ชาโดว์ออฟเดอะนินจา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ชาโดว์ออฟเดอะนินจา
ชาโดว์ออฟเดอะนินจา
ภาพปกเกมเวอร์ชันญี่ปุ่น
ผู้พัฒนานะสึเมะ
ผู้จัดจำหน่ายนะสึเมะ
ไทโท
แต่งเพลงอิคุ มิซุทะนิ, โคอิจิ ยะมะนิชิ
เครื่องเล่นฟามิคอม, เวอร์ฌวลคอนโซล
วางจำหน่ายฟามิคอม
เวอร์ฌวลคอนโซล
แนวเกมแพลตฟอร์ม
รูปแบบผู้เล่นคนเดียว, ร่วมเล่นพร้อมกัน

ชาโดว์ออฟเดอะนินจา (อังกฤษ: Shadow of the Ninja) หรือชื่อญี่ปุ่น ยะมิโนะชิโกะโตะนิน คะเงะ (ญี่ปุ่น: 闇の仕事人 KAGE) เป็นเกมแอ็คชั่นฉายด้านข้างซึ่งเป็นรูปแบบของนินจาจากอนาคต โดยบริษัทนะสึเมะสำหรับระบบฟามิคอมโดยเปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นใน ค.ศ. 1990 และในทวีปอเมริกาเหนือกับทวีปยุโรปใน ค.ศ. 1991 เวอร์ชันพัลได้รับการเปิดตัวโดยไทโทภายใต้ชื่อบลูชาโดว์ [2]

นะสึเมะได้เริ่มพัฒนาเวอร์ชันเกมบอยของชาโดว์ออฟเดอะนินจา ถัดจากการเปิดตัวในระบบฟามิคอม[3] อย่างไรก็ตาม สิทธิการประกาศเกมก็ได้หยิบยกขึ้นมาจากบริษัทเทคโม และชื่อเกมได้รับการปรับปรุงภายหลังเป็นนินจาริวเคนเดน ซึ่งเป็นภาคแยกโดยใช้ชื่อว่านินจาริวเคนเดนGBมาเทนโรเคสเซน นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาโดยแผนกนาโกยาของนะสึเมะ[4][5]

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

เหตุการณ์เกิดขึ้นใน ค.ศ. 2029 จอมเผด็จการจักรพรรดิครุฑาได้บุกเข้ายึดสหรัฐอเมริกา และได้สร้างฐานที่มั่นในตอนกลาง "เมืองที่ใหญ่ที่สุด" ของประเทศ เพื่อการหยุดยั้งครุฑาและแก้แค้นให้แก่ผู้บริสุทธิ์ที่สูญเสียชีวิตจากการขึ้นครองอำนาจของมัน สองหัวหน้านินจาจากตระกูลอิงะ ซึ่งได้แก่ท่านชายฮายาเตะและท่านหญิงคาเอเดะได้รับการส่งตัวแทรกซึมเข้าสู่ฐานตั้งมั่นที่แข็งแกร่งของครุฑา และหมายที่จะลอบสังหารจอมเผด็จการ[6][7]

รูปแบบการเล่น[แก้]

เกม ชาโดว์ออฟเดอะนินจา ซึ่งมีคาเอเดะอยู่ทางซ้ายและฮายาเตะอยู่ทางขวา

ชาโดว์ออฟเดอะนินจา สามารถเล่นได้ถึงสองคนพร้อมกัน โดยผู้เล่นคนหนึ่งจะเล่นเป็นฮายาเตะ (นินจาผู้ชาย) กับผู้เล่นอีกคนซึ่งเล่นเป็นคาเอเดะ (นินจาผู้หญิง) ในแต่ละโหมด ผู้เล่นสามารถเลือกตัวละครที่พวกเขาต้องการที่จะควบคุมก่อนที่เกมจะเริ่มต้น ซึ่งไม่ได้มีความแตกต่างในการเลือกใช้ตัวละครใดตัวละครหนึ่ง[8] อย่างไรก็ตาม พวกเขาต่างก็ดูเหมือนว่าจะมีความแตกต่างกันในเกมโดยสมบูรณ์ (รวมถึงภาพปกในแบบมังงะของเวอร์ชันญี่ปุ่น) มากกว่าเวอร์ชันที่ปรากฏในเวอร์ชันสหรัฐอเมริกา ซึ่งฮายาเตะมีผมสีทอง และคาเอเดะมีผมสีเขียวสวมกระโปรงสั้นและกวัดแกว่งดาบและคุนะอิ

ตัวละครที่ใช้เล่นสามารถวิ่ง, ก้มตัว, ปีนบันได, โจมตี และกระโดดเช่นเดียวกับที่มีในเกมแอ็คชั่นฉายด้านข้างโดยส่วนใหญ่ ตลอดจนการห้อยโหนตามคานราวและเคลื่อนตัวไปมา[9] หากผู้เล่นมีพลังชีวิตเหลืออยู่มากกว่าครึ่ง พวกเขาสามารถโจมตีด้วยพลังพิเศษจากการกดปุ่มเพื่อสำแดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการเรียกพายุฝนฟ้าคะนองที่สร้างความเสียหายให้แก่ศัตรูทั้งหมดที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ แต่ก็จะสูญเสียพลังครึ่งหนึ่งจากพลังชีวิตสูงสุดของพวกเขา

อาวุธเริ่มต้นของผู้เล่นคือคะตะนะ ซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนเป็นคุซะริงะมะ และในทางกลับกันคุซะริงะมะจะมีช่วงที่ยาวกว่าดาบ และสามารถเหวี่ยงขึ้นไปตามแนวทแยงและแนวขนานกับพื้นดิน แต่สามารถสร้างความเสียหายแก่ศัตรูที่อยู่ในระยะไกลแบบเฉพาะเจาะจงและไม่สามารถใช้ระยะใกล้ได้ดีเฉกเช่นคะตะนะ หากผู้เล่นใช้อาวุธที่พวกเขามีอยู่ พลังโจมตีนี้จะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นได้อีกระดับ (ซึ่งมีถึงสามระดับการโจมตี) อย่างไรก็ตาม หากผู้เล่นได้รับความเสียหายมากเกิน ความแรงจากอาวุธของพวกเขาจะลดลงกลับไปยังระดับก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะใช้อาวุธทั้งสอง หากผู้เล่นเริ่มต้นด้วยคุซะริงะมะและรวบรวมพาวเวอร์อัพลับที่ซ่อนอยู่ในบางสเตจ รวมทั้งผู้เล่นสามารถใช้ดาวกระจายกับระเบิดมือด้วยเช่นกัน อาวุธทั้งสองสามารถนำมาใช้เป็นระยะเวลานานก่อนที่ผู้เล่นจะกลับไปใช้คะตะนะหรือคุซะริงะมะตามเดิม อาวุธทั้งสี่สามารถได้รับโดยการทำลายกล่องไอเท็มมีมีอยู่อย่างกระจัดกระจายในแต่ละสเตจรวมถึงยาฟื้นพลัง[10][11]

เกมประกอบไปด้วย 5 ด่านซึ่งมีอยู่ 16 สเตจ[12] ซึ่งสี่ด่านแรกจะแบ่งออกเป็นด่านละสามสเตจ และด่านสุดท้ายจะแบ่งออกเป็นสองสเตจ[13] ผู้เล่นจะต่อสู้กับศัตรูหลายประเภทที่มีอยู่ทั่วทุกหนแห่งในแต่ละด่าน รวมไปจนถึงบอสและบอสรอง เมื่อบอสถูกกำจัดมันจะระเบิด ซึ่งการระเบิดนี้จะไม่มีผลกับผู้เล่นแม้จะอยู่ใกล้ ส่วนพลังชีวิตที่เหลืออยู่จะมีอยู่เท่าเดิมในด่านเดียวกัน เว้นเสียแต่จะฟื้นคืนได้โดยการใช้ยาหรือจากการเสียชีวิต เกมจะจบลงเมื่อผู้เล่นสูญเสียพลังทั้งหมดโดยมีโอกาสแก้มือได้ห้าครั้งเพื่อเล่นต่อ หากเล่นแบบสองคนพร้อมกัน การแก้มือเพื่อเล่นต่อจะให้ใช้ร่วมกัน

การตลาด[แก้]

นิตยสารเกมโปรได้ดำเนินการประชัญใน ค.ศ. 1991 โดยได้มอบรางวัลให้แก่ผู้อ่าน 10 รายด้วยเกมดังกล่าว ซึ่งนิตยสารเกมโปรได้กล่าวว่ารางวัลนี้เป็นเกมรุ่นพิเศษ โดยมีพาสเวิร์ดซึ่งมิได้มีอยู่ในเวอร์ชันที่วางจำหน่ายแต่อย่างใด แต่ก็ไม่มีผู้ใดยืนยันที่จะเป็นเจ้าของเกมชุดดังกล่าว[14]

การตอบรับ[แก้]

นิตยสารอิเล็กทรอนิกส์เกมมิงมันธลี ได้ยกย่องเกมดังกล่าวว่า "กราฟิกและเสียงสุดยอด"[15] และนิตยสารเกมโปร ได้เรียกเกมนี้ว่า "มีลักษณะที่เหนือว่าเกมนินจาโดยทั่วไป ด้วยลายเส้นกราฟิกชั้นยอดและการเล่นเกมแบบรวดเร็ว" และ "สุดยอดการต่อสู้ในปฏิบัติการแบบฉับพลัน"[12] นิตยสารนินเทนโดพาวเวอร์ ยังได้ให้ความสำคัญต่อเกมดังกล่าวในบทความ "เวียร์ดฮีโร่ส์" สำหรับนัยว่ามีทีมชายหญิง "ขึ้นเป็นครั้งแรก" ในประวัติศาสตร์วิดีโอเกม[16]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "'GameFAQ". สืบค้นเมื่อ July 25, 2008.
  2. Club Nintendo Vol4 Issue 1, page 12
  3. "Game Boy Special Feature: Coming Soon". Nintendo Power (Volume 28): p. 67. September 1991. Another (Game Boy title) to look for is Shadow of the Ninja, a Game Boy adaptation of the NES ninja thriller. Unknown parameter |month= ignored (help)CS1 maint: extra text (link)
  4. "SIT Developer Table". สืบค้นเมื่อ 2007-10-14.
  5. "ナツメ開発ゲームリスト:". สืบค้นเมื่อ 2007-10-14.
  6. Natsume. Shadow of the Ninja. Nintendo Entertainment System. Level/area: Instruction manual, page 5.
  7. Natsume. Shadow of the Ninja. Nintendo Entertainment System. Level/area: Opening.
  8. Natsume. Shadow of the Ninja. Nintendo Entertainment System. Level/area: Instruction manual, page 6.
  9. Natsume. Shadow of the Ninja. Nintendo Entertainment System. Level/area: Instruction manual, page 7.
  10. Natsume. Shadow of the Ninja. Nintendo Entertainment System. Level/area: Instruction manual, page 8.
  11. Natsume. Shadow of the Ninja. Nintendo Entertainment System. Level/area: Instruction manual, page 13.
  12. 12.0 12.1 GamePro Video Game Greatest Hits June-July 1991, pages 24-25
  13. Natsume. Shadow of the Ninja. Nintendo Entertainment System. Level/area: Instruction manual, page 9.
  14. "ProNews", GamePro January 1991, page 125
  15. Electronic Gaming Monthly 21 (April 1991)
  16. Nintendo Power 18, page 90

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]