บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์
2018 BMW 520d xDrive M Sport Automatic 2.0 Front.jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตบีเอ็มดับเบิลยู
เริ่มผลิตเมื่อพ.ศ. 2515 – ปัจจุบัน
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถผู้บริหาร (E)
รูปแบบตัวถัง4 ประตู รถเก๋ง
5 ประตู wagon
5-door fastback
โครงสร้างFR layout,
F4 layout (รุ่น xDrive)
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้าบีเอ็มดับเบิลยูนิวคลาส (BMW New Class)

 บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ (อังกฤษ: BMW 5 Series) เป็นรถยนต์นั่งประเภทหรูหราขนาดกลาง ที่บีเอ็มดับเบิลยูเริ่มผลิตตั้งแต่ พ.ศ. 2515 ต่อจากบีเอ็มดับเบิลยูนิวคลาส ปัจจุบันมีทั้งหมด 7 โฉม

รุ่นที่ 1 (E12; พ.ศ. 2515-พ.ศ. 2524)[แก้]

บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ รุ่นที่ 1

บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ E12 นับเป็นจุดเริ่มต้นของ บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ โดยมันได้รับช่วงต่อมาจาก BMW 2000 ดีไซน์ภายนอกถูกออกแบบโดย Paul Bracq นักออกแบบชื่อดังชาวฝรั่งเศส จุดเด่นของ E12 คือความปลอดภัยของห้องโดยสารโดยมีการนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการออกแบบเพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น โฉมนี้เป็นโฉมที่สร้างความสำเร็จทางด้านยอดขายอย่างถล่มทลายให้กับ BMW เลยทีเดียว[1]

รุ่นที่ 2 (E28; พ.ศ. 2524-พ.ศ. 2531)[แก้]

บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ รุ่นที่ 2

บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ E28 จำหน่ายในปี พ.ศ. 2524 จนถึงปี พ.ศ. 2531 เส้นสายบนตัวถังของโฉม E28 ยังคงเหมือนกับตัว E12 ไว้ แต่จะขยายกระจังหน้าและเปลี่ยนโคมไฟหน้าเล็กน้อยให้ดูทันสมัยขึ้น ช่วงล่างถูกพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด เริ่มมีการใส่ระบบเบรก ABS, Computer On-Board, และหัวฉีดแบบอิเล็กทรอนิคเข้ามาในโฉมนี้ แถมยังมีการปล่อยรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง M5 ออกมาเป็นครั้งแรกด้วย[1]

รุ่นที่ 3 (E34; พ.ศ. 2531-พ.ศ. 2539)[แก้]

บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ รุ่นที่ 3

บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ E34 รุ่นนี้จำหน่ายในไทยเมื่อปี 2532 โดยมันเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย ไม่แพ้กับ 3 Series E30 และคู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz W124 E Class ในขณะนั้น โดยรุ่นย่อยที่ขายที่สุดคือ 525i เพราะเป็นรถที่แรงและทรงพลัง ด้วยเครื่องยนต์ M20 6 สูบ 2.5 ลิตร ต่อมาได้เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่เป็น M50 และ M50U 6 สูบ 2.5 ลิตร รุ่นนี้ได้ขายเรื่อยๆ ไปจนถึงปลายปี 2539 แล้วลากขายรถในสต๊อกจนถึงปี 2540 โฉมนี้จัดเต็มเรื่องระบบความปลอดภัยมาก มีการใส่ถุงลมนิรภัย, เบรก ABS, และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC มาให้ด้วย[1]

รุ่นนี้ยังมีรุ่นพิเศษในประเทศไทยโดยเฉพาะคือ 520iS โดยได้มีการปรับจูนเครื่องใหม่ให้แรงขึ้น และเป็นรุ่นที่มีการปรับแต่งเครื่องยนต์โดยยนตรกิจจากโรงงานโดยตรง

รุ่นที่ 4 (E39; พ.ศ. 2539-พ.ศ. 2547)[แก้]

บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ รุ่นที่ 4

บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ E39 เป็นรุ่นที่ต่อจาก E34 โดยจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี 2540 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับปีที่เกิดเหตุการณ์วิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเมื่อ กรกฎาคม 2540 พอดี รุ่นนี้ที่ขายในไทยมีอยู่ 4 รุ่นด้วยกันคือ 520i 523i 523iA และ 528i คู่แข่งของมันก็คือ Mercedes Benz E Class W210 และ Volvo 960 รุ่นตาเล็ก (ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อรุ่นเป็น S90 และจำหน่ายแทนที่โดย S80 ซึ่งเป็นรถขับล้อหน้าในปี 2542) รุ่นนี้ได้มีการใส่ของไฮเทคในยุคนั้นอย่างเต็มรูปแบบ เช่น พวงมาลัย Multi-Function, ระบบนำทางดาวเทียม(สเปกไทยไม่มีระบบนี้), เบาะ Active Seat, และ DSC[1] รุ่นย่อยที่ขายดีที่สุดคือ 523i และ 523iA โดยใช้เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 6 สูบ 170 แรงม้า รหัส M52 และ M52TU รุ่นนี้เป็นรุ่นที่จำหน่าย 2 สมัยในไทยคือ ยุคแรกขายโดยยนตรกิจ และหลังจากนั้นก็เป็นยุคบริษัทแม่มาขายเองเมื่อปี 2541 ต่อมาได้มีการเปิดตัวรุ่นปรับโฉมในประเทศไทยเมื่อปี 2544 โดยยกเลิกจำหน่าย 520i และ 528i ทิ้งไป และได้เปลี่ยนรุ่นย่อยจาก 528i เป็น 530i ในปี 2546 E39 รุ่นปรับโฉมหรือ LCI ในประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่เป็นรหัส M52TUB24 2.4 ลิตร 6 สูบ 184 แรงม้า ในรุ่น 523i และ 523iA และเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร 6 สูบ 230 แรงม้า รหัส M54B30 ในรุ่น 530i โดยรุ่นย่อยของตัวปรับโฉมหรือตัว LCI ที่ขายในประเทศไทยมีดังนี้

523i/523iA : executive, comfort, sport

530i : M Sport

E39 ได้ขายเรื่อยๆ จนยุติการจำหน่ายในไทยในปลายปี 2546 และลากขายจนหมดสต๊อกในปี 2547 ก่อนที่จะเปิดตัวรุ่นใหม่อย่าง E60 ในเวลาต่อมา

รุ่นที่ 5 (E60; พ.ศ. 2547-พ.ศ. 2553)[แก้]

บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ รุ่นที่ 5
บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ รุ่นที่ 5 รุ่นปรับโฉม

บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ E60 เปิดตัวในเมืองไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 โดยช่วงแรกจะจำหน่ายรุ่น 525i และ 530i เป็นรุ่นนำเข้า ต่อมาได้มีการเปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศในช่วงปลายปีเดียวกันและได้เพิ่มอีก 2 รุ่นเป็น 4 รุ่นคือ 520i 525i 525i-SE และ 530i[2] ในปี พ.ศ. 2549 รุ่นนี้ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่โดยเพิ่มรุ่นเครื่องดีเซล 2.0 ลิตรเป็นทางเลือกใหม่ในรุ่น 520d ในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2549 ก่อนจะมีการเปิดตัวรุ่นปรับโฉมหรือ LCI ในปี พ.ศ. 2550 หรือ 1 ปีถัดมา หลังจากนั้นในปลายปี พ.ศ. 2552 ได้เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ให้กับรุ่นขายดีอย่าง 520d คือ 520d Corporate โดยปรับราคาให้ดูน่าจับต้องได้ในราคา 2.999 ล้านบาท ก่อนที่จะถูกแทนที่โดย รุ่นที่ 6 หรือ F10 รุ่นนี้มีการใส่ระบบ iDrive เป็นอุปกรณ์มาตรฐานและระบบที่ไฮเทคขึ้นจากรุ่นก่อน เช่น Adaptive Cruise Control, เซนเซอร์ถอยจอด, Head-Up Display และมันยังเป็น 5-Series รุ่นแรกและรุ่นเดียวที่คอนโซลกลางไม่เอียงเข้าหาคนขับด้วย[1]

รุ่นที่ 6 (F10; พ.ศ. 2553-พ.ศ. 2560)[แก้]

บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ รุ่นที่ 6
บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ รุ่นที่ 6 รุ่นปรับโฉม

บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ F10 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน BMW Xpo 2010 โดยทำตลาดดังนี้

พ.ศ. 2553

  • มีการเปิดตัวครั้งแรกโดยเป็นรุ่นนำเข้าทั้ง 2 รุ่นคือ BMW 535i และ BMW 530d
  • มีการเปิดตัว BMW 523i ใหม่ รุ่นประกอบในประเทศ โดยมี 2 รุ่น ประกอบด้วย BMW 523i และ BMW 523i Highline

พ.ศ. 2554

  • มีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่เป็นรุ่น 520d และ 525d ซึ่งเข้ามาแทนที่ 530d รุ่นนำเข้า โดยทั้ง 2 รุ่นเป็นรุ่นประกอบในประเทศ
  • มีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่เป็นรุ่น 520d Touring Sport รถแวกอนพร้อมชุดแต่ง M Sport

พ.ศ. 2555

  • มีการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ในรุ่นเครื่องเบนซินอย่าง 520i, 528i, และ 528i Sport โดยทั้ง 3 รุ่น เข้ามาจำหน่ายแทน 523i
  • มีการเปิดตัวรุ่น ActiveHybrid 5 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ไฮบริดเต็มรูปแบบ

พ.ศ. 2556

  • มีการปรับอุปกรณ์ใหม่โดยเพิ่มระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง Rear Seat Entertainment (ยกเว้นรุ่น 520d, 520i และ 528i Sport) พร้อมจอขนาด 9.2 นิ้ว 2 ตำแหน่ง แยกการแสดงผลเป็นอิสระ พร้อมรีโมทคอนโทรล สามารถดูโทรทัศน์และภาพยนตร์จากแผ่น DVD, แผนที่จากระบบนำทางผ่านดาวเทียม, และแยกการฟังวิทยุผ่านทางหูฟังส่วนตัวซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม

พ.ศ. 2557

  • มีการเปิดตัวรุ่นปรับโฉมหรือ LCI โดยมี 7 รุ่นย่อยคือ 520i, 520d, 525d M Sport, 525d Luxury, 528i M Sport, 528i Luxury และ ActiveHybrid 5

พ.ศ. 2558

  • มีการตัดรุ่น 520d และ ActiveHybrid 5 ทิ้งไป
  • มีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่เป็นรุ่น 520d M Sport แทน 520d รุ่น base

พ.ศ. 2559

  • มีการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ของคนรักรถดีเซลที่ต้องราคาที่จับต้องได้คือ 520d Elite โดยตัดชุดแต่ง M Sport / ล้อ M Sport ออกไป ได้ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ส่วน Option พื้นฐาน และอุปกรณ์ต่างๆ ใกล้เคียงกับ 520d M Sport เดิม

พ.ศ. 2560

  • ยุติการทำตลาดโดยถูกจำหน่ายแทนที่โดยรุ่นที่ 7 หรือ G30

รุ่นที่ 7 (G30; พ.ศ. 2560-ปัจจุบัน)[แก้]

บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ รุ่นที่ 7

บีเอ็มดับเบิลยู 5 ซีรีส์ G30 เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 โดยทำตลาดดังนี้

พ.ศ. 2560

  • เปิดตัวครั้งแรกโดยจำหน่าย 3 รุ่นย่อยคือ 520d Luxury, 520d Luxury (Limited) และ 530i M Sport โดยเป็นรุ่นนำเข้าทั้งคัน
  • มีการเปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศเป็น 520d Sport ในเดือนสิงหาคม
  • มีการเปิดตัว 530e Plug-in Hybrid ทั้ง 2 รุ่นย่อยคือ Luxury และ M Sport รุ่นประกอบในประเทศในงาน Motor Expo 2017 โดยเข้ามาจำหน่ายแทนรุ่นนำเข้า

พ.ศ. 2561

  • มีการเปิดตัว 530i Touring M Sport รถแวกอน 5 ประตู ครั้งแรกในงาน Motor Show 2018
  • เดือนกุมภาพันธ์ ได้จำหน่ายรุ่นสมรรถนะสูง M5 ราคา 13.339 ล้านบาท
  • มีการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่เป็นรุ่น 520d M Sport โดยจำหน่ายแทนรุ่น 520d Sport เดิม
  • มีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ 530e Highline เพื่อมาแทนรุ่น 530e Luxury เดิม

พ.ศ. 2562

  • มีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ 530e Elite ในราคา 2.999 ล้านบาท

อ้างอิง[แก้]