คิด คิด ต้องสู้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำหรับภาพยนตร์ที่รีเมคจากเรื่องนี้ ดูที่ เดอะ คาราเต้ คิด (ภาพยนตร์ พ.ศ. 2553)
คิด คิด ต้องสู้
The Karate Kid
โปสเตอร์ภาพยนตร์ "คิด คิด ต้องสู้"
กำกับจอห์น จี. อวิลด์เซน
อำนวยการสร้างเจอรี ไวน์โทรบ
เขียนโรเบิร์ต มาร์ค คาเมน
นำแสดงราล์ฟ มัชโช่
แพท มอริตะ
เอลิซาเบธ ชู
ดนตรีประกอบบิล คอนติ
กำกับภาพเจมส์ เครบ
ตัดต่อจอห์น จี. อวิลด์เซน
วอล์ท มัลโคเนอรี
บัด เอส. สมิธ
จำหน่าย/เผยแพร่โคลัมเบียพิกเจอร์ส
ฉายสหรัฐอเมริกา/แคนาดา
22 มิถุนายน พ.ศ. 2527
สหราชอาณาจักร
31 สิงหาคม พ.ศ. 2527
ออสเตรเลีย
27 กันยายน พ.ศ. 2527
ญี่ปุ่น
16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528
ความยาว126 นาที
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาษาอังกฤษ
ญี่ปุ่น
รายได้$90,815,558[1]
ต่อจากนี้The Karate Kid, Part II

คิด คิด ต้องสู้ (อังกฤษ: The Karate Kid) เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นดรามาที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2527 กำกับโดยจอห์น จี. อวิลด์เซน และเขียนบทโดยโรเบิร์ต มาร์ค คาเมน นำแสดงโดยราล์ฟ มัชโช่ แพท มอริตะ และเอลิซาเบธ ชู ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับศิลปะป้องกันตัว เมื่อภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวออกฉายได้รับผลตอบรับที่ดี มีคำวิจารณ์ในทางบวก นอกเหนือจากนั้น แพท มอริตะ ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยม

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

เด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งมีชื่อว่าแดเนียล (ราล์ฟ มัชโช่) ได้ย้ายมาสู่ลอสแอนเจลิส และเนื่องด้วยเป็นเด็กใหม่จึงถูกรังแกอยู่เสมอ กระทั่งแดเนียลได้มารู้จักกับอดีตแฟนสาวของหัวหน้าแก๊งคอบบร้าส์จนมีเรื่องวิวาทกัน แดเนียลจึงตัดสินใจขอร้องมิยากิ (แพท มอริตะ) ผู้เป็นปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวได้สอนให้เขาได้รู้ซึ้งถึงแก่นแท้ของวิชาคาราเต้ในเวลาต่อมา

ตัวละครสำคัญ[แก้]

การตอบรับ[แก้]

ภาพยนตร์ดังกล่าวถูกนำไปสร้างภาคต่ออีก 3 ภาค ได้แก่ คาราเต้ คิด 2 (The Karate Kid, Part II) (พ.ศ. 2529), คาราเต้ คิด 3 เค้นเลือดสู้ (The Karate Kid, Part III) (พ.ศ. 2532) และ The Next Karate Kid (พ.ศ. 2537) นอกจากนี้ยังถูกนำไปรีเมคเพื่อออกฉายใน พ.ศ. 2553 ในชื่อเดียวกัน โดยเวอร์ชันรีเมคนี้ นำแสดงโดย จาเดน สมิธ (ซึ่งเป็นบุตรชายของวิล สมิธ) และ เฉินหลง

อ้างอิง[แก้]

  1. "The Karate Kid". www.boxofficemojo.com. สืบค้นเมื่อ 2007-03-13.

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]