ข้อตกลงพลาซา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อัตราแลกเปลี่ยนก่อนและหลังข้อตกลงพลาซา
  ฟรังก์ฝรั่งเศสเทียบดอลลาร์สหรัฐ (FRF/USD)
  เยนญี่ปุ่นเทียบดอลลาร์สหรัฐ (JPY/USD)
  มาร์คเยอรมันเทียบดอลลาร์สหรัฐ (DEM/USD)

ข้อตกลงพลาซา (อังกฤษ: Plaza Accord) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ ปฏิญญาระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของฝรั่งเศส, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, สหราชอาณาจักร และสหรัฐ (อังกฤษ: Announcement of the Ministers of Finance and Central Bank Governors of France, Germany, Japan, the United Kingdom, and the United States)[1][2][3] เป็นข้อตกลงระหว่าง 5 ประเทศอุตสาหกรรมหลัก อันได้แก่ ฝรั่งเศส, เยอรมนีตะวันตก, ญี่ปุ่น, สหราชอาณาจักร และสหรัฐ เพื่อบังคับให้ญี่ปุ่นและเยอรมนีเพิ่มค่าเงินของตัวเองเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ รัฐบาลทั้งห้าประเทศได้ลงนามข้อตกลงนี้ในวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1985 ที่โรงแรมพลาซา ในนครนิวยอร์ก

โรงแรมพลาซาในนครนิวยอร์ก

ข้อตกลงครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่เยอรมนีตะวันตกและญี่ปุ่นได้ดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกาอย่างมหาศาล สหรัฐประสบภาวะขาดดุลการค้าถึงร้อยละ 3.5 ของมูลค่าเศรษฐกิจประเทศ ทั้งนี้เนื่องจากสินค้าอเมริกาถูกประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆชิงส่วนแบ่งในตลาดโลกเป็นจำนวนมาก รัฐบาลของประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน จึงวางแผนที่จะลดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐลงเพื่อให้สินค้าของสหรัฐในสายตาของชาวโลกมีราคาถูกลง การลงนามข้อตกลงนี้ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1987 มีการทำข้อตกลงลูฟวร์เพื่อยับยั้งการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอ่อนค่าลงกว่าร้อยละ 51 เมื่อเทียบกับเงินเยนนับตั้งแต่ข้อตกลงพลาซาบังคับใช้[4]

ข้อตกลงครั้งนี้ญี่ปุ่นและเยอรมนีสามารถซื้อหาสินค้าต่างประเทศได้ในราคาถูกลงเกือบเท่าตัว แต่ในทางตรงข้าม สินค้าที่ผลิตในญี่ปุ่นในสายตาของชาวโลกกลับมีราคาแพงขึ้นเท่าตัวด้วยเช่นกัน ในระยะแรกดูเหมือนสินค้าญี่ปุ่นจะยังคงขายได้แม้ว่าจะมีราคาแพงขึ้นมาก ทั้งนี้เนื่องจากคุณภาพสินค้าที่ผลิตในญี่ปุ่นมีความโดดเด่นจนไม่อาจหาสินค้าจากที่อื่นมาทดแทน แต่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีการขยายตัวในอัตราที่ลดลงในระยะยาว[5]

เมื่อภาคการผลิตในญี่ปุ่นทำผลกำไรลดต่ำลง จึงเกิดการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีต้นทุนต่ำกว่าและขนส่งได้สะดวก ซึ่งก็คือกลุ่มอาเซียน4 (อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และไทย)[5] หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นต้องปลดคนงานราวหนึ่งในสาม มีการกู้ยืมเงินเพื่อการเก็งกําไรในตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่น ทําให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจนเกิดเป็นภาวะฟองสบู่[5] และสุดท้ายฟองสบู่ก็แตกจนเศรษฐกิจญี่ปุ่นซบเซาติดต่อกันถึงสองทศวรรษตั้งแต่ปี ค.ศ.1990 – 2010 ซึ่งเรียกยุคนี้ว่า "สองทศวรรษที่หายไป" (The Lost 2 Decades)

อ้างอิง[แก้]

  1. Margaret Thatcher Foundation. "Full Text Archive of the Plaza Agreement by Margaret Thatcher Foundation". www.margaretthatcher.org (in อังกฤษ). Archived from the original on 2018-12-03. สืบค้นเมื่อ 2018-12-03.
  2. "Full Text Archive of Plaza Accord by University of Toronto". www.g8.utoronto.ca. Archived from the original on |archive-url= requires |archive-date= (help). สืบค้นเมื่อ 2018-12-03.
  3. Funabashi, Yōichi (1989). Managing the Dollar: From the Plaza to the Louvre (in อังกฤษ). Peterson Institute. pp. 261–271. ISBN 9780881320978.
  4. Brook, A, F Sedillot and P Ollivaud (2004). "Channel 1: Exchange Rate Adjustment". OECD Economics Working Paper 390 - "Channels for Narrowing the US Current Account Deficit and Implications for Other Economies" (online ed.). Oxford; New York: OECD. p. 8, figure 3. doi:10.1787/263550547141.
  5. 5.0 5.1 5.2 พีรเดช ชูเกียรติขจร และ นลิตรา ไทยประเสริฐ (2014). ผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศญ่ีปุ่นและเอเชีย ที่มีต่อการเคลื่อนย้ายการลงทุนทางตรงจากประเทศญี่ปุ่นสู่ 4 ประเทศในอาเซียนและ 3 ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ วารสารคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่