอเตอร์คอร์ปอเรชันจาก ค.ศ. 1959 จนถึง 2000 รูปแบบของมันครอบคลุมถึงมอร์ริสมินิ-ไมเนอร์ และออสตินเซเวน, คันทรีแมน, โมค, 1275 จีที และคลับแมน[4] รุ่นที่ดำเนินการเหล่านี้ใช้ชื่อคูเปอร์ เนื่องด้วยเป็นหุ้นส่วนกับเจ้าของตำนานการแข่งรถอย่างจอห์น คูเปอร์ สำหรับรถมินิสองประตูแบบดั้งเดิมได้รับการผลิตอย่างต่อเนื่องจนถึงปี ค.ศ. 2000 โดยการพัฒนาสืบทอดได้เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1995 และรถรุ่นใหม่ได้รับการเปิดตัวในปี ค.ศ. 2001 การแบ่งประเภทของมินิในปัจจุบันรวมถึงฮาร์ดทอป/แฮทช์/คอนเวอร์ติเบิล (รถยนต์สามประตู), คลับแมน (เอสเตท), มินิคันทรีแมน (ครอสโอเวอร์ห้าประตู), คูเป/โรดสเตอร์, และเพซแมน (ครอสโอเวอร์สามประตูซึ่งอิงมาจากคันทรีแมน)

มินิเดิมเป็นสินค้าของบริติชคอร์ปอเรชัน ซึ่งในปี ค.ศ. 1966 ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของบริติชมอเตอร์โฮลดิง ซึ่งได้รวมเลย์แลนด์มอเตอร์ในปี ค.ศ. 1968 ไปเป็นรูปแบบบริติชเลย์แลนด์[4] ซึ่งมินิได้กลายเป็นยี่ห้อในสิทธิของตนเองในปี ค.ศ. 1969 [5][6] ในคริสต์ทศวรรษ 1980 บริติชเลย์แลนด์ได้ยุติการร่วมมือ และในปี ค.ศ. 1988 ทางโรเวอร์กรุ๊ป รวมทั้งมินิ ได้ถูกซื้อโดยบริติชแอโรสเปซ[4] ครั้นในปี ค.ศ. 1994 โรเวอร์กรุ๊ปก็ได้ถูกซื้อโดยบีเอ็มดับเบิลยู ส่วนในปี ค.ศ. 2000 โรเวอร์กรุ๊ปก็ได้ยุติความสัมพันธ์กับบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูได้ผูกขาดตราสินค้าของมินิเอาไว้[7] โดยมีโยเชน กอลเลอร์ แห่งบีเอ็มดับเบิลยูได้ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการบริหารของส่วนมินิ[8]

มินิแฮทช์, ฮาร์ดทอป, คลับแมน, คอนเวอร์ติเบิล, คูเป และโรดสเตอร์ จะประกอบที่โรงงานแพลนต์ออกซ์ฟอร์ดของบีเอ็มดับเบิลยูในคาวเลย์ ประเทศอังกฤษ[9] และคันทรีแมนกับเพซแมนจะได้รับการประกอบโดยมักนาชไตร์ ในประเทศออสเตรีย[10] โดยมียอดรวมจำหน่ายรถมินิทั่วโลกที่ 301,526 คันในปี ค.ศ. 2012 [11] ยานพาหนะมินิยังเป็นที่สนใจในการแข่งแรลลี โดยมินิ คูเปอร์ เอส ยังชนะในการแข่งขันมอนติคาร์โลแรลลีได้ถึงสามครั้งในปี ค.ศ. 1964, 1965 และ 1967 นอกจากนั้น รถมินิยังได้เข้าร่วมรายการเวิลด์แรลลีแชมเปียนชิพตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 ผ่านทีมโปรไดรฟ์ ดับเบิลยูอาร์ซี


มินิ (บีเอ็มดับเบิลยู) Mini (BMW Group) 2016[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Mini.2C_modern_icon
  2. Prosser, Dan (10 November 2010). "MINI joins the World Rally Championship". London: The Telegraph. สืบค้นเมื่อ 7 September 2011. 
  3. Martin, James (8 July 2009). "The Mini Cooper S Convertible: BMW know what the British like...the top down, even just for an hour". London: Daily Mail. สืบค้นเมื่อ 7 September 2011. 
  4. 4.0 4.1 4.2 Reed, Chris (1994). Complete Mini: 35 Years Of Production History, Model Changes, Performance Data. Croydon: MRP. ISBN 0-947981-88-8. 
  5. Michael Sedgwick & Mark Gillies, A-Z of Cars 1945–1970, 1986
  6. Adams, Keith; Ian Nicholls. "Mini development story Pt.2". AROnline. 
  7. Cobb, James G. (15 September 2000). "New Mini: Retro in a Smaller Role". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 21 November 2010. 
  8. Gibbs, Nick. "BMW names Goller next boss at Mini". Automotive News Europe. สืบค้นเมื่อ 3 October 2014. 
  9. "Millionth Mini produced in Oxford". BBC News. 4 April 2007. สืบค้นเมื่อ 21 November 2010. 
  10. "Mini Countryman (2010): first official pictures". Car Magazine. สืบค้นเมื่อ 2 February 2011. 
  11. "BMW Group posts highest sales ever in 2012". BMW Group. สืบค้นเมื่อ 15 December 2013. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]