ข้ามไปเนื้อหา

นูอาดา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นูอาดา
เทพแห่งราชอำนาจ การสงคราม และเวทมนตร์ในปกรณัมวิทยาไอริช
ประติมากรรมแทนดราจีแมนซึ่งอาจแทนนูอาดา
ประติมากรรม "แทนดราจีแมน" หรือ "แทนดราจีไอดอล" ซึ่งนักวิชาการบางส่วนเสนอว่าอาจแทนนูอาดา
ชื่ออื่นนูอาดู; นูวาธา; นูอาดา แอร์เกตลาม
ส่วนเกี่ยวข้องบุตรธิดาแห่งเทพีดานู
อาวุธดาบแห่งแสงสว่าง
คัมภีร์บันทึกแห่งการพิชิต, การศึกแห่งแม็ก ทุยดร์
ข้อมูลส่วนบุคคล
พี่น้องเดียน เคท, โกฟนู (ในบางสำนวน)

นูอาดา (Nuada, Nuadu; ไอริชใหม่: Nuadha) หรือ นูอาดา แอร์เกตลาม (Nuada Airgetlám; หมายถึง “นูอาดาผู้มีพระหัตถ์เงิน/สีเงิน”) เป็นเทพและกษัตริย์องค์แรกของบุตรธิดาแห่งเทพีดานูในปกรณัมวิทยาไอริช[1][2] เขาเป็นผู้นำองค์แรกของเหล่าเทพเทวาผู้ครองไอร์แลนด์ในวัฏจักรปกรณัม และเป็นที่รู้จักมากที่สุดจากเรื่องที่เขาสูญเสียพระหัตถ์ในการศึก ได้รับพระหัตถ์เงินจากเดียน เคทและเครยา ก่อนที่เมียคจะรักษาให้กลับเป็นเนื้อหนังสมบูรณ์อีกครั้ง[3][4]

นูอาดามักถูกมองว่าเป็นเทพผู้เกี่ยวข้องกับราชอำนาจ ความกล้าหาญ การสงคราม และเวทมนตร์หรือการรักษา เขายังเป็นเจ้าของดาบแห่งแสงสว่าง หนึ่งในสี่สมบัติของบุตรธิดาแห่งเทพีดานู[3][5] ในการศึกษาเชิงเปรียบเทียบ เขามักถูกเชื่อมโยงกับเทพโนเดนส์ของบริตันและกับลูดด์ ลลาว เอไรน์ต์ในปกรณัมเวลส์[1][6]

ชื่อ

[แก้]

ชื่อ นูอาดา ปรากฏในรูป Núada หรือ Núadu ในภาษาไอริชยุคกลาง และในรูป Nuadha ในภาษาไอริชสมัยใหม่[6] สมญา แอร์เกตลาม (Airgetlám; ไอริชใหม่ Airgeadlámh) แปลตรงตัวได้ว่า “ผู้มีพระหัตถ์เงิน” หรือ “ผู้มีแขนเงิน” ซึ่งกลายเป็นลักษณะประจำของเทพองค์นี้ในเรื่องเล่าไอริชยุคกลาง[1][2]

นักนิรุกติศาสตร์บางคนเสนอว่าชื่อของนูอาดาอาจสัมพันธ์กับชื่อของเทพเคลต์บริตันโนเดนส์ และกลุ่มชื่อร่วมรากอื่น ๆ ในโลกเคลต์ แม้รายละเอียดของรากศัพท์ยังเป็นที่ถกเถียงกัน[6] ในการศึกษาเปรียบเทียบทางตำนาน นูอาดาจึงมักถูกวางไว้ในเครือญาติทางความคิดเดียวกับโนเดนส์ของบริตันและลูดด์แห่งพระหัตถ์เงินของเวลส์[1]

บทบาทในปกรณัมไอริช

[แก้]

นูอาดาเป็นกษัตริย์องค์แรกของบุตรธิดาแห่งเทพีดานู กลุ่มเทพเทวาหรือชนเหนือมนุษย์ผู้มาถึงไอร์แลนด์หลังฟิร์โบลกและก่อนไมลีเซียนในกรอบของบันทึกแห่งการพิชิต[7][5] เขาเป็นผู้นำในยุคที่บุตรธิดาแห่งเทพีดานูต่อสู้เพื่อยึดครองไอร์แลนด์จากฟิร์โบลก และต่อมาทำสงครามกับโฟโมเรียน อำนาจของนูอาดาจึงสัมพันธ์ทั้งกับกษัตริย์นักรบและกับระเบียบแห่งโลกเทพ[3][1]

แม้ต้นฉบับยุคกลางมักเล่าเหล่าบุตรธิดาแห่งเทพีดานูราวกับเป็น “ชนเผ่า” หรือ “ผู้ครองแผ่นดินในอดีต” มากกว่าจะเรียกว่าเทพโดยตรง แต่นูอาดาและสหายของเขามักได้รับการตีความโดยนักวิชาการสมัยใหม่ว่าเป็นร่องรอยของเทพเกลิกก่อนคริสต์ศาสนา โดยนูอาดาเป็นหนึ่งในตัวแทนสำคัญของอำนาจกษัตริย์ ความสมบูรณ์ของกาย และสิทธิในการครองราชย์[1][2]

ตำนาน

[แก้]

การศึกครั้งแรกแห่งแม็ก ทุยดร์

[แก้]

เรื่องที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับนูอาดาปรากฏในการศึกครั้งแรกแห่งแม็ก ทุยดร์ และเรื่องสืบเนื่องในการศึกแห่งแม็ก ทุยดร์[4][3] เมื่อบุตรธิดาแห่งเทพีดานูเดินทางมาถึงไอร์แลนด์ พวกเขาขอแบ่งแผ่นดินจากฟิร์โบลก แต่คำขอดังกล่าวถูกปฏิเสธ จึงนำไปสู่สงครามใหญ่ที่ทุ่งแม็ก ทุยดร์[4][7]

ในการศึกครั้งแรกนี้ นูอาดาต่อสู้กับสเรง วีรบุรุษของฟิร์โบลก และสูญเสียพระหัตถ์ข้างหนึ่งกลางสนามรบ[4] แม้บุตรธิดาแห่งเทพีดานูจะเป็นฝ่ายได้เปรียบและในที่สุดก็ชนะศึก แต่การสูญเสียอวัยวะของนูอาดามีผลทางการเมืองอย่างสำคัญ เพราะกษัตริย์ของเหล่าเทพจะต้องมีร่างกายสมบูรณ์ปราศจากตำหนิ ผู้ที่พิการจึงไม่อาจครองราชย์ได้ตามธรรมเนียม[3][1]

พระหัตถ์สีเงินและการกลับคืนสู่ราชบัลลังก์

[แก้]

เมื่อนูอาดาสูญเสียพระหัตถ์ เขาจึงต้องสละราชสมบัติ และเบรส บุตรของเชื้อสายผสมระหว่างบุตรธิดาแห่งเทพีดานูกับโฟโมเรียน ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน[3][7] อย่างไรก็ตาม เบรสกลายเป็นผู้ปกครองที่กดขี่ ไม่เอื้อเฟื้อ และปล่อยให้โฟโมเรียนมีอำนาจเหนือไอร์แลนด์ ทำให้เหล่าเทพไม่พอใจ[3]

ระหว่างนั้น นูอาดาได้รับการรักษาโดยเดียน เคท แพทย์ของบุตรธิดาแห่งเทพีดานู และเครยา ช่างผู้สร้างพระหัตถ์เงินให้เขา จนสามารถใช้งานได้ดังเดิม[3] ต่อมาเมียค บุตรของเดียน เคท ได้ใช้เวทมนตร์รักษาพระหัตถ์ของนูอาดาให้กลับเป็นเนื้อหนังและเลือดอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง[3][1] การฟื้นคืนความสมบูรณ์ของร่างกายนี้มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะทำให้นูอาดามีสิทธิกลับขึ้นครองราชย์ และกลายเป็น “ผู้มีพระหัตถ์เงิน” อันเป็นสมญาที่เลื่องลือที่สุดของเขา[2]

การศึกครั้งที่สองแห่งแม็ก ทุยดร์

[แก้]

เมื่อเบรสถูกปลดออกจากบัลลังก์ นูอาดากลับขึ้นเป็นกษัตริย์ของบุตรธิดาแห่งเทพีดานูอีกครั้ง และต้องเผชิญภัยคุกคามจากโฟโมเรียนอย่างเต็มรูปแบบ[3] ในช่วงนี้เองลูก์ ผู้มีทักษะรอบด้านได้มาถึงราชสำนักของนูอาดา และกลายเป็นกำลังสำคัญของฝ่ายเทพ[3][5]

ในการศึกแห่งแม็ก ทุยดร์ครั้งที่สอง นูอาดายังคงเป็นกษัตริย์ของเหล่าเทพ แต่ในสนามรบเขาถูกบาลอร์แห่งดวงตาพิฆาตสังหารและตัดศีรษะ[3] หลังจากนั้นลูก์จึงสังหารบาลอร์และนำบุตรธิดาแห่งเทพีดานูไปสู่ชัยชนะเหนือโฟโมเรียน เรื่องนี้ทำให้นูอาดามีภาพลักษณ์เป็นราชาผู้กล้าหาญ ซึ่งแม้จะเสียชีวิตในการศึก แต่ก็ทำหน้าที่เป็นผู้นำผู้เปิดทางให้ยุคของลูก์และชัยชนะของเหล่าเทพเกิดขึ้น[1][5]

ดาบแห่งแสงสว่าง

[แก้]

นูอาดาเป็นเจ้าของดาบแห่งแสงสว่าง หนึ่งในสี่สมบัติของบุตรธิดาแห่งเทพีดานู ร่วมกับหอกของลูก์ หม้อของดาห์ดา และหินแห่งชะตากรรมของฟัล[3][5] ในคำบรรยายเชิงตำนาน ดาบของนูอาดาเป็นอาวุธที่ไม่มีใครต้านทานได้ และเมื่อชักออกจากฝักแล้ว ยากที่ศัตรูจะหลบหนีพ้น[5] ดาบนี้จึงทำให้นูอาดามีฐานะทั้งในฐานะราชานักรบและเจ้าของวัตถุศักดิ์สิทธิ์ประจำเหล่าเทพ

ความสัมพันธ์กับเทพและบุคคลอื่น

[แก้]

ในบางสำนวนยุคกลาง นูอาดาถูกเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นในปกรณัมไอริช เช่น เนคทัน หรือเอลก์มาร์ และบางครั้งถูกกล่าวถึงว่ามีความสัมพันธ์กับโบอันน์[2][1] นอกจากนี้ บางข้อความยังเรียกเดียน เคทและโกฟนูว่าเป็นพี่น้องของนูอาดา[8] อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ทางเครือญาติของเหล่าเทพในปกรณัมไอริชมักไม่คงที่ และอาจเปลี่ยนแปลงไปตามต้นฉบับและสำนวนที่ใช้[1]

การตีความเชิงเปรียบเทียบ

[แก้]

นักวิชาการด้านศาสนาและปกรณัมเปรียบเทียบมักเชื่อมโยงนูอาดากับโนเดนส์ เทพเคลต์ของบริตัน และกับลูดด์ ลลาว เอไรน์ต์ ในปกรณัมเวลส์ ซึ่งชื่อหลังมีความหมายว่า “ลูดด์ผู้มีพระหัตถ์เงิน”[1][2] ความคล้ายคลึงดังกล่าวสนับสนุนมุมมองที่ว่านูอาดาไม่ใช่เพียงกษัตริย์ในตำนาน แต่เป็นร่องรอยของเทพเก่าในโลกเคลต์ที่เชื่อมโยงกับอำนาจกษัตริย์ ความสมบูรณ์ของร่างกาย และพลังอัศจรรย์ของพระหัตถ์[6]

ในศิลปกรรมและมรดกวัฒนธรรม

[แก้]

ในคริสต์ศาสนสถานอาสนวิหารนักบุญแพทริก เมืองอาร์มา มีประติมากรรมที่รู้จักกันในชื่อ “แทนดราจีแมน” หรือ “แทนดราจีไอดอล” ซึ่งนักวิชาการบางส่วนเสนอว่าอาจเป็นภาพแทนของนูอาดา เพราะเป็นรูปบุรุษที่ดูเหมือนถือแขนเทียมหรือแขนที่แยกออกจากร่าง[9] ข้อเสนอนี้ยังไม่ใช่ข้อยุติเด็ดขาด แต่สะท้อนว่าภาพจำของนูอาดาในฐานะ “ผู้มีพระหัตถ์เงิน” ยังคงมีอิทธิพลในความเข้าใจสมัยใหม่เกี่ยวกับศิลปกรรมไอร์แลนด์โบราณ

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 MacKillop, James (1998). A Dictionary of Celtic Mythology. Oxford University Press. p. 307. ISBN 9780192801203.
  2. 1 2 3 4 5 6 Ó hÓgáin, Dáithí (1991). Myth, Legend & Romance: An Encyclopaedia of the Irish Folk Tradition. Prentice Hall Press. pp. 326–327. ISBN 9780132759595.
  3. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 "Cath Maige Tuired: The Second Battle of Mag Tuired". CELT: Corpus of Electronic Texts. University College Cork. สืบค้นเมื่อ 30 June 2026.
  4. 1 2 3 4 "The First Battle of Mag Tuired". Mary Jones Celtic Literature Collective. สืบค้นเมื่อ 30 June 2026.
  5. 1 2 3 4 5 6 คูห์ศรีวินิจ, พีระสิทธ์ (2024). ตำนานเทพไอริช = Irish Mythology. กรุงเทพฯ: ยิปซี กรุ๊ป. pp. 38–45. ISBN 9786163017888.
  6. 1 2 3 4 Matasović, Ranko (2009). Etymological Dictionary of Proto-Celtic. Brill. p. 352. ISBN 9789004173361.
  7. 1 2 3 "Lebor Gabála Érenn". Mary Jones Celtic Literature Collective. สืบค้นเมื่อ 30 June 2026.
  8. "The Second Battle of Moytura". CELT: Corpus of Electronic Texts. University College Cork. สืบค้นเมื่อ 30 June 2026.
  9. "File:Armagh St. Patrick's Cathedral of the Church of Ireland North Aisle "Tandragee Man" 2019 09 09.jpg". Wikimedia Commons. สืบค้นเมื่อ 30 June 2026.