พระยายะหริ่ง (พ่าย)
พระยายะหริ่ง (พ่าย) เดิมเป็นพระยาเมืองปัตตานีคนที่ 4 ต่อมาภายหลังจากได้แยกเมืองปัตตานีออกเป็น 7 หัวเมืองจึงได้รับแต่งตั้งเป็นพระยาเมืองยะหริ่งคนที่ 1
ประวัติ
[แก้]พระยายะหริ่ง (พ่าย) เป็นบุตรของพระยามหานุภาพปรามสงคราม (เค่ง) เจ้าเมืองจะนะ และเป็นน้องชายของพระยาตานี (ขวัญซ้าย)[1]
ในสมัยเมืองปัตตานียังไม่แบ่งเป็น 7 หัวเมือง พระยาตานี (ขวัญซ้าย) ได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นพระยาเมืองปัตตานี ได้ตั้งศูนย์ว่าราชการอยู่ที่ตำบลนาเกลือ อำเภอเมืองปัตตานี เมื่อถึงแก่อนิจกรรม พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงโปรดเกล้าแต่งตั้งนายพ่ายผู้เป็นน้องชายของพระยาตานี (ขวัญซ้าย) เป็นพระยาเมืองปัตตานี พร้อมกับนายเสมใส (หรือหลวงสวัสดิภักดี นายยิ้มซ้าย) บุตรพระยาตานี (ขวัญซ้าย) เป็นผู้ช่วยราชการ และได้ย้ายศูนย์ว่าราชการของปัตตานีมาอยู่ที่ ตำบลยามู ในเมืองยะหริ่ง และได้สร้างวัดขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางของเมือง คือ วัดมัชฌิมาวาส (วัดกลาง)
ในช่วงนายพ่ายเป็นเจ้าเมืองปัตตานี ปรากฎว่าเหตุการณ์ยังไม่สงบ มีการทะเลาะกับชาวเมืองปัตตานีบ่อยครั้ง มีการคบคิดเข้าปล้นบ้านเจ้าเมือง ชาวเมืองพากันเกลียดชังเจ้าเมืองซึ่งเป็นชาวสยาม จึงเกิดความวิตกว่า หากชาวเมืองลุกฮือขึ้นมาจะเป็นปัญหาอย่างยิ่ง พระยาตานี (พ่าย) จึงส่งสารฉบับหนึ่งไปยังเมืองสงขลา เมื่อเจ้าเมืองสงขลาทราบแล้วจึงกราบบังคมทูลไปยังพระเจ้าแผ่นดินที่กรุงเทพ จากนั้นจึงมีการปรึกษาหารือกันระหว่างองคมตรีเพื่อนำหลักการปกครองมาใช้ที่ปัตตานี
ในที่สุดที่ประชุมมีความเห็นว่า จำเป็นต้องแยกอำนาจปกครองที่เมืองปัตตานี เพื่อความสะดวกต่อการปกครอง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงส่งพระยาอภัยสงครามมาเพื่อปรึกษากับเจ้าเมืองสงขลา โดยแยกเมืองปัตตานีออกเป็น 7 หัวเมือง ได้แก่ ปัตตานี ยะหริ่ง หนองจิก รามัน ยะลา ระแงะ และสาย (สายบุรี)[2]
เมื่อแยกเมืองปัตตานีเป็น 7 หัวเมืองเรียบร้อยแล้ว จึงแต่งตั้งให้พระยาตานี (พ่าย) เป็นพระยาเมืองยะหริ่ง ต่อมาเมื่อพระยายะหริ่ง (พ่าย) ถึงแก่อนิจกรรม จึงแต่งตั้งให้นายเสมใส (หรือหลวงสวัสดิภักดี นายยิ้มซ้าย) บุตรพระยาตานี (ขวัญซ้าย) มาปกครองเมืองยะหริ่งแทน
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "พระยาตานี" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2024-08-12. สืบค้นเมื่อ 2023-06-27.
- ↑ "การปกครองบริเวณ 7 หัวเมืองปัตตานี" (PDF). p. 8.