ก้าวสู่ฝันวันหัวใจพบรัก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ก้าวสู่ฝันวันหัวใจพบรัก (อังกฤษ: A Walk To Remember) เป็นภาพยนตร์สหรัฐอเมริกาในปี 2002 สร้างมาจากนิยายขายดีของนิโคลัส สปาร์คส ที่มีผลงานดังอย่าง Nights In Rodanthe, The Notebook และ Dear John (ฉบับหนังสือแปลโดยจิระนันท์ พิตรปรีชา) กำกับโดยอดัม แชงค์แมน (หนึ่งในกรรมการของรายการ So You Think You Can Dance) นำแสดงโดยเชน เวสท์ และ แมนดี้ มัวร์

เรื่องย่อ[แก้]

แลนดอน รอลลิน คาร์เตอร์ (เชน เวสท์) คือนักเรียนชายเสน่ห์แรงวัย 17 ของโรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มนักเลงประจำโรงเรียน ด้วยนิสัยชอบเล่นผาดโผนของกลุ่มของเขาทำให้นักเรียนชายคนหนึ่งต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการเฉียดตาย ทุกคนรอดพ้นจากคดีนี้ยกเว้นแลนดอนเพียงผู้เดียว อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนมีความเห็นให้แลนดอนได้รับบทลงโทษโดยการทำความสะอาดห้องวิทยาศาสตร์ทุกเย็น, สอนพิเศษให้เด็กไร้โอกาสในวันเสาร์ และร่วมแสดงละครของชมรมการละคร โดยสามกิจกรรมนี้ไม่มีสิ่งใดที่เขาต้องการแม้แต่เล็กน้อย เพราะในสายตาของเขามีแต่พวกตัวประหลาดเท่านั้นที่ชอบจะทำกิจกรรมเหล่านี้ แต่ทั้งสามอย่างนี้ทำให้เขาได้พบกับเจมี่ อลิซาเบธ ซัลลิแวน (แมนดี้ มัวร์) ลูกสาวของบาทหลวงประจำเมืองที่เป็นคนเก็บตัวและเรียบร้อยซึ่งพกคัมภีร์ไบเบิ้ลติดตัวประจำ จนทำให้ถูกคนอื่นมองว่าเฉิ่ม เชย และเหมือนกับตัวตลกในสายตาของคนอื่น โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนของแลนดอน วันหนึ่ง เพื่อนของเขาไม่ได้มารับแลนดอนไป เขาจึงขอติดรถของเจมี่ำไปด้วย เจมี่กล่าวกับแลนดอนว่าสิ่งที่เธออยากทำมี 42 อย่าง โดยเรียงตามลำดับไปเรื่อยๆ เช่น การมีรอยสัก ยืนอยู่สองที่ในเวลาเดียวกัน เมื่อแลนดอนถามถึงอันดับแรก เจมี่เลือกที่จะปฏิเสธถึงคำตอบ คืนหนึ่ง แลนดอนที่ขับรถเล่นเห็นเจมี่เดินเข้าไปในสุสานด้วยท่าทีลับๆ ล่อๆ เขาจึงตามเธอไปด้วยความสงสัยและพบว่าเจมี่รักการดูดาวในนี้มาก เธอสร้างกล้องดูดาวตั้งแต่อายุสิบสอง และจะมาดูที่นี่ประจำ

ในชมรมการละครนั้น แลนดอนได้รับบทนำของเรื่องทั้งที่เขาไม่พอใจแต่จำต้องรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ และเพื่อความไม่ต้องการเสียหน้า แลนดอนจึงไหว้วานขอความช่วยเหลือจากเจมี่ที่มีบทนำร่วมกัน โดยตกลงกันว่าแลนดอนจะไปซ้อมการแสดงที่บ้านของเธอทุกเย็น ส่วนเจมี่มีข้อแม้ว่าจะต้องไม่ตกหลุมรักเธอ แลนดอนจึงยอมรับข้อเสนออย่างง่ายดาย วันหนึ่ง กลุ่มเพื่อนของเขาสงสัยว่าแลนดอนกับเจมี่อาจจะคบกัน แลนดอนรู้สึกเป็นเรื่องหน้าอายจึงหักหน้าเจมี่ต่อหน้ากลุ่มเพื่อนของเขา เย็นวันนั้นแลนดอนจึงรู้สึกผิดและไปที่บ้านเจมี่เพื่อขออภัยและขอซ้อมการแสดงด้วย แต่เจมี่ำไม่ยินยอม แลนดอนจำต้องฝึกซ้อมการแสดงด้วยตนเองทุกวัน และเมื่อถึงวันแสดงจริง แลนดอนก็แสดงบทตัวเองได้ดีจนทุกคนคาดไม่ถึง ส่วนเจมี่ก็ปรากฏกายด้วยใบหน้าที่งดงามและท่าทางอันงามสง่า ต่างจากวันอื่นที่ไม่มีใครสนใจเธอ แลนดอนรู้สึกตะลึงกับความสามารถในการขับร้องเพลงของเจมี่ เมื่อการแสดงจบลงแลนดอนเผลอจูบเจมี่ต่อหน้าสายตาเพื่อนๆ และผู้ปกครองของเธอ รวมถึงบาทหลวงเรเวอร์เร็นด์ (ปีเตอร์ โคโยท) ที่ไม่ยอมรับในตัวแลนดอน และเบลินด้า (ลอเรน เจอร์แมน) แฟนเก่าของเขาที่ยังมีเยื่อใยอยู่ด้วย

หลังจากวันนั้นแลนดอนจึงได้รู้หัวใจตัวเองว่าคิดอย่างไรกับเธอ เขาไม่สนถึงคำคาดคั้นจากคนอื่นและเพื่อนของเขา แลนดอนยอมละทิ้งสถานภาพนักเรียนป็อปปูล่าร์กลายเป็นเพียงวัยรุ่นชายธรรมดาที่ตกหลุมรักกับหญิงสาวผู้ไม่มีใครอยากคบด้วย เมื่อแลนดอนพยายามจะเล่าถึงความรู้สึกกับเจมี่นั้น เจมี่ก็ปฏิเสธกับเขาด้วยความโมโหโดยบอกว่าเขาผิดสัญญาก่อนจะขับรถออกไป แลนดอนที่ไม่สามารถหนีความรู้สึกของตัวเองได้ก็ซื้อเสื้อกันหนาวไปให้เจมี่ในคืนวันนั้นก่อนจะกลับบ้านไป เรเวอร์เร็นด์ที่อคติกับแลนดอนพยายามบอกกับเจมี่ว่าเขาไม่ต้องการให้เธอคบกับแลนดอนและไม่มีวันเปลี่ยนใจ เจมี่จึงพยายามปกป้องแลนดอนจนเรเวอร์เร็นด์ต้องเหนื่อยใจ

วันหนึ่ง เบลินด้าและกลุ่มเพื่อนของแลนดอนได้นึกสนุกนำภาพใบหน้าของในวันงานแสดงละครมาตัดต่อกับรูปนางแบบในชุดล่อแหลมและแจกจ่ายให้กับคนอื่นไปทั่วโรงเรียน เจมี่รู้สึกอับอายและเสียใจจนไม่กล้าสู้หน้าใคร แลนดอนที่มาพบเห็นจึงพยายามปลอบโยนเธอและยอมตัดสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อนไม่เอาไหนของเขาก่อนจะพาเธอไปส่งที่บ้าน แลนดอนขอให้เจมี่ไปเที่ยวกับเขาในคืนวันเสาร์แต่เธอปฏิเสธ เมื่อเขาถามถึงเหตุผลเจมี่จึงเล่าให้ฟังว่าพ่อของเธอคงไม่อนุญาตแน่นอน แลนดอนจึงตัดสินใจไปขอให้เรเวอร์เร็นด์ยอมรับในตัวเขา แม้จะไม่พอใจนักแต่เรเวอร์เร็นด์ก็ยอมแลนดอน

แลนดอนพาเจมี่ไปทานอาหารที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง เจมี่พยายามชวนแลนดอนเต้นรำแต่เขาปฏิเสธว่าเต้นไม่เป็น แต่ในที่สุดเขาก็ยอมเดินขึ้นไปบนเวทีกับเธอและเต้นอย่างเก้ๆ กังๆ แม้เขาอาจจะไม่ใช่คู่เต้นที่ดีของเธอแต่เจมี่ก็พอใจและมีความสุขเมื่อได้อยู่กับเขา แลนดอนถามถึงสิ่งที่เธออยากทำเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้งแต่เจมี่ก็ยังไม่ตอบ หลังจากนั้นแลนดอนก็ช่วยให้ความปรารถนาของเธอเป็นจริงโดยการเขียนรูปผีเสื้อไว้ที่หัวไหล่ข้างหนึ่งของเธอโดยบอกว่ามันเป็นรอยสัก และพาเธอไปที่รัฐเวอร์จิเนีย โดยให้เจมี่ยืนระหว่างเส้นแบ่งเขต เขาบอกกับเธอว่าตอนนี้เธออยู่สองที่ในเวลาเดียวกัน เจมี่รู้สึกดีใจที่แลนดอนยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอ ต่อมาแลนดอนก็สารภาพถึงความรู้สึกที่เขามีต่อเจมี่และขอให้เธอเอ่ยออกมาเช่นกัน เจมี่ไม่ได้พูดอะไรนอกจากกล่าวว่าอย่ามารักเธอ แลนดอนรู้สึกสงสัยเล็กน้อยแต่ก็เลือกที่จะโอบกอดเจมี่ไว้ด้วยความรัก

คืนต่อมา เจมี่ขออนุญาตกับพ่อของเธอว่าจะไปดูดาวโดยไม่พูดถึงแลนดอน เธอพบกับเขาที่สุสานซึ่งเจมี่ได้สอนแลนดอนดูดาวเป็นครั้งแรก แลนดอนขอให้เจมี่ดูดาวดวงหนึ่งและบอกกับเธอว่ามันคือดาวที่เขาค้นพบและตั้งชื่อให้ว่า 'เจมี่' เช่นเดียวกับชื่อเธอโดยมีเอกสารจากสมาคมดาราศาสตร์เป็นประกัน ทำให้เจมี่ที่รักการดูดาวรู้สึกดีใจยิ่งขึ้น เมื่อแลนดอนถามถึงสิ่งที่เธออยากทำที่สุดอีกครั้ง เจมี่ก็เลือกที่จะตอบอย่าง่ายดายว่าสิ่งนั้นก็คือการได้แต่งงานในโบสถ์ที่พ่อกับแม่ของเธอได้แต่งงานกัน

หลังจากนั้น เพื่อนเก่าของแลนดอนหลายคนก็เริ่มมองแลนดอนด้วยสายตาที่แสดงถึงความดูถูกเหยียดหยาม แม้แลนดอนจะรู้ดีว่าคนอื่นคิดกับเขาอย่างไรแต่แลนดอนก็ไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น เพราะสิ่งที่เขาต้องการคือเจมี่เท่านั้น เจมี่ที่รู้สึกอัดอั้นตันใจมานานก็บอกกับแลนดอนว่าเธอเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและรู้ตัวเมื่อสองปีที่แล้ว เธอหยุดรับการรักษาเพราะร่างกายของเธอดื้อยา ก่อนที่เจมี่จะวิ่งหนีเขาออกไป แลนดอนตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากพ่อของเขา (เดวิด ลี สมิธ) ที่ได้หย่าร้างกับแม่ (แดริล ฮันนาห์) ซึ่งแลนดอนไม่ยอมรับในตัวของพ่อเลย แต่พ่อของเขาก็ยังไม่แน่ใจนักว่าสิ่งที่เจมี่เป็นคืออะไร แลนดอนจึงคิดว่านั่นเป็นคำปฏิเสธและเดินออกไปด้วยความเสียใจ ก่อนจะปรับทุกข์กับอีริค (อัล ธอมป์สัน) เพื่อนชายที่เข้าใจเขามากที่สุด แม้ว่าแลนดอนจะพยายามมองหาเจมี่มากเท่าไหร่แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะออกมาพบเขา แลนดอนจึงตัดสินใจซื้อดอกไม้ไปวางไว้หน้าบ้านเธอทุกวันและขอให้เรเวอร์เร็นด์เข้าใจ วันหนึ่ง เจมี่เดินออกมาปรับความเข้าใจกับแลนดอนในที่สุด หลังจากนั้นแลนดอนก็พยายามสร้างกล้องดูดาวที่บ้านของเธอโดยใช้อุปกรณ์ที่สามารถนำมาทำได้ ต่อมาไม่กี่วันเจมี่ก็หมดสติและต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล

แลนดอนเฝ้าไข้เจมี่ตลอดเวลา แม้จะเพลียเหนื่อยแค่ไหนแต่เขาก็ยังคงอยู่กับเธอเสมอ เมื่อเจมี่ฟื้นเธอก็ขอให้แลนดอนอ่านหนังสือหน้าปกสีเขียวให้ ภายแรกแลนดอนคิดว่าเป็นพระคัมภีร์ไบเบิ้ลแต่เจมี่บอกว่ามันคือหนังสือที่แม่ของเธอจดข้อความคำคมจากคนดังไว้ และเป็นสิ่งเดียวที่แม่ของเธอทิ้งให้หลังจากเสียชีวิต หลังจากนั้นเจมี่จึงยกหนังสือเล่มนี้ให้กับเขา ต่อมาสองสามวัน แลนดอนที่ขับรถมาโรงพยาบาลในตอนเช้าก็ต้องนึกสงสัยเมื่อเห็นพยาบาลเข็นเก้าอี้รถเข็นที่เจมี่นั่งไว้ออกไปจากห้อง เมื่อถามกับเรเวอร์เร็นด์เขาจึงบอกว่าพ่อของแลนดอนได้ออกค่ารักษาการรับการรักษาที่บ้านทั้งหมด ทำให้แลนดอนเข้าใจพ่อของเขาและรีบไปขอโทษกับพ่อ หลังจากที่เจมี่กลับมาบ้านแลนดอนก็เริ่มสร้างกล้องตั้งแต่ตอนเย็นจนถึงเช้าวันใหม่เพื่อสร้างให้ทันดาวหางซึ่งแสดงถึงสัญลักษณ์ของปาฏิหาริย์ เจมี่รู้สึกตื้นตันใจ หลังจากทั้งสองดูดาวกันเสร็จ แลนดอนได้ขอเธอแต่งงาน เจมี่จึงตอบรับด้วยความยินดี

ทั้งสองแต่งงานกันที่โบสถ์ซึ่งเจมี่ปรารถนา และใช้เวลาในช่วงฤดูร้อนร่วมกัน จนกระทั่งเจมี่ได้จากไปอย่างสงบ สี่ปีต่อมาแลนดอนได้เรียนจบแพทย์และกลับมาเยี่ยมเรเวอร์เร็นด์พร้อมกับตัดสินใจคืนหนังสือของภรรยาเขาให้ แลนดอนขอโทษกับเรเวอร์เร็นด์ที่เจมี่ไม่ได้พบปาฏิหาริย์ เรเวอร์เร็นด์กล่าวว่าเจมี่ได้พบแล้ว นั่นคือแลนดอน

แลนดอนเดินไปที่สะพานริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง ก่อนจะหลับตานึกถึงเจมี่ หลังจากนั้นลมก็พัดมาปะทะกับใบหน้าของเขา แลนดอนสัมผัสถึงลมนั้นก่อนจะลืมตาออกมาพร้อมกับน้ำตา เขากล่าวว่า 'ความรักของเขากับเจมี่เหมือนดั่งสายลม ไม่สามารถมองเห็นได้ แต่สามารถสัมผัสได้ หลังจากนั้น แลนดอนก็ยังคงรับรู้ถึงรักแท้ของเขา และไม่ได้หลงรักใครนอกจากเธออีกเลย

นักแสดง[แก้]

  • Shane West รับบทเป็น Landon Carter
  • Mandy Moore รับบทเป็น Jamie Sullivan
  • Peter Coyote รับบทเป็น Reverend Sullivan
  • Daryl Hannah รับบทเป็น Cynthia Carter
  • David Lee Smith รับบทเป็น Dr. Carter
  • Lauren German รับบทเป็น Belinda
  • Al Thompson รับบทเป็น Eric
  • Clayne Crawford รับบทเป็น Dean
  • Matt Lutz รับบทเป็น Clay Gephardt
  • Xavier Hernandez รับบทเป็น Luis

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

ปี จากเวที สาขา ผล หมายเหตุ
2002 MTV Movie Awards ดาราหญิงมาแรง ได้รับรางวัล แมนดี้ มัวร์ได้รับรางวัล
2002 Teen Choice Awards นักแสดงภาพยนตร์หญิงยอดนิยม ได้รับรางวัล แมนดี้ มัวร์ได้รับรางวัล
2002 Teen Choice Awards คู่พระ-นางภาพยนตร์ยอดนิยม ได้รับรางวัล เชน เวสท์ และแมนดี้ มัวร์ได้รับรางวัล
2002 Teen Choice Awards นักแสดงภาพยนตร์หญิงแนวดราม่า/ผจญภัยยอดนิยม ได้รับการเสนอชื่อ แมนดี้ มัวร์ได้รับการเสนอชื่อ

นาตาลี พอร์ทแมนได้รับรางวัล

เกร็ดภาพยนตร์[แก้]

  • ภาพเด็กผู้หญิงไว้ผมหน้าม้าในฉากที่แลนดอน คาร์เตอร์ (เชน เวสท์) สำรวจบ้านของเจมี่ (แมนดี้ มัวร์) เป็นครั้งแรกเป็นรูปของแมนดี้ในตอนเด็กจริงๆ
  • อดัม แชงค์แมน ผู้กำกับของเรื่องปรากฏตัวในฉากที่เจมี่ (แมนดี้ มัวร์) ออกจากโรงพยาบาล โดยอดัมเป็นคนเข็นรถให้เธอ
  • ฉากที่เจมี่ ซัลลิแวน (แมนดี้ มัวร์) มอบหนังสือให้กับแลนดอน คาร์เตอร์ (เชน เวสท์) และกล่าวไว้ว่า 'Don't worry, it's not a Bible' นั้น ในหนังสือที่ประพันธ์โดยนิโคลัส สปาร์คสเป็นไบเบิ้ลจริงๆ ที่แม่ของเธอได้ขีดเส้นใต้ข้อความที่ชื่นชอบไว้
  • เจสสิก้า ซิมป์สัน และบริทนีย์ สเปียร์ส ถูกวางตัวให้รับบทเป็นเจมี่ ซัลลิแวนในตอนแรก
  • ก่อนที่จะถ่ายฉากที่แลนดอน (เชน เวสท์) แปะสติกเกอร์รอยสักให้เจมี่ (แมนดี้ มัวร์) กองถ่ายมีเวลาว่าง 5 ชั่วโมงและตัดสินใจสั่งอะไรดื่มรอเวลา เมื่อถึงเวลาเข้าฉากจริงเชนรู้สึกเมาเล็กน้อย
  • แมนดี้ มัวร์กล่าวว่า เชน เวสท์และอดัม แชงค์แมนช่วยสอนถึงเทคนิคให้แมนดี้ มัวร์ทุกครั้งที่มีโอกาส
  • แมนดี้ มัวร์กล่าวว่าเธอรู้สึกขัดเขินและไม่เป็นธรรมชาติเวลาต้องจูบกับเชน เวสท์ที่ร่วมแสดงนำ
  • เชน เวสท์กล่าวถึงแมนดี้ มัวร์ว่าเธอเป็นคนน่ารัก ง่ายๆ และพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา
  • เชน เวสท์ชอบรถของตัวละครแลนดอน คาร์เตอร์มาก เขาซื้อรถไว้ด้วยราคาเพียง 5,000 เหรียญเท่านั้น
  • ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เวลาถ่ายทำเพียง 39 วันเท่านั้น อีกทั้งแมนดี้ มัวร์ยังเข้าฉากเพียงวันละ 10 ชั่วโมงเพราะในช่วงนั้นเธอยังถือเป็นบุคคลที่เป็นผู้เยาว์อยู่
  • เชน เวสท์และแมนดี้ มัวร์อายุห่างกันถึง 6 ปี ในตอนถ่ายทำภาพยนตร์นั้น เชนอายุ 23 ส่วนแมนดี้อายุ 17
  • เหตุผลที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเรต PG-13 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฉากตัดต่อ โดยอีกเวอร์ชันจะมีภาพใบหน้าของเจมี่ถูกนำมาตัดต่อกับร่างเปลือยของหญิงสาวคนหนึ่งด้วย
  • เชน เวสท์และแมนดี้ มัวร์ สองนักแสดงนำจากเรื่องได้รับรางวัล Choice Chemistry จากเวที Teen Choices Awards จากภาพยนตร์เรื่องนี้
  • เชน เวสท์และแมนดี้ มัวร์ มีส่วนร่วมในการแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ เพื่อให้ทั้งสองเข้าใจถึงความรู้สึกของบทบาทตัวละครยิ่งขึ้น
  • ในฉบับ DVD มี Special Feature คือมิวสิกวิดีโอเพลง Cry
  • ในมิวสิกวิดีโอเพลง Cry นั้น มีเนื้อเรื่องต่อจากภาพยนตร์เรื่องนี้โดยนักแสดงยังคงเป็นชุดเดิมนั่นคือเชน เวสท์และแมนดี้ มัวร์

เพลงประกอบภาพยนตร์[แก้]

เพลงที่ปรากฏในเครดิตตอนจบคือ Cry ขับร้องโดย Mandy Moore ส่วนเพลงที่ปรากฏในตัวอย่างภาพยนตร์ประกอบด้วย Cry ขับร้องโดย Mandy Moore, Dare You To Move ขับร้องโดย Swiftfoot และ Only Hope ขับร้องโดย Mandy Moore

เพลงที่เจมี่ ซัลลิแวนซึ่งรับบทโดยแมนดี้ มัวร์ขับร้องในช่วงแสดงละครเวทีคือเพลง Only Hope

รายชื่อเพลงในอัลบั้ม A Walk To Remember Motion Picture Soundtrack:

  1. "Dare You to Move" - Switchfoot
  2. "Cry" - Mandy Moore
  3. "Someday We'll Know" - Mandy Moore, Jon Foreman
  4. "Dancing in The Moonlight" - 2001 Remix Toploader
  5. "Learning To Breathe" - Switchfoot
  6. "Only Hope" - Mandy Moore
  7. "It's Gonna Be Love" - Mandy Moore
  8. "You" - Switchfoot
  9. "If You Believe" - Rachael Lampa
  10. "No One" - Cold
  11. "So What Does It All Mean?" - West, Gould & Fitzgerald
  12. "Mother We Just Can't Get Enough" - New Radicals
  13. "Cannonball" - The Breeders
  14. "Friday On My Mind" - Noogie
  15. "Empty Spaces" - Fuel
  16. "Only Hope" - Switchfoot

ข้อแตกต่างระหว่างหนังสือกับภาพยนตร์[แก้]

  • ในฉบับนิยาย เขียนขึ้นโดยนิโคลัส สปาร์คส และแปลโดยจิระนันท์ พิตรปรีชา ใช้ชื่อว่า "ก้าวรักในรอยจำ" แต่ในฉบับภาพยนตร์เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "ก้าวสู่ฝัน วันหัวใจพบรัก"
  • ในฉบับนิยายนั้น แลนดอน คาร์เตอร์ ตัวเอกของเรื่องเล่าเรื่องย้อนอดีตในตอนต้นเรื่องด้วยวัย 57 ปี แต่ในฉบับภาพยนตร์แลนดอนหวนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นตอนท้ายของเรื่อง ซึ่งเขามีอายุ 22 ปี
  • ตอนต้นเรื่องในฉบับนิยาย แลนดอนพาเจมี่ไปเป็นคู่ร่วมงานโฮมคัมมิ่ง แต่ในภาพยนตร์ไม่ได้กล่าวถึงส่วนนี้
  • เอริคในฉบับนิยายคือนักกีฬาที่เสน่ห์แรงที่สุดในโรงเรียน แต่ในภาพยนตร์แลนดอนกลับมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามยิ่งกว่าเขา และเอริคชอบพูดจาลามกจนไม่มีผู้หญิงกล้าเข้าใกล้
  • ในฉบับนิยาย บิดาของแลนดอนได้ประกอบอาชีพนักการเมือง ไม่ใช่แพทย์ด้านหัวใจในภาพยนตร์
  • ในฉบับนิยาย เจมี่ ซัลลิแวน ตัวเอกของเรื่องไม่ได้สนใจการดูดาว
  • งานอดิเรกของเจมี่ในนิยายคือการได้ไปเยี่ยมเ็ด็กที่สถานสงเคราะห์
  • ในฉบับนิยาย แลนดอนได้ตำแหน่งเป็นประธานนักเรียน แต่ในภาพยนตร์ไม่ได้กล่าวถึงส่วนนี้
  • ในฉบับนิยาย บิดาของเจมี่ชื่อว่าเฮกเบิร์ต แต่ในภาพยนตร์ชื่อว่าเรเวอร์เร็นด์
  • ในฉบับนิยาย บิดาของเจมี่เคยทำงานให้กับปู่ของแลนดอน ก่อนจะออกมาเป็นบาทหลวง
  • ในฉบับนิยาย พ่อของเจมี่ไม่ชอบแลนดอนเพราะเคยมีปัญหากับตระกูลของเขา แต่ในภาพยนตร์พ่อของเจมี่คิดว่าแลนดอนเป็นคนโหดร้าย
  • ในฉบับนิยาย แลนดอนเคยมีสัมพันธ์กับแองเจลา คลาร์ก และฝ่ายหญิงเป็นคนทิ้งเขา ก่อนจะมาพบกับเจมี่ แต่ในภาพยนตร์แลนดอนมีแฟนเก่าชื่อว่า เบลินด้า และเขาเป็นฝ่ายบอกเลิกเธอ
  • ในฉบับนิยาย ในฉบับนิยาย แลนดอนยังคงมีเยื่อใยกับแองเจลา แต่ในภาพยนตร์เบลินด้ากลับยังคงสนใจแลนดอนเสมอ
  • ในฉบับนิยาย กลุ่มเพื่อนของแลนดอนไม่ได้รังเกียจเจมี่
  • ในฉบับนิยาย แลนดอนเต็มใจเข้าชมรมการแสดงเพราะไม่ต้องการจะลงชมรมเคมี แต่ในภาพยนตร์แลนดอนไม่พอใจที่จะอยู่ในชมรมนี้แต่ต้องทำเพราะเป็นบทลงโทษ
  • ในฉบับนิยาย แลนดอนกับเจมี่ต้องแสดงละครเวทีร่วมกัน บทเขียนขึ้นโดยเฮกเบิร์ต ซัลลิแวน เจมี่ได้รับบทเป็นทูตสวรรค์ แลนดอนได้รับบทเป็นพ่อม่ายซึ่งสูญเสียภรรยาไป แต่ในภาพยนตร์บทถูกเขียนขึ้นโดยเพื่อนในชมรมการละคร แลนดอนได้รับบทเป็นเจ้าของร้านเหล้าเถื่อนที่ถูกแฟนสาวบอกเลิก ส่วนเจมี่รับบทเป็นนักร้องสาวลึกลับ
  • ในฉบับนิยาย พ่อของแลนดอนไม่ได้หย่าร้างและแต่งงานใหม่กับผู้หญิงอื่น แต่ในภาพยนตร์่พ่อของแลนดอนหย่ากับแม่ของเขา
  • ในฉบับนิยาย กลุ่มของแลนดอนไม่ได้รับการลงโทษอะไรทั้งสิ้น และไม่ได้ทำผิดร้ายแรงอะไรแม้แต่นิด
  • ในฉบับนิยาย เจมี่ไม่เคยไปที่สุสาน ในขณะที่กลุ่มของแลนดอนมักจะไปต้มถั่วกินกันเป็นประจำ แต่ในภาพยนตร์เจมี่มักจะไปดูดาวที่นั่น ส่วนกลุ่มของแลนดอนไม่เคยไปแม้แต่ครั้งเดียว
  • ในฉบับภาพยนตร์ ตอนจบกล่าวถึงปาฏิหาริย์ที่เกิดกับเจมี่นั่นคือแลนดอน แต่ในหนังสือ ผู้เขียนบรรยายว่าแลนดอนได้พบปาฏิหาริย์ แต่ไม่ได้กล่าว่าสิ่งนั้นคืออะไร โดยผู้อ่านส่วนใหญ่คิดว่านั่นคือเจมี่ยังคงมีชีวิตอยู่
  • ในฉบับนิยายเจมี่มักจะเกล้าผมมวยตลอดเวลา(มีบางเวลาที่ปล่อยผมบ้าง) แต่ในฉบับภาพนยตร์เจมี่มัดผมหางม้า