ทเวนตี้เซนจูรี่บอย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ทเวนตี้เซนจูรี่บอย
จากซ้ายไปขวา มารุโอะ, เคนจิ, โยชิสึเนะ
จากซ้ายไปขวา มารุโอะ, เคนจิ, โยชิสึเนะ
ชื่อ ทเวนตี้เซนจูรี่บอย
ชื่อญี่ปุ่น 20世紀少年
ชื่ออังกฤษ 20th Century Boys
ประเภท เซเน็น
แนว สืบสวน,Sci-Fi,ประวัติศาสตร์
มังงะ
20th Century Boys
เขียนเรื่อง นาโอกิ อุราซาว่า
สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น โคดันฉะ
ไทย เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์
จำนวนเล่ม ญี่ปุ่น 22 เล่มจบ
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

20th Century Boys แก๊งนี้มีป่วน (ญี่ปุ่น: 20世紀少年 Nijisseiki Shōnen ?) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น เรื่องราวแนวสืบสวนลึกลับ เขียนโดย นาโอกิ อุราซาว่า เจ้าของผลงานเรื่องมอนสเตอร์ เปิดตัวครั้งแรกในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ Big Comic Spirit ปี 1999 ชื่อของเรื่องนี้ มาจากชื่อเพลง "20th Century Boy" ของวงดนตรีร็อกอังกฤษ T. Rex ต่อมาได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ออกฉายในปี 2008

เนื้อเรื่อง[แก้]

ในอดีต เคนจิและเพื่อนสมัยเด็ก ๆ ของเขาได้รวมตัวกันตั้งฐานทัพลับขึ้นกลางทุ่งหญ้า พวกเขาใช้มันเป็นที่เก็บซ่อนสมบัติส่วนตัว และมักจะนัดประชุมเพื่อคุยกันอย่างสนุกสนาน วันหนึ่งเคนจิได้เขียนเรื่องของ "คำทำนาย" ขึ้นมา มันเป็นเรื่องขององค์กรร้ายที่พยายามจะทำลายโลกด้วยวิธีต่าง ๆ ทั้งเชื้อโรคร้าย หุ่นยนต์ยักษ์ แต่ในวันที่โลกจะถูกทำลาย "เคนจิและเพื่อน" จะปรากฏตัวออกมาเพื่อหยุดยั้งการกระทำอันเลวร้ายนั้นลง และนำสันติสุขกลับคืนมา เรื่องราวเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ใน"บันทึกคำทำนาย" และเก็บใส่กล่องฝังไว้ใต้ดิน รอวันเวลาที่โลกเกิดความระส่ำระสายขึ้น พวกเขาจะเปิดมันออกมาอีกครั้ง

วันเวลาผ่านไป เคนจิและเพื่อน ๆ ต่างก็โตเป็นผู้ใหญ่ ต่างคนก็ต่างมีหน้าที่การงานที่ต้องทำ เรื่องราวของบันทึกคำทำนายคงถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา หากไม่บังเอิญวันหนึ่งที่เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มคือ ดองกี้ เสียชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตาย การตายของดองกี้ทำให้เคนจิสงสัยอย่างมาก เนื่องจากดองกี้เป็นคนที่ไม่มีวันฆ่าตัวตายแน่นอน ประจวบกับของสิ่งหนึ่งที่ดองกี้ทิ้งไว้ นั่นคือสัญลักษณ์ประหลาดที่คุ้นตาแต่ก็นึกไม่ออกว่าคืออะไร ทำให้เคนจิตัดสินใจออกตามหาความลับของเครื่องหมายปริศนา และรวบรวมเพื่อนๆสมัยเด็กที่ยังเหลืออยู่มาช่วยกันกอบกู้โลกจากองค์กรชั่วร้าย แต่พวกเขายังไม่ตระหนักเลยว่าสิ่งที่พวกเขากำลังจะเผชิญหน้านั้นร้ายกาจเกินกว่าที่คาดนัก

เนื้อเรื่องของทเวนตี้เซนจูรี่บอยมีหลายส่วนหลายช่วงเวลา เรื่องราวเล่าตั้งแต่วัยเด็กของเคนจิ ในปีโชวะที่ 40 หรือประมาณปี 1969-1971 "เพื่อน" เริ่มต้นที่นั่น ช่วงเวลาที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงของเคนจิคือปี 1997-2000 เคนจิรวบรวมเพื่อนๆในวัยเด็ก เพื่อต่อสู้กับเหล่าองค์กรชั่วร้ายที่เรียกตัวเองว่า "เพื่อน" แต่ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตร "เพื่อน"กลับกลายเป็นฮีโร่ ในขณะที่เคนจิกลับกลายเป็นอาชญากร ช่วงเวลาที่ 3 ปี 2014-2015 เป็นช่วงเวลาของคันนะ ลูกสาวของพี่สาวของเคนจิที่เคนจิดูแลแต่เด็ก เธอต้องการฉีกหน้ากากของเพื่อนออกมาให้ได้ เธอจะทำสำเร็จหรือไม่ ในขณะที่ "เพื่อน" ควบคุมอำนาจทั่วญี่ปุ่นแล้ว เขารอเวลาที่จะครองโลกเท่านั้น

รายชื่อตัวละคร[แก้]

ตัวละครหลัก[แก้]

เอ็นโด เคนจิ
วัยเด็กเขาได้แต่งเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างฮีโร่กับผู้ร้ายร่วมกับเพื่อนๆ โดยเรียกมันว่าบันทึกคำทำนาย
"เพื่อน"
บุคคลปริศนา เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนในวัยเด็กของเคนจิผู้ซึ่งรู้เรื่องบันทึกคำทำนาย และในปี 1997 เขาวางแผนอันแยบยลให้เคนจิทำตามบันทึกคำทำนายโดยให้เคนจิเป็นฝ่ายฮีโร่ ในขณะที่เขาเล่นเป็นบทผู้ร้าย
เอ็นโด คันนะ
ลูกสาวของเอ็นโด คิริโกะ (พี่สาวของเคนจิ) กับ "เพื่อน"
เอ็นโด คิริโกะ
พี่สาวของเคนจิ เธอเป็นนักบัคเตรีวิทยา
โอตโจะ
เพื่อนซี้เคนจิ หลังจากที่ลูกชายตาย เขาก็ไม่เป็นผู้เป็นคน ลาออกจากงาน ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย จนกระทั่งเคนจิขอร้องให้เขามาร่วมกันสู้กับ "เพื่อน" เขาเป็นคนที่พึ่งพาได้
ชัค มันโจเมะ
ส.ส.พรรคยูมินที่ร่วมมือกับ "เพื่อน" เขาเป็นคนที่ "เพื่อน" ไว้ใจมากที่สุด
ยูคิจิ
เพื่อนสาวของเคนจิอยู่ในขบวนการด้วยกัน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้น ก็รับหน้าที่ดูแลคันนะเวลาที่เคนจิไม่อยู่

ตัวละครอื่นๆ[แก้]

พระเจ้า
ชายชราไร้บ้านผู้มีพลังวิเศษล่วงรู้อนาคต
คาคุตะ
นักเขียนการ์ตูนที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำอุมิโฮตารุ และได้แหกคุกกับโอตโจะ
ฟุคุเบ
เพื่อนสมัยเด็กของเคนจิ ร่วมกับเคนจิต่อสู้กับ "เพื่อน" ใน "วันส่งท้ายปีเก่านองเลือด" จนตัวตาย
ซาดาคิโยะ
เพื่อนสมัยเด็กของเคนจิ ชอบใส่หน้ากาก ชอบติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวบนดาดฟ้า รร. โดนเพื่อนรังแกเป็นประจำ
มาไรห์
ดอกไม้แห่งชินจูกุ เป็นเพื่อนคันนะ
นิตานิ
อดีตยากูซ่า เป็นบาทหลวงที่โบสถ์ในคาบูกิ
โคอิซุมิ เคียวโกะ
เพื่อนร่วมห้องของคันนะ ได้รับรู้ความจริงของเหตุการณ์ "วันส่งท้ายปีเก่านองเลือด"

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

  • รางวัลการ์ตูนยอดเยี่ยมครั้งที่ 48 จาก โชงะกุกัง
  • รางวัลชนะเลิศในงาน Media Arts ครั้งที่ 6 ของทบวงวัฒนธรรมญี่ปุ่น
  • รางวัลการ์ตูนยอดเยี่ยมครั้งที่ 25 จาก โคดันฉะ

อิทธิพลของสตีเฟ่น คิง[แก้]

เนื้อเรื่องของทเวนตี้เซนจูรี่บอย ได้รับอิทธิพลเป็นอย่างมากจากนวนิยายสองเรื่องของนักเขียนนิยายสยองขวัญชาวอเมริกันชื่อดัง สตีเฟ่น คิง คือ It และ The Stand นาโอกิ อุราซาว่าเองถึงกับเขียนให้ตัวละครตัวหนึ่งในเรื่องเอ่ยว่า สมัยเด็กๆเคยอ่านเรื่องของสตีเฟ่น คิงในวัยเด็กด้วยและเป็น 'หนังสือที่ยาวมากจนต้องแบ่งเป็น 2 เล่ม แต่กลับไม่ได้อ่านเล่ม 2'

  • It เป็นเรื่องของ สมาคมคนขี้แพ้ ซึ่งประกอบด้วยเด็กผู้ชาย 6 คนและเด็กผู้หญิงอีก 1 คน ทั้ง 7 ตั้งสมาคมกันเองขึ้นบริเวณริมแม่น้ำ พวกเขาค้นพบว่าในเมืองเดอร์รี่ที่พวกเขาอาศัยอยู่มีปีศาจอาศัยอย่างลับๆ 'มัน'จะออกล่าเหยื่ออย่างเหี้ยมโหดเป็นวงจรทุกๆ 27 ปี ปี 1958 ทั้ง 7 ได้ต่อสู้กับปีศาจจนมันบาดเจ็บสาหัส ทั้ง 7 สัญญาว่าเมื่อถึงเวลาที่ 'มัน'จะกลับมาอีกครั้ง พวกเขาจะกลับมารวมตัวต่อสู้กับ 'มัน'อีก แต่เมื่อถึงปี 1985 ครบวงจร 27 ปี ปรากฏว่าสมาชิกคนหนึ่งฆ่าตัวตายไป และเหลือเพียง 6 คนเท่านั้นที่กลับมารวมตัวกันรื้อฟื้นความทรงจำเพื่อต่อสู้กับ 'มัน'
    • เนื้อเรื่องของ It และทเวนตี้เซนจูรี่บอย คล้ายคลึงกัน คือการกลับมารวมตัวของกลุ่มเพื่อนวัยเด็กเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำและร่วมต่อสู้ด้วยกันอีก
    • สมาชิกสมาคมคนขี้แพ้มีอยู่ 7 คน คือชาย 6 คน และหญิง 1 คน ซึ่งคล้ายคลึงกับสมาชิกของฐานทัพลับในทุ่งหญ้าของเคนจิซึ่งมี ชาย 8 คน หญิง 1 คน
    • ลักษณะการเล่าเรื่องของทั้ง 2 เรื่องเป็นการตัดสลับอดีต และปัจจุบัน กลับไปกลับมาอย่างละเอียด และซับซ้อน
    • ทั้ง 2 เรื่องมีบรรยากาศของเนื้อเรื่องแบบ nostalgia และมีเนื้อหาในลักษณะการเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ (coming-of-age)
  • The Stand เป็นเรื่องของการต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่วในโลกซึ่งล่มสลายเพราะไวรัสที่ถูกพัฒนาเป็นอาวุธชีวภาพรั่วไหลออกมา
    • ในทเวนตี้เซนจูรี่บอย 'เพื่อน'ใช้ไวรัสมรณะเพื่อทำลายมนุษยชาติ ขณะที่ The Stand มนุษย์ล้มตายลงด้วยไวรัสอาวุธชีวภาพเช่นเดียวกัน แต่ว่าหลุดออกมาระบาดโดยอุบัติเหตุ
    • ทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรมมีการใช้ฉายาบางอย่างเพื่อเรียกผู้นำกลุ่ม ใน The Stand เป็นการต่อสู้ระหว่าง 'แม่เฒ่าอบาเกล' และ 'บุรุษมืด'ขณะที่ในทเวนตี้เซนจูรี่บอย เป็นการต่อสู้ระหว่าง 'ราชินีน้ำแข็ง' และ 'เพื่อน' รวมถึงคิริโกะ แม่ของคันนะเองก็มีฉายาว่า 'พระแม่ศักดิ์สิทธิ์'

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]