ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พญาญี่บา"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เพิ่มขึ้น 9 ไบต์ ,  11 ปีที่แล้ว
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
'''พระยายีบา''' เป็น[[กษัตริย์อาณาจักรหริภุญชัย]]พระองค์สุดท้าย
 
ในปี [[พ.ศ. ๑๘๐๕]] (จ.. ๖๒๔) [[พระยามังราย]]ใด้สร้างเมือง[[เชียงราย]]ขึ้น และทรงเห็นว่า[[ลานนา]]ไทยแยกกันเป็นหลายวงศ์ ควรรวมกันเป็นแผ่นดินเดียวกันเสีย ดำริแล้วจึงยกทัพไปตีเมืองมอบไร เชียงคำ เชียงร้าง ฝาง เชียงของและเชิง ต่อมาจะตีเมืองลำพูน (หริภูญชัยหริภุญชัย) เพราะเป็นเมืองที่มั่งคั่ง แต่ขุนนางชื่อขุนฟ้า ค้านว่าเป็รเป็นการยากเพราะกำลังข้าศึกแงมีมากนัก ควรใช้อุบายยุยงให้แตกแยกกันเสียก่อน ครั้นแล้วพระยามังรายจึงทำอุบายเนรเทศขุนฟ้าออกจากเมืองฐานขบทขบถ ขุนฟ้าจึงใด้ได้ไปรับราชการอยู่กับพระยายีบาเจ้าเมืองลำพูนนานถึง ๗ ปี และใด้ได้ทำอุบายต่างๆ ให้พระยายีบากดขี่ราษฎร จนชาวเมืองเกลียดชังพระยายีบา
 
ครั้นแล้วพระยามังรายก็ยกทัพไปตีเมืองลำพูนใด้โดยง่าย เมื่อ [[พ.ศ. ๑๘๒๔]] (จ.. ๖๔๓) พระยายีบาหนีมาอยู่กับพระยาเบิกเจ้าเมืองลำปาง(เขลางค์) ผู้เป็นโอรส เวลาล่วงไป ๑๔ ปี พระยาเบิกทรงช้างชือปานแสนพล ยกทัพไปหมายจะตีเมืองลำพูนคืนให้พระบิดา พระยามังรายให้เจ้าขุนสงครามทรงช้างชื่อแก้วไชยมงคลออกรับศึก ทั้งสองใด้ได้ทำยุทธหัตถีกัน ที่บ้านขัวมุงขุนช้าง ใกล้เมืองกุมกาม พระยาเบิกถูกหอกแทงบาดเจ็บ และตีฝ่าวงล้องออกมาใด้ได้ จึงมาตั้งรับอยู่ที่ตำบลแม่ตาล เขตเมืองลำปาง ได้สู้รบกันเป็นสามารถผล ที่สุดทัพลำปางแพ้ยับเยิน เจ้าขุนสงครามจับกุมตัวพระยาเบิกแม่ทัพใด้ได้ และปลงพระชนม์เสียที่นี่ ดวงวิญญาณอันกล้าหาญเปลี่ยมเปี่ยมไปด้วยกตัญญูเวฑิคุณนี้เวทิคุณนี้ จึงใด้ได้รับพระราชทานนามว่า "เจ้าพ่อขุนตาน" ฃึ่งสถิตถ์ฃึ่งสถิตอยู่ศาลอันศักสิทธิ์ แห่งนี้ (ที่มา จากพงษาวดารโยนก ฉบับหอสมุดแห่งชาติ)
ศาลเจ้าพ่อขุนตานสร้างขึ้นเป็นที่สักการะแด่ดวงวิญญาณการสร้างวีรกรรม และความกตัญญูกตเวฑิตากตเวทิตาของพระยาเบิก โอรสของพระยายีบา แต่เดิมสร้างเป็นศาลเล็กๆ ต่อมามีการสร้างรูปหล่อเจ้าพรอเจ้าพ่อขุนตานและศาลขึ้นควบคู่กับศาลเดิม เพื่อให้ประชากรสักการะบูชา กราบไหว้
 
== อ้างอิง ==
ผู้ใช้นิรนาม

รายการนำทางไซต์