คิม ด็อก-กู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก คิม ดุ๊กกู)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คิม ด็อก-กู
คิม ด็อก-กู.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง คิม ด็อก-กู
วันเกิด 8 มกราคม พ.ศ. 2498
สถานที่เกิด โกจิน เกาหลีใต้
วันที่เสียชีวิต 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525
สถานที่เสียชีวิต ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา
รุ่น ไลท์เวท
สถิติ
ชก 19
ชนะ 16
ชนะน็อก 8
แพ้ 2
เสมอ 1

คิม ด็อก-กู (เกาหลี: 김득구; 8 มกราคม พ.ศ. 2498 – 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525) เป็นอดีตนักมวยสากลชาวเกาหลีใต้ที่เสียชีวิตหลังจากการแข่งขันชิงแชมป์โลกกับเรย์ มันซีนี

คิมเกิดในเมืองโกจิน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่ออายุได้ 5 ขวบ พ่อก็เสียชีวิต เมื่ออายุ 14 ได้เดินทางเข้ามายังโซล เมืองหลวงของประเทศ เพื่อศึกษาต่อด้านวิชาชีพและชกมวยอาชีพ ซึ่งประสบความสำเร็จภายในระยะเวลา 4 ปี เมื่อได้ครองแชมป์ของสหพันธ์มวยภาคตะวันออกไกลและแปซิฟิก (OPBF) ในรุ่นไลท์เวท และได้มีโอกาสได้เดินทางไปชกชิงแชมป์โลกในรุ่นเดียวกันนี้ ของสมาคมมวยโลก (WBA) กับเรย์ มันซีนี แชมป์โลกชาวอเมริกันถึงลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 โดย คิมมีอันดับโลกเป็นรองแชมป์อันดับ 1 และเป็นการป้องกันตำแหน่งครั้งแรกของมันซีนีด้วย การชกครั้งนี้จัดบนเวทีกลางแจ้งในเวลาเย็น การชกเป็นไปอย่างดุเดือด เพราะคิมถูกมันซีนีไล่ชกแต่เพียงข้างเดียว แต่ก็กัดฟันยืนสู้ได้มาจนยกที่ 14 จึงล้มลงกองกับเวที ไม่ฟื้น แพทย์สนาม คือ น.พ.ลอนนี่ แฮมมาร์เกร็น ได้ทำการตรวจสมองของคิมก็พบว่าสมองไม่ทำงานเสียแล้ว ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลเดเสิร์ตสปริงทันที

ในวันต่อมา ข่าวนี้ได้แพร่ไปถึงประเทศเกาหลีใต้ ซุน เยียว-ยัง มารดาของคิมได้ทราบข่าวได้แต่ร้องไห้ ทางรัฐบาลเกาหลีใต้ได้ออกเงินค่าตั๋วเครื่องบินให้นาง และลูกชายอีกคน คือ ยคิม คุน-ย็อง เดินทางไปดูอาการของคิม ด็อก-กูถึงสหรัฐอเมริกา

หลังจากคณะแพทย์ทำการผ่าตัดสมองหลายรอบแล้ว อาการก็ยังไม่ดีขึ้น รวมทั้งได้รับการรักษาแบบฝังเข็มด้วยคณะแพทย์เกาหลี 4 คนที่เดินทางไปด้วย มารดาของเขาจึงได้ตัดสินใจให้แพทย์ถอดเครื่องปั๊มหัวใจออก และให้คิม ด็อก-กูจากไปอย่างสงบ ในตอนเย็นของวันที่ 18 พฤศจิกายน จากนั้นได้มีการทำพิธีส่งมอบร่างของเขา เพื่อส่งกลับประเทศ โดยมีเทศบาลเมืองลาสเวกัสเป็นผู้ทำพิธีให้ และหลังจากกลับมาเกาหลีใต้แล้ว เพียง 4 วันต่อมา มารดาของเขาก็ได้ผูกคอตายตามลูกชายไป

การเสียชีวิตของคิม ด็อก-กูปรากฏเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก และทำให้ต่อมาการชกมวยสากลอาชีพได้ทำการปรับเปลี่ยนกติกาจากเดิม 15 ยก มาเป็น 12 ยก เช่นในปัจจุบัน

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]