ทันตกรรมจัดฟัน
บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากแหล่งที่มาใด |

ทันตกรรมจัดฟัน (Orthodontics)
[แก้]ทันตกรรมจัดฟัน (Orthodontics) เป็นสาขาหนึ่งของทันตแพทยศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัย ป้องกัน และแก้ไขความผิดปกติของการเรียงตัวของฟัน ขากรรไกร และใบหน้า จุดประสงค์หลักของการจัดฟัน คือ เพื่อเสริมสร้างการทำงานที่เหมาะสมของระบบบดเคี้ยว เพิ่มความสวยงามของใบหน้า และส่งเสริมสุขภาพช่องปากโดยรวม[1].
ประวัติของทันตกรรมจัดฟัน
[แก้]แนวคิดเกี่ยวกับการจัดเรียงฟันมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีการค้นพบมัมมี่อียิปต์ที่ใช้โลหะพันรอบฟัน ต่อมาในสมัยกรีกและโรมัน ฮิปโปเครติสและซีลซัสได้บันทึกปัญหาฟันเกในเอกสารทางการแพทย์ ในศตวรรษที่ 18 Pierre Fauchard ได้คิดค้นอุปกรณ์จัดฟันชนิดแรกที่เรียกว่า "Bandeau" ส่วน Edward H. Angle ในศตวรรษที่ 19 ได้ก่อตั้ง American Association of Orthodontists (AAO) และพัฒนาหลักการจำแนกการสบฟันผิดปกติ[2].
หลักการทางชีวกลศาสตร์ในการจัดฟัน
[แก้]การเคลื่อนฟันเกิดจากแรงที่กระทำต่อฟันและกระดูกเบ้าฟัน ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการสลายกระดูกในทิศทางที่ฟันเคลื่อน และการสร้างกระดูกใหม่ในด้านตรงข้าม แนวทางการวางแผนแรงจึงเป็นหัวใจสำคัญของการจัดฟัน[3].
ผู้ที่ควรได้รับการจัดฟัน
[แก้]กลุ่มผู้ที่เหมาะสมในการจัดฟัน ได้แก่:
- เด็กและวัยรุ่นที่มีการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกร
- ผู้ใหญ่ที่มีความผิดปกติของการสบฟันหรือความสวยงามของฟัน
- ผู้ที่มีฟันซ้อนเก ฟันห่าง สบฟันผิดปกติ เช่น สบลึก สบเปิด สบคร่อม
วิธีการจัดฟัน
[แก้]การจัดฟันแบบเครื่องมือคงที่ (Fixed appliances)
[แก้]- โลหะ (Metal braces): เครื่องมือโลหะแบบดั้งเดิมที่มีความแข็งแรงสูง
- เซรามิก (Ceramic braces): สีเหมือนฟันเพื่อความสวยงาม แต่เปราะบางกว่าชนิดโลหะ
- ด้านใน (Lingual braces): ติดที่ด้านในของฟัน ไม่เห็นจากภายนอก แต่ทำความสะอาดยาก
การจัดฟันแบบเครื่องมือถอดได้ (Removable appliances)
[แก้]- ใส (Clear aligners): เช่น Invisalign เป็นชุดอุปกรณ์ใสที่ถอดได้ เหมาะสำหรับเคสที่ไม่ซับซ้อน[4].
การผ่าตัดขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน
[แก้]ในกรณีที่มีความผิดปกติของโครงสร้างขากรรไกร เช่น ขากรรไกรล่างยื่น หรือขากรรไกรบนสั้น การผ่าตัดขากรรไกร (Orthognathic surgery) ร่วมกับการจัดฟันเป็นวิธีการรักษาที่เหมาะสม[5].
ระยะเวลาในการจัดฟัน
[แก้]ระยะเวลาเฉลี่ยในการจัดฟันขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของปัญหา:
- เคสปกติ: 18–24 เดือน
- เคสร่วมกับผ่าตัด: 24–36 เดือน
- การใช้เครื่องมือใสในเคสอย่างง่าย: 6–18 เดือน
ค่าใช้จ่ายในการจัดฟัน
[แก้]- โลหะ: 40,000–70,000 บาท - เซรามิก: 60,000–100,000 บาท - ใส: 80,000–180,000 บาท
ในต่างประเทศเช่นสหรัฐอเมริกา ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าประมาณ 2–3 เท่า
สมาคมที่เกี่ยวข้องกับทันตกรรมจัดฟัน
[แก้]- สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย (ThaAO)
- สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งอเมริกา (American Association of Orthodontists; AAO)
ข้อดีและข้อเสียของการจัดฟันแต่ละรูปแบบ
[แก้]โลหะ ข้อดี: แข็งแรง ทนทาน ราคาย่อมเยา ข้อเสีย: มองเห็นได้ชัดเจน
เซรามิก ข้อดี: สีใกล้เคียงฟัน ข้อเสีย: เปราะบาง ราคาสูงกว่า
ใส ข้อดี: มองไม่เห็นเครื่องมือ ถอดออกได้ ข้อเสีย: ต้องมีวินัย และราคาแพง
ด้านใน ข้อดี: ซ่อนเครื่องมือ ข้อเสีย: ค่าใช้จ่ายสูง อาจรบกวนการพูด
ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
[แก้]- การละลายของรากฟัน (Root resorption)
- เหงือกร่น
- ฟันกลับสู่ตำแหน่งเดิมหากไม่ใส่เครื่องมือคงสภาพ (Retainer)
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในทันตกรรมจัดฟัน
[แก้]- การจัดฟันแบบดิจิทัล (Digital orthodontics)
- การใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ (3D printing)
- การใช้ AI ในการวางแผนการรักษา
ดูเพิ่ม
[แก้]- ทันตแพทยศาสตร์
- ศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล
รายการอ้างอิง
[แก้]- ↑ Proffit WR, Fields HW, Larson B, Sarver DM. Contemporary Orthodontics. 6th ed. St. Louis: Elsevier; 2019.
- ↑ Graber TM. Orthodontics: Principles and Practice. 3rd ed. Philadelphia: Saunders; 1972.
- ↑ Krishnan V, Davidovitch Z. Cellular, molecular, and tissue-level reactions to orthodontic force. Am J Orthod Dentofacial Orthop. 2006;129(4):469.e1-32.
- ↑ Boyd RL. Esthetic orthodontic treatment using the Invisalign appliance for moderate to severe crowding. J Dent Educ. 2008;72(8):948–967.
- ↑ Posnick JC. Principles and Practice of Orthognathic Surgery. St. Louis: Elsevier; 2014.