ป๊อปอาย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ป๊อปอาย เป็นตัวละครการ์ตูน เขียนขึ้นโดยเอลซี่ ซีการ์ (Elzie Segar) ปรากฎตัวครั้งแรกในคอลัมน์การ์ตูน "ทิมเบิล เธียเตอร์" ของ King Feature ในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2472 ในฐานะตัวละครเสริม ต่อมาเนิ่องจากตัวละครได้รับความนิยมจากผู้อ่านเป็นอย่างมาก ป๊อปอายได้กลายมาเป็นตัวละครหลักและชื่อคอลัมน์การ์ตูนได้เปลี่ยนเป็น "ป๊อปอาย" และความนิยมนี่เอง ทำให้ต่อมาได้มีการนำไปทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูน การ์ตูนโทรทัศน์ รายการวิทยุ หนังสือการ์ตูน วีดีโอเกม สินค้าต่างๆ ฯลฯ

ป๊อปอาย
Popeye the Sailor Meets Sindbad the Sailor (แปล: ป๊อปอายกะลาสีเรือพบซินแบดกะลาสีเรือ)

ประวัติ[แก้]

ป๊อปอายได้ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกในคอลัมน์การ์ตูน "ทิมเบิล เธียเตอร์" ของเอลซี่ ซีการ์ในปี พ.ศ. 2472 ในช่วงนั้นเนี้อหาของคอลัมน์การ์ตูนจะแนวตลกและผจญภัย มีตัวละครหลักคือ โอลีฟ ออยล์ (Olive Oyl), Havold Hamgarvy แฟนของโอลีฟ และ Castor Oyl พี่ชายของโอลีพซึ่งตอนแรกนั้นป๊อปอายปรากฏขึ้นในฐานะตัวละครเสริม (มีบทบาทเป็นกะลาสีที่ Castor Oyl จ้างให้พาไปยังเกาะลูกเต๋า) หลังจากการผจญภัยจบลง ป๊อปอายจึงหายจากการ์ตูนไป แต่เนื่องด้วยเสียงตอบรับของผู้อ่าน ป๊อปอายจึงกลับมาอีกครั้ง

ตัวละครป๊อปอายนั้นได้รับความนิยมมาก ทำให้ตัวละครมีบทบาทมากขึ้น จนกลายมาเป็นตัวละครหลัก โอลีฟจากเดิมที่เป็นแฟนกับ Havold และไม่ค่อยชอบป๊อปอายต่อมาได้เลิกกับ Havold และคบกับป๊อปอายแทน (ทำให้ Havold หายไปจากการ์ตูน) ส่วน Castor Oyl นั้นก็หาทางที่จะทำให้ตัวเองรวยได้เร็วและพาป๊อปอายเข้าร่วมการผจญภัยของเขาอยู่บ่อยครั้ง ก่อนที่จะลงเอยด้วยการเป็นนักสืบ และไม่ปรากฏตัวในคอลัมน์การ์ตูนบ่อยนัก

ป๊อปอายในรูปแบบการ์ตูน[แก้]

เนื่องด้วยความนิยมของตัวละคร ทำให้ต่อมาได้มีการนำไปทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูนและการ์ตูนโทรทัศน์ต่างๆ ดังนี้

Popeye The Sailor[แก้]

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2475 King Feature ได้เซ็นสัญญาร่วมกับบริษัท Fleischer Studios ในการสร้างการ์ตูนอ้างอิงจากป๊อปอายและตัวละครจากทิมเบิล เธียเตอร์ โดยการ์ตูนชุดนี้เผยแพร่โดยพาราเมาท์พิกเจอส์ ออกฉายในโรงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2476 และมีการสร้างมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเกีอบ 25 ปี มีจำนวนตอนทั้งหมด 231 ตอน

เนื่อหาของแต่ละตอนในการ์ตูนชุดนี้นั้น แตกต่างจากเนื่อหาในคอลัมน์การ์ตูนเป็นอย่างมาก โดยในคอลัมน์การ์ตูน เนื่อหาจะเป็นแนวตลกและการผจญภัย และมีเนื้อหาต่อกัน แต่ในการ์ตูนชุดนี้ จะเป็นเนื้อหาแบบจบในตอน เกี่ยวกับการผจญภัยหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับป๊อปอายและเพื่อนๆ และเมื่อป๊อปอายตกอยู่ในวิกฤตหรือยามคับขัน เขาจะหยิบกระป๋องผักปวยเล้งขึ้นมากิน เมือกินแล้วจะทำให้พละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และสามารถเอาตัวรอดจากวิกฤตนั้นหรือช่วยโอลีฟเอาไว้ได้ ในบางครั้งเขาก็กินผักปวยเล้งเพื่อให้ความสามารถที่เขาต้องการ (ตัวอย่างเช่นในตอน The Man on the Flying Trapeze (แปล:ชายบนราวห้อยโหน) ปวยเล้งทำให้เขามีความสามารถด้านกายกรรม) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ได้มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาให้เกี่ยวกับสงคราม ความรักชาติ และการปลุกใจขาวอเมริกันในสมัยนั้น โดยกำหนดให้ป๊อปอายและบลูโตเข้าร่วมทหารเรือและสู้กับทหารนาซีและทหารญี่ปุ่นอยู่บ่อยครั้ง

ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2485 พาราเมาท์ได้ถือสิทธ์เจ้าของบรัษัท Fleischer Studios จากนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในของสตูดิโอ รวมถึงชื่อสตูดิโอที่เปลี่ยนมาเป็น Famous Studios ในส่วนของเนื้อหาการ์ตูนก็ได้ปรับเปลี่ยนไปเน้นที่เรื่องราวป๊อปอาย โอลีฟ และบลูโตเป็นส่วนมาก ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2486 ได้เปลี่ยนรูปแบบการสร้างการ์ตูนจากภาพขาวดำมาเป็นภาพสี โดยได้ดำเนินการสร้างมาจนถึง พ.ศ. 2500 จึงได้หยุดการสร้างการ์ตูนป๊อปอายไป จากนั้นทางพาราเมาท์ได้ขายการ์ตูนป๊อปอายชุดนี้ให้กับ Associated Artists Productions

Popeye The Sailor (การ์ตูนโทรทัศน์)[แก้]

ในปี พ.ศ. 2503 ทาง King Feature Syndicate ได้สั่งจัดทำการ์ตูนป๊อปอายชุดใหม่สำหรับออกอากาศทางโทรทัศน์ โดยมอบหมายให้สตูดิโอต่างๆ ในการสร้างการ์ตูน สตูดิโอดังกล่าวประกอบด้วย Jack Kinney Productions, Rembrandt Films, Larry Harmon Productions, Halas and Batchelor, Paramount Cartoon Studios (เดิมที่ชื่อว่า Famous Studios) และ Southern Star Entertainment (เดิมทีชื่อว่า Southern Star Productions) โดยงานภาพของการ์ตูนนั้นจะเรียบง่ายกว่าชุดการ์ตูนที่ออกฉายในโรงภาพยนตร์เป็นอย่างมาก เนื่องด้วยมีต้นทุนการสร้างที่ต่ำกว่าการสร้างการ์ตูนที่ออกฉายในโรงภาพยนตร์ โดยใช้เวลาการสร้าง 2 ปี มีจำนวนตอนทั้งหมด 220 ตอน

ในการ์ตูนชุดนี้ บลูโต คู่ปรับของป๊อปอายได้เปลี่ยนชื่อเป็น บลูตัส เนื่องด้วยความเข้าใจผิดของทาง King Feature ที่คิดว่า ชื่อตัวละคร "บลูโต" นั้นเป็นของพาราเมาท์ แต่ในความเป็นจริง บลูโตนั้นปรากฏตัวครั้งแรกในคอลัมน์การ์ตูน หมายความว่า King Feature นั้นเป็นเจ้าของชื่อตัวละครบลูโตตั้งแต่แรกแล้ว ด้านเนื้อหาของการ์ตูนนั้นจะเน้นไปทีการผจญภัยและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับป๊อปอายมากขึ้น และเพิ่มตัวละครต่างๆ ที่มาจากคอลัมน์การ์ตูนอีกด้วย

The All New Popeye Hour/The Popeye and Olive Comedy Show[แก้]

ในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2521 การ์ตูนป๊อปอายชุดใหม่ มีชื่อว่า The All New Popeye Hour ได้ออกฉายครั้งแรกบนช่องทีวี CBS ในสหรัฐอเมริกา โดยการ์ตูนชุดนี้ King Feature ได้ให้บริษัท Hanna-Barbera Productions เป็นผู้ดำเนินการสร้าง เป็นรายการการ์ตูนความยาว 1 ชั่วโมงตามชื่อ (แต่ว่าจะมีการ์ตูนป๊อปอายแค่ครึ่งชั่วโมง อีกครึ่งชั่วโมงนั้นจะฉายการ์ตูนเรื่อง Dinky Dog ซึ่งเป็นการ์ตูนของ Hanna Barbera เองและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับป๊อปอายแต่อย่างใด) ซึ่งตัวการ์ตูนชุดนั้นพยายามที่จะอิงการออกแบบตัวละครมาจากคอลัมน์การ์ตูนให้มากที่สุด รวมถึงการที่บลูตัสกลับมาใช้ชื่อบลูโตอีกครั้ง และลดทอนความรุนแรงลง โดยการ์ตูนชุดนี้ออกอากาศจนถึงปี พ.ศ. 2524 จึงได้ปรับเวลาออกอากาศเป็นครึ่งชั่วโมงและเปลี่ยนชื่อเป็น The Popeye and Olive Comedy Show ออกอากาศจนถึงเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2526

Popeye and Son[แก้]

เป็นการ์ตูนป๊อปอายอีกชุดที่สร้างโดย Hanna-Barbera Productions (และเป็นการ์ตูนป๊อปอายชุดล่าสุดในขณะนี้) ซึ่งในการ์ตูนชุดนี้ ป๊อปอายและโอลีฟได้แต่งงานกัน และมีลูกชื่อ ป๊อปอาย จูเนียร์ ซึ่งเกลียดปวยเล้งเอามากๆ แต่ก็ต้องกินเมือถึงยามจำเป็น ส่วนบลูโตนั้นก็ได้แต่งงานเหมือนกัน และมีลูกชื่อว่า แท๊งค์ เนื้อหาของแต่ละตอนจะเน้นไปที่การแข่งขัน การผจญภัยของป๊อปอาย จูเนียร์และเพื่อนๆ ซะมากกว่า ออกอากาศบนช่อง CBS ในปี พ.ศ. 2530 และออกอากาศเพียงแค่หนึ่งซีซั่นเท่านั้น

ตัวละคร[แก้]

ตัวละครหลัก[แก้]

ป๊อปอาย (Popeye)

ตัวละครหลักซึ่งมีอาชีพเป็นกะลาสีเรือ เคยเดินทางมาทั้งหมด 7 คาบสมุทรมาแล้ว ได้เสียตาข้างขวาไปจากการต่อสู้เมื่อเขามีอายุ 12 ปี เขามักจะร้องเพลงของตัวเอง ชื่อว่า "ผมคือป๊อปอายกะลาสีเรือ" เสมอ มักใช้กำลังในการแก้ปัญหา ในช่วงท้ายของแต่ละตอน (ไม่ใช่ทุกตอนเสมอไป) พละกำลังเขาจะมากขึ้นเพราะกินผักปวยเล้ง และเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้ มีปฏิภาณประจำตัวว่า จะไม่ทำร้ายผู้หญิงเด็ดขาด ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม

โอลีฟ ออยล์ (Olive Oyl)

เป็นแฟนของป๊อปอาย เธอมีรูปร่างผอมบาง มักจะถูกบลูโตกลั่นแกล้งเสมอๆ และมักจะร้องเรียกให้ป๊อบอายช่วย

บลูโต หรือ บลูตัส (Bluto/Blutus)

วายร้ายกล้ามใหญ่ และเป็นคู่ปรับของป๊อปอาย (แต่ในบางครั้งก็เป็นเพื่อนกัน) จะพยายามหาทางโกงทุกวิธีเพื่อให้ป๊อปอายแพ้ แต่ก็มักจะแพ้เองทุกที และแอบชอบโอลีฟ

ตัวละครรอง[แก้]

เจ. เวลลิงตัน วิมปี้ (J. Wellington Wimpy)

เพื่อนสนิทของป๊อปอาย ชอบกินแฮมเบอร์เกอร์เป็นพิเศษ เป็นคนฉลาดแกมโกง ชอบยืม แต่ขี้เกียจและเป็นคนตะกละ มักจะไม่มีเงินจะจ่ายค่าแฮมเบอร์เกอร์ จึงต้องขอติดค่าอาหาร หรือให้ป๊อปอายออกเงินให้ก่อนอยู่บ่อยครั้ง มีวลีเด็ดว่า "ผมยินดีที่จะจ่ายเงินให้คุณในวันอังคาร สำหรับแฮมเบอร์เกอร์วันนี้"

ปุบเด็ค แปปปี้ (Poopdeck Pappy)

พ่อของป๊อปอายที่จากกับป๊อปอายไปตั้งแต่ป๊อปอายยังเป็นวัยทารก (เนื่องจากเรือล่มระหว่างเดินทาง แล้วไปติดเกาะแห่งหนึ่ง) แต่สุดท้ายก็ได้เจอกัน มีจริยธรรมน้อยกว่าป๊อปอายมาก เป็นกะลาสีเรือเหมือนกับป๊อปอาย และชอบกินผักปวยเล้งเหมือนกัน

สวี'พี (Swee'Pea)

เป็นลูกของครอบครัวกษัตริย์ หลังจากพระราชาผู้เป็นพ่อถูกฆ่า พระราชินิผู้เป็นแม่ตัดสินใจทึ้งเขาไว้ที่ป้านของป๊อปอายเพื่อความปลอดภัยของสวี'พี ป๊อปอายจึงนำมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม อยากเป็นกะลาสีเหมือนป๊อปอาย

แม่มดทะเลหรือเฒ่าทะเล (Sea Hag)

ผู้หญิงแก่ที่เป็นทั้งโจรสลัดและแม่มดคนสุดท้ายของโลก มีคาถาอาคมมากมายและแอบชอบป๊อปอาย ถึงขนาดอยากให้ป๊อปอายแต่งงานเพื่อที่จะได้เป็นจ้าวแห่งทะเล มีแร้งเป็นสัตว์เลี้ยงคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ

ยูจีน เดอะ จีป (Eugene the Jeep)

เป็นสัตว์ลึกลับมาจากแอฟริกา ซึ่งโอลีฟได้มาจากปู่ของเธอ มีพลังวิเศษสามารถหายตัวและทะลุกำแพงได้ ชอบกินดอกกล้วยไม้

ผลกระทบทางวัฒนธรรม[แก้]

มีหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ชื่อ หมู่บ้านป๊อปอาย ตั้งอยู่ในประเทศมอลตา ริมฝั่งทะเลเมดิเตอเรเนียน สร้างขึ้นมาโดยใช้เป็นฉากในการถ่ายทำฉบับภาพยนตร์[1]

การ์ตูนป๊อปอายในประเทศไทย[แก้]

การ์ตูนชุด Popeye The Sailor (การ์ตูนโทรทัศน์), The All New Popeye Hour และ Popeye and Son ได้มีการวางจำหน่ายรูปแบบวีดีโอเทปอย่างถูกลิขสิทธิ์ในประเทศไทย โดยบริษัท จีเอม คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ในเวอร์ชั่นภาษาไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบางส่วน เช่น เรียกผักปวยเล้งว่า ผักขม และบลูตัสใน Popeye The Sailor (การ์ตูนโทรทัศน์) ก็เรียกด้วยชื่อ บลูโต แทน

ดูเพิ่ม[แก้]

ป๊อปอาย(วีดีโอเกม)

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]