งาตาโปละมนเทียร
| งาตาโปละ | |
|---|---|
𑐒𑐵𑐟𑐵𑐥𑑀𑐮 | |
งาตาโปละมนเทียร (ทางซ้ายมือของภาพ) | |
| ศาสนา | |
| ศาสนา | ตันตระ[1] |
| เขต | ภักตปุระ |
| จังหวัด | ภัคมาตี |
| เทพ | เทวีสิทธิลักษมี[2] |
| ที่ตั้ง | |
| ที่ตั้ง | ตมารหีตวา ภักตปุระ, เนปาล |
| ประเทศ | เนปาล |
| พิกัดภูมิศาสตร์ | 27°40′17″N 85°25′43″E / 27.67139°N 85.42861°E |
| สถาปัตยกรรม | |
| ประเภท | เนปาล[3] |
| ผู้ก่อตั้ง | ภุปทินทระ มัลละ |
| เสร็จสมบูรณ์ | 15 กรกฎาคม 1702 |
| ลักษณะจำเพาะ | |
| ความสูงสูงสุด | 33.23 เมตร[4] |
| ระดับความสูง | 1,401 m (4,596 ft)[4] |
งาตาโปละมนเทียร (เนปาลภาษา: 𑐒𑐵𑐟𑐵𑐥𑑀𑐮, "ṅātāpola", แปลตรงตัว 'ห้าชั้น'; อักษรโรมัน: Nyātāpola) เป็นวิหารความสูงห้าระดับในใจกลางภักตปุระ ประเทศเนปาล[5][6] ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างทางศาสนาที่สูงที่สุดในเมือง และเป็นวิหารที่สูงที่ในในประเทศเนปาล สร้างขึ้นโดยดำริของกษัตริย์ภุปินทระ มัลละ สร้างเสร็จในเวลา 6 เดือน ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 1701 ถึง 15 กรกฎาคม 1702[7] วิหารยังคงไม่ถล่มลงมาแม้จะผ่านแผ่นดินไหวมาหลายครั้ง รวมถึงเมื่อเดือนเมษายน 2015 ซึ่งเมืองได้รับผลกระทบอย่างหนัก[8]
งาตาโปละเป็นที่รู้จักจากสถาปัตยกรรมที่ถือว่าเป็นหนึ่งในสองวิหารที่สูงห้าชั้นในหุบเขากาฐมาณฑุ ส่วนอีกที่คือกุมเภศวรในลลิตปุระ[9] งาตาโปละ และวิหารพระไภรวะ รวมถึงอาคารโบราณอื่น ๆ รวมกันเป็นจัตุรัสตมารหี (Tamārhi square) ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของภักตปุระ ในปัจจุบันวิหารไม่ได้มีความสำคัญเชิงศาสนากับคนท้องถิ่นมากนัก แต่ยังคงสถานะความเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของภักตปุระ ดังที่ปรากฏเป็นรูปในตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานหรือองค์การรัฐบาลท้องถิ่นของภักตปุระ งาตาโปละมีความสูง 33 เมตร ถือเป็นศาสนสถานที่สูงที่สุดของเมือง[5] นอกจากนี้จัตุรัสงาตาโปละยังเป็นจุดแบ่งเมืองภักตปุระออกเป็นสองส่วนหลัก คือ ฐาเน (Thané; แปลตรงตัว 'ตอนบน') กับ โกนเห (Konhé; แปลตรงตัว 'ตอนล่าง')[10]
ประตูทางเข้าวิหารจะเปิดแค่ปีละครั้งในเดือนกรกฎาคม เนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง โดยชาว อวาลา ของคนเนวาร์ จะนำธงสามเหลี่ยมขึ้นปักบนยอดวิหาร และนักบวช กรรมาจารยะ จะประกอบพิธีบูชาเทพเจ้า[11] เทวรูปองค์ประธานภายในวิหารไม่เปิดให้สาธารณชนเข้าชม และไม่เป็นที่ทราบกันว่าเทวรูปมีรูปลักษณะอย่างไร แต่เข้าใจกันว่าเป็นมาตาเทวีที่ทรงมีพลังตันตระแรงกล้า[5][9] และแม้แต่ในเอกสารโบราณที่บันทึกการก่อสร้างวิหารยังไม่ปรากฏการเขียนถึงเทวรูปที่ประดิษฐานภายใน[12]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Dhaubhadel 2021, p. 37.
- ↑ Vaidya 2004, p. 56.
- ↑ Dhaubhadel 2021, p. 36.
- 1 2 Vaidya 2004, p. 1.
- 1 2 3 "Nyatapola, the tallest pagoda of Nepal". Bhaktapur.com. 2019.
{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ Dhaubhadel 2021, pp. 33–50.
- ↑ Dhaubhadel 2018, p. 43«pp»48.
- ↑ Dhaubhadel 2021, p. 40.
- 1 2 Arora, Vanicka (2021). "Five Stories of Nyatapola Temple" (PDF). Our World Heritage.
- ↑ Machamasi, Amit (2021). "Biska celebration begins in Bhaktpaur". Nepali TImes.
- ↑ Dhaubhadel 2021, p. 48.
- ↑ Vaidya 2004, p. 66.
บรรณานุกรม
[แก้]- Vaidya, Janaka Lāla (2004). Siddhāgni koṭyāhuti devala pratishṭhā: pān̐catale mandira/Nyātapolala Devalako nirmāṇa pratishṭhā kārya sambandhī abhilekha granthako anusandhānātmaka viśleshṇātmaka adhyayana (ภาษาเนปาล). Nepāla Rājakīya Prajñā-Pratishṭhāna. ISBN 978-99933-50-99-6.
- Dhaubhadel, Om (2021). "Gaganachumbi sānskritika dharōhara ngātāpōlah". Ngātāpōlah jirnodvār (ภาษาเนปาล). Bhaktapur Municipality: 33–53. ISBN 9789937086639.
- Niels Gutschow and Bernhard Kolver (1975). Bhaktapur Ordered Space Concepts and Functions in A Town of Nepal by Niels Gutschow & Bernhard Kolver. Wiesbaden. ISBN 3515020772.