คล็อกทาวเวอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับความหมายตามรูปศัพท์ ดูที่ หอนาฬิกา

คล็อกทาวเวอร์ (อังกฤษ: Clock Tower ; (ญี่ปุ่น: クロックタワー Kurokku Tawā ?) เป็นเกมแนวสยองขวัญที่ผลิตโดยบริษัท HUMAN Entertainment วางจำหน่ายครั้งแรกบนเครื่องซูเปอร์ฟามิคอมในปี 1995 และมีภาคต่อตามออกมาอีกหลายชุด หลังจากที่บริษัท HUMAN เลิกกิจการไปในปี 2002 ก็ได้ขายลิขสิทธิ์เกมนี้ให้กับบริษัท แคปคอม และทำเกมภาคต่อออกมาโดยเปลี่ยนรูปแบบการเล่นจากแนว point 'n click เป็นเกม Horror Adventure ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารย์จากแฟนเกมซีรีส์นี้อยู่ไม่น้อย เกมนี้เป็นที่นิยมเนื่องจากบรรยากาศการเล่นที่ไม่เน้นสัตว์ประหลาดหรือภาพสยดสยอง แต่จะเน้นไปที่อารมณ์ความกลัวจากการหลบหนีผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าในสิ่งแวดล้อมจำกัด และต้องใช้อุปกรณ์หรือสถานที่ซ่อนตัวช่วยในการเอาชีวิตรอดให้ได้

รูปแบบการเล่น[แก้]

ภาพจากเกมภาคแรก เจนิเฟอร์กำลังเผชิญหน้ากับมนุษย์กรรไกร ศัตรูหลักของเกมชุดนี้

คล็อกทาวเวอร์แทบทุกภาค (ยกเว้นคล็อกทาวเวอร์ 3) จะมีรูปแบบการเล่นในแนว Point 'n Click นั่นคือผู้เล่นจะเลื่อนเคอเซอร์ไปรอบๆ และคลิกในจุดต่างๆบนฉากเพื่อให้ตัวละครทำการโต้ตอบกับวัตถุที่คลิกนั้น คล็อกทาวเวอร์มีจุดเด่นที่แตกต่างไปจากเกมผจัญภัยทั่วไปตรงที่ตัวละครหลักจะต้องทำการแก้ปริศนาไปพร้อมๆกับการหลบหนีศัตรูที่มาไล่ล่า โดยไม่สามารถเผชิญหน้าต่อกรได้โดยตรง แต่จะใช้อุปกรณ์ต่างๆในฉากมาสู้ หรือเข้าไปหลบตามจุดต่างๆเพื่อหนีการตามล่าไปชั่วขณะ

ตัวเกมอาจแบ่งออกเป็นสองช่วงการเล่น ช่วงแรกคือช่วงทำการไขปริศนา ช่วงนี้ผู้เล่นจะพาตัวละครสำรวจหาอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นต่อการผ่านฉาก ในบางครั้งก็ต้องนำอุปกรณ์บางชิ้นไปใช้กับสถานที่บางแห่ง เพื่อเปิดทางไปต่อ โดยในจุดที่สามารถสำรวจได้ เคอเซอร์จะเปลี่ยนเป็นรูปสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมเพื่อบอกให้ผู้เล่นทราบว่าสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับจุดนั้นๆได้

อีกช่วงคือช่วงหลบหนี หลังจากเล่นเกมในช่วงไขปริศนาได้ระยะหนึ่ง ผู้ไล่ล่าก็จะปรากฏตัวขึ้น ในช่วงนี้เสียงเพลงประกอบจะเร้าใจขึ้น ผู้เล่นจะไม่สามารถสำรวจจุดต่างๆได้ตามปกติ แต่เกมจะกำหนดให้สำรวจได้เฉพาะจุดที่จะมีการช่วยเหลือตัวละครเท่านั้น ผู้เล่นจะต้องหาทาง "หลบหนี" จากผู้ไล่ล่าให้ได้ เช่นสำรวจถังดับเพลิงเพื่อนำมาใช้โจมตีผู้ล่า หรือหนีเข้าไปหลบในห้องน้ำ หลังจากผู้ไล่ล่าหายไปแล้ว ก็จะเข้าสู่ช่วงไขปริศนาตามเดิม อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์คับขัน (ในเกมนี้ใช้คำว่าช่วง Panic) ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ผู้เล่นจนมุมไม่มีทางหนี จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับผู้ไล่ล่าจริงๆ ก็สามารถจะเอาตัวรอดได้โดยการกดปุ่มรัว เพื่อต้านการโจมตีของผู้ไล่ล่าไว้ หากกดปุ่มไม่สำเร็จก็จะถูกฆ่าตายและเกมโอเวอร์ แต่หากกดได้ทันเวลาก็จะฝ่าผู้ล่าออกไปจากจุดที่จนมุมนั้นได้โดยเสียค่าพลังไปส่วนหนึ่งเท่านั้น

ผู้เล่นจะทำการเล่นเกมโดยสลับทั้งสองช่วงนี้ไปจนจบ ซึ่งเอกลักษณ์อีกอย่างของเกมซีรีส์นี้คือฉากจบที่หลากหลาย โดยแบ่งออกเป็นแรงค์ (Rank) หรือระดับแบบต่างๆ หนทางในการจบแต่ละแบบนั้นขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของการกระทำในเนื้อเรื่อง ยิ่งผู้เล่นดำเนินเรื่องไปได้สมบูรณ์มากเท่าไหร่ก็ยิ่งได้ฉากจบระดับสูงมากเท่านั้น โดยในการจบแบบดีที่สุดก็จะปลดล็อกความลับและโหมดเสริมต่างๆในเกมได้เป็นรางวัลสำหรับการเล่น

รายชื่อเกมในซีรีส์ทั้งหมด[แก้]

ปัจจุบันเกมในชุดคล็อกทาวเวอร์มีออกมาทั้งหมด 4 เกมด้วยกันดังนี้

Clock Tower[แก้]

วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1995 บนเครื่องซูเปอร์แฟมิคอม และออกจำหน่ายอีกครั้งบนเครื่องเพลย์สเตชันในปี 1997 ภายใต้ชื่อ Clock Tower ~the First Fear~ โดยบริษัท HUMAN Entertainment เป็นเกมชุดแรกสุดในซีรีส์นี้ เนื้อเรื่องจับความไปที่ตัวละครหลักคือเจนิเฟอร์ ซิมป์สัน (Jennifer Simpson) เด็กสาวอายุ 14 และเพื่อนๆเด็กกำพร้าของเธอซึ่งได้รับการอุปการะจากตระกูลแบโร่วส์ (Barrows) ให้ไปอยู่ที่คฤหาสน์ในประเทศนอร์เวย์ที่มีหอนาฬิกาขนาดใหญ่เป็นจุดเด่น (Clock Tower) แต่แล้วเมื่อเข้าสู่คฤหาสน์แบโรวส์ได้เพียงคืนเดียวเพื่อนๆของเจนิเฟอร์ก็หายตัวไปอย่างลึกลับ และเธอก็ถูกไล่ล่าจากชายสวมหน้ากากปิศาจถือกรรไกรขนาดใหญ่เป็นอาวุธ ซึ่งเรียกขานกันว่ามนุษย์กรรไกร (Scissors Man) เจนิเฟอร์จึงต้องไขปริศนาของหอนาฬิกาแห่งนี้และเอาตัวรอดออกไปให้ได้

เกมภาคนี้ยังถูกวางจำหน่ายลงบนเครื่อง WonderSwan และบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในระบบปฏิบัติการ Windows 95 ในปี 1997 อีกด้วย

Clock Tower 2[แก้]

วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1997 บนเครื่องเพลย์สเตชัน อย่างไรก็ตาม ในการวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาโดยบริษัท ASCII Entertainment เนื่องจากเป็นการวางจำหน่ายในฝั่งยุโรปเป็นครั้งแรกของเกมซีรีส์นี้ จึงใช้ชื่อว่า Clock Tower ซึ่งบางครั้งสร้างความสับสนให้กับผู้เล่นเป็นจำนวนมาก ในการเขียนบทความของ wikipedia thai นี้ จะใช้ชื่อว่า Clock Tower 2 เป็นหลัก

เนื้อหาของเกมเป็นหนึ่งปีให้หลังจากเรื่องราวภาคแรก เจนิเฟอร์ ซิมป์สัน ผู้รอดชีวิตจากคฤหาสน์หอนาฬิกา บัดนี้ได้รับอุปการะจากเฮเลน แม็กซ์เวลล์ (Helen Maxwell) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาในกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เพื่อช่วยเหลือด้านงานวิจัยเกี่ยวกับคดีของตระกูลแบโรวส์ และฆาตกรโหดนามมนุษย์กรรไกร ซึ่งเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนเป็นอย่างยิ่ง แต่แล้วเจนิเฟอร์และเฮเลน รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่างก็ต้องตกอยู่ในอันตราย เมื่อมนุษย์กรรไกรที่ใครๆก็คิดว่าตายไปแล้ว กลับปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง

เกมภาคนี้เพิ่มความหลากหลายในการเล่นให้มากขึ้นโดยการเพิ่มเติมส่วนเนื้อเรื่องเข้าไป และยังสามารถเลือกตัวละครหลักที่จะใช้เล่นได้อีกด้วย

Clock Tower : Ghost Head[แก้]

วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1998 บนเครื่องเพลย์สเตชัน และภาคภาษาอังกฤษวางจำหน่ายโดยบริษัท Agetec Inc. ในปี 1999 โดยใช้ชื่อว่า Clock Tower 2 : The Struggle Within เนื้อหาของเกมภาคนี้ไม่เกี่ยวกับสองภาคแรก แต่จับความไปที่ประเทศญี่ปุ่น มีตัวละครหลักคือ มิโดชิม่า ยู (御堂島 優 Midōshima Yū) เด็กสาวผู้มีสองบุคลิกในตัวเอง โดยเมื่อเธอตกอยู่ในสภาวะอันตราย เธอจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นบุคลิกของผู้ชายที่ชื่อ โช (翔 Shō) ในช่วงหยุดฤดูร้อน เมื่อเธอไปพักผ่อนที่บ้านเพื่อนซึ่งเป็นญาติทางฝ่ายพ่อ ก็ได้พบเหตุการณ์สยดสยองที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากคำสาปลึกลับของตระกูลไซโต้ ซึ่งเคยมีอดีตอันน่าสะพรึงกลัวกับตระกูลของเธอไว้ ผู้ที่จะพาเธอเอาชีวิตรอดไปได้มีเพียงบุคลิกด้านมืดที่ชื่อว่าโชเท่านั้น โดยสำหรับภาคภาษาอังกถษจะต่างกันที่ชื่อตัวละครด้วย (เช่นจากมิโดชิม่า ยูกลายเป็นอลิซ่า เฮล)

Clock Tower 3[แก้]

Clock Tower 3 เป็นเกมบนเครื่องเล่น PlayStation 2 เป็นเกมแนวเอาอยู่รอด เป็นซี่รี่ย์ที่ 4 ของตระกุล Clock Tower มันถูกพัฒนาโดย Capcom Production Studio 3 และ Sunsoft และเผยแพร่โดย Capcom เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมปี 2002 ในประเทศญี่ปุ่น และเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2003 ในอเมริกาเหนือ และเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนปี 2003 ในยุโรป. เรื่องราวนั้นเกิดรอบตัว สาวน้อยคนนึง เธอชื่อ เอลิสซา แฮมิลตัน ที่เธอได้เดินทางกลับบ้านมา เนื่องจากจดหมายประหลาดของแม่เธอ เมื่อเธอกลับมากลับพบชายแปลกหน้า ที่จะนำพาเธอไปสู่ความสยองขวัญในภาคนี้ เธอได้เดินทางกลับไปอดีต โดยที่เธอไม่รุ้ว่ามาได้อย่างไร และถูกตามล่าโดยฆาตกรต่อเนื่อง ช่วงเวลานั้นตรงกับปี 2003 ในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษนั้นเอง เธอยังต้องปล่อยปลดปล่อยดวงวิญญาณอีกมากมาย ในที่ๆ เธอนั้นไปเยือน และแล้วเธอก็ได้รู้ความจริงเกี่ยวกับตระกูลของเธอ ซึ่งเป็นชะตากรรมที่เธอต้องเผชิญโดยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้...