ข้ามไปเนื้อหา

ทะเลสาบแอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คาตีธันดา-ทะเลสาบแอร์
An infrared satellite photo of Lake Eyre
ภาพถ่ายดาวเทียม Landsat 7 7 ใน ค.ศ. 1999 ที่รวบรวมจากคลื่นอินฟราเรดระยะสั้น อินฟราเรดใกล้ และคลื่นสีน้ำเงิน
A map of South Australia with a mark indicating the location of Kati Thanda–Lake Eyre
A map of South Australia with a mark indicating the location of Kati Thanda–Lake Eyre
คาตีธันดา-ทะเลสาบแอร์
ที่ตั้งฟาร์นอร์ท รัฐเซาท์ออสเตรเลีย
พิกัด28°40′S 137°20′E / 28.667°S 137.333°E / -28.667; 137.333
ชนิดของทะเลสาบทะเลสาบโบราณ, ไม่ไหลลงทะเล
แหล่งน้ำไหลเข้าหลักแม่น้ำวอร์เบอร์ตัน
ประเทศในลุ่มน้ำออสเตรเลีย
พื้นที่พื้นน้ำ9,500 ตารางกิโลเมตร (3,668 ตารางไมล์) (สูงสุด)
ความลึกโดยเฉลี่ย1.5 เมตร (5 ฟุต) (ทุก ๆ 3 ปี), 4 เมตร (13 ฟุต) (ทุก ๆ ทศวรรษ)
ความสูงของพื้นที่−9 เมตร (−30 ฟุต) (ชายฝั่งตอนเต็ม);
−15 เมตร (−49 ฟุต) (จุดต่ำสุดตอนแห้ง)

ทะเลสาบแอร์ (อังกฤษ: Lake Eyre) หรือชื่อทางการว่า คาตีธันดา-ทะเลสาบแอร์ (อังกฤษ: Kati Thanda–Lake Eyre) เป็นทะเลสาบน้ำเค็มแบบปิดในเขตตอนเหนือของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย กลางประเทศออสเตรเลีย และเป็นจุดต่ำสุดตามธรรมชาติของทวีปออสเตรเลีย โดยพื้นท้องทะเลสาบที่ต่ำที่สุดอยู่ราว 15 เมตรต่ำกว่าระดับน้ำทะเล[1][2] เมื่อมีน้ำเต็มหรือเกือบเต็ม ทะเลสาบแห่งนี้อาจมีพื้นที่ได้ถึงราว 9,500 ตารางกิโลเมตร และนับเป็นทะเลสาบชั่วคราวที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย[1][2]

ทะเลสาบแอร์ตั้งอยู่ห่างจากแอดิเลดไปทางเหนือประมาณ 700 กิโลเมตร และเป็นศูนย์รับน้ำของลุ่มน้ำทะเลสาบแอร์ ซึ่งเป็นระบบลุ่มน้ำปิดขนาดใหญ่มาก ครอบคลุมพื้นที่ประมาณหนึ่งในหกของแผ่นดินออสเตรเลีย รวมบางส่วนของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ควีนส์แลนด์ และนิวเซาท์เวลส์[1][3] ทะเลสาบมักแห้งเป็นส่วนใหญ่ตลอดปี และจะมีน้ำไหลมาถึงเมื่อเกิดน้ำหลากในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำ โดยเฉพาะจากดินแดนแชนเนลคันทรีทางตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย[2][4]

ทะเลสาบแอร์เมื่อมีน้ำท่วมขัง โดยเห็นสีชมพูจากสาหร่ายและความเค็มสูง

ชื่อและความสำคัญทางวัฒนธรรม

[แก้]

ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งชื่อตามเอ็ดเวิร์ด จอห์น แอร์ นักสำรวจชาวอังกฤษซึ่งเป็นชาวยุโรปคนแรกที่พบเห็นทะเลสาบในปี ค.ศ. 1840[2] ต่อมาในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2012 รัฐเซาท์ออสเตรเลียได้รับรองชื่อคู่ "Kati Thanda–Lake Eyre" เพื่อรวมชื่อดั้งเดิมของชาวอะบอริจินเข้าไว้ในชื่อทางการ[5] พื้นที่ส่วนใหญ่ของทะเลสาบและบริเวณโดยรอบอยู่ในเขตสิทธิในที่ดินดั้งเดิมของชาวอาราบานา ขณะที่พื้นที่ทางตะวันออกบางส่วนเกี่ยวข้องกับชาวดิเอรี[5][6]

ภูมิศาสตร์

[แก้]

ทะเลสาบแอร์อยู่ในเขตแห้งแล้งของออสเตรเลียตอนกลางทางตอนเหนือของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย พื้นที่ทะเลสาบแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ทะเลสาบแอร์เหนือและทะเลสาบแอร์ใต้ ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยช่องกอยเดอร์ (Goyder Channel)[2][7] ทะเลสาบแอร์เหนือมีขนาดใหญ่กว่าอย่างมาก โดยยาวราว 144 กิโลเมตรและกว้างสูงสุดประมาณ 65 กิโลเมตร ส่วนทะเลสาบแอร์ใต้มีขนาดประมาณ 65 คูณ 24 กิโลเมตร[7][8]

บริเวณขอบทะเลสาบเมื่อมีน้ำเต็มอยู่ที่ประมาณ 9 เมตรต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ขณะที่ส่วนลึกที่สุดของพื้นท้องทะเลสาบอยู่ต่ำลงไปราว 15 เมตร ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้เป็นพื้นที่ต่ำที่สุดตามธรรมชาติของออสเตรเลีย[1][9] พื้นทะเลสาบปกคลุมด้วยคราบเกลือหนา ซึ่งเกิดจากการระเหยของน้ำซ้ำ ๆ ในสภาพอากาศแห้งแล้ง[7]

อุทกวิทยา

[แก้]

ทะเลสาบแอร์เป็นทะเลสาบแบบปิด ไม่มีทางระบายน้ำออกสู่ทะเล น้ำส่วนใหญ่ไหลมาจากแม่น้ำในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำ โดยเฉพาะระบบแม่น้ำที่รับน้ำจากรัฐควีนส์แลนด์ ก่อนส่งต่อมายังทะเลสาบผ่านเครือข่ายลำน้ำและพื้นที่น้ำท่วมตามฤดูกาล[1][3] ปริมาณฝนเฉลี่ยในบริเวณทะเลสาบมีเพียงประมาณ 100-150 มิลลิเมตรต่อปี แต่การระเหยมีค่าสูงมาก ทำให้น้ำจำนวนมากสูญหายไประหว่างทางหรือระเหยออกอย่างรวดเร็วหลังน้ำไหลมาถึง[2][7]

โดยทั่วไปทะเลสาบจะมีน้ำท่วมระดับตื้นประมาณ 1.5 เมตรทุก ๆ ราว 3 ปี และอาจมีน้ำลึกประมาณ 4 เมตรในช่วงเวลาห่างกันราวทศวรรษละครั้ง[7] เมื่อทะเลสาบมีน้ำมาก ความเค็มจะใกล้เคียงกับน้ำทะเล แต่เมื่อระดับน้ำลดลงและเกิดการระเหยอย่างต่อเนื่อง น้ำจะมีความเค็มสูงมากจนกลายเป็นทะเลสาบน้ำเค็มจัด[2][7] ในบางช่วงทะเลสาบอาจปรากฏเป็นสีชมพูจากการเพิ่มจำนวนของสาหร่ายทนเค็ม เช่น Dunaliella[7]

เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี ค.ศ. 1974 เป็นหนึ่งในครั้งที่สำคัญที่สุด โดยทำให้ทะเลสาบมีระดับน้ำสูงมากและดึงดูดนกน้ำจำนวนมหาศาลเข้ามาใช้พื้นที่[2][10] ภาพถ่ายดาวเทียมขององค์การนาซาในปี ค.ศ. 2009 ก็แสดงให้เห็นการไหลบ่าของน้ำเข้าสู่ทะเลสาบอย่างชัดเจน หลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำ[4]

ระบบนิเวศ

[แก้]

แม้ทะเลสาบแอร์จะดูแห้งแล้งเกือบตลอดเวลา แต่เมื่อเกิดน้ำหลาก ระบบนิเวศของพื้นที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรองรับสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก ทั้งแพลงก์ตอน สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ปลา และนกน้ำ[11] หน่วยงานสิ่งแวดล้อมของออสเตรเลียระบุว่าลุ่มน้ำทะเลสาบแอร์ยังคงมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์เมื่อเทียบกับลุ่มน้ำขนาดใหญ่อื่นของประเทศ และยังรองรับประชากรปลาและนกน้ำที่หลากหลาย[12]

ทะเลสาบแอร์ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่สุดของออสเตรเลียสำหรับนกน้ำ โดยเฉพาะในปีที่มีน้ำท่วม ซึ่งจะเกิดเหตุการณ์ผสมพันธุ์ขนาดใหญ่ของนกหลายชนิด เช่น นกกระทุงออสเตรเลีย และนกบันเด็ดสติลต์[13][14]

เขตคุ้มครอง

[แก้]

พื้นที่ทะเลสาบและบริเวณใกล้เคียงอยู่ภายใต้การคุ้มครองของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย โดยครอบคลุมเขตอุทยานแห่งชาติคาตีธันดา-ทะเลสาบแอร์ และอุทยานอนุรักษ์เอลเลียตไพรซ์[15] นอกจากนี้ ทะเลสาบยังอยู่ในบัญชีพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของออสเตรเลีย และได้รับการจัดเป็นพื้นที่นกสำคัญโดย BirdLife International[16][13]

ความสำคัญร่วมสมัย

[แก้]

ทะเลสาบแอร์เป็นสัญลักษณ์สำคัญของภูมิประเทศเขตแห้งแล้งในออสเตรเลีย และเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงที่มีน้ำหลาก ซึ่งจะเกิดทัศนียภาพที่แตกต่างจากช่วงแห้งแล้งอย่างสิ้นเชิง[15][17] พื้นที่เกลือแห้งของทะเลสาบยังเคยถูกใช้สำหรับความพยายามทำสถิติความเร็วบนบกในคริสต์ทศวรรษ 1960 อีกด้วย[18]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 5 "ข้อมูลเกี่ยวกับลุ่มน้ำทะเลสาบแอร์". กระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และน้ำของออสเตรเลีย. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  2. 1 2 3 4 5 6 7 8 "ทะเลสาบแอร์: ประวัติ แหล่งเกลือ และระดับน้ำ". บริแทนนิกา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  3. 1 2 "ลุ่มน้ำทะเลสาบแอร์ (คาตีธันดา)". Department for Environment and Water, South Australia. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  4. 1 2 "น้ำไหลเข้าสู่ทะเลสาบแอร์". NASA Earth Observatory. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  5. 1 2 "ทะเลสาบแอร์ได้รับการใช้ชื่อคู่แบบดั้งเดิม". ABC News Australia. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  6. "ดินแดนของชาวอาราบานาและคาตีธันดา". Arabana Aboriginal Corporation. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  7. 1 2 3 4 5 6 7 Reynolds, C. S.; O'Sullivan, Patrick (2008). คู่มือทะเลสาบ เล่ม 2: การฟื้นฟูและการจัดการทะเลสาบ. John Wiley & Sons. น. 233–235. ISBN 978-1405141109.
  8. Rafferty, John P. (2011). ทะเลสาบและพื้นที่ชุ่มน้ำ. The Rosen Publishing Group. น. 186. ISBN 978-1615303205.
  9. "ทะเลสาบแอร์". International Lake Environment Committee. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  10. Leon, J.X.; Cohen, T.J. (2012). "แบบจำลองภูมิประเทศก้นทะเลสาบแอร์สมัยใหม่และอดีตที่ปรับปรุงใหม่". Geomorphology. 173–174: 69–79. doi:10.1016/j.geomorph.2012.05.029.
  11. "น้ำทางเลือกและสิ่งแวดล้อมในเซาท์ออสเตรเลียตอนเหนือ". Department for Environment and Water, South Australia. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  12. "สุขภาวะของลุ่มน้ำทะเลสาบแอร์". กระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และน้ำของออสเตรเลีย. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  13. 1 2 "พื้นที่นกสำคัญทะเลสาบแอร์". BirdLife International. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  14. Kingsford, R. T.; Curtin, A. L.; Porter, J. (1999). "การไหลของน้ำในคูเปอร์ครีกกำหนดช่วงเฟื่องฟูและซบเซาของนกน้ำในออสเตรเลียเขตแห้งแล้ง". Biological Conservation. 88 (2): 231–248. doi:10.1016/S0006-3207(98)00098-6.
  15. 1 2 "อุทยานแห่งชาติคาตีธันดา-ทะเลสาบแอร์". National Parks and Wildlife Service South Australia. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  16. Morelli, Josephine; de Jong, Mark C. (2001). "เซาท์ออสเตรเลีย". บัญชีรายชื่อพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของออสเตรเลีย. Environment Australia. น. 78. ISBN 978-0-642-54721-7.
  17. "ข้อมูลการเยี่ยมชมคาตีธันดา-ทะเลสาบแอร์". Department for Environment and Water, South Australia. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  18. "สถิติความเร็วบนบกปี 1964". Guinness World Records. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.