Crop wild relative

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้มีชื่อเป็นภาษาอื่น หรือใช้อักษรในภาษาอื่น เนื่องจากต้องการคงไว้ตามต้นฉบับ หรือไม่มีชื่อภาษาไทยที่เหมาะสม

Crop Wild Relative คือ สายพันธุ์ป่าของพืชอาหารพันธุ์เพาะปลูก

ภาพรวม[แก้]

สายพันธุ์ป่าของพืชปลูกหรือ Crop Wild Relatives (CWR) ที่รวมถึงบรรดาพืชสายพันธุ์ลูกที่เกิดขึ้นและพืชสายพันธุ์ที่ใกล้ชิดอื่นๆ ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรที่มีความสำคัญสำหรับการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและสำหรับระบบนิเวศน์เกษตรที่ยั่งยืน CWR เป็นตัวพิสูจน์ถึงความมั่นคงทางอาหาร ในสถานการณ์ที่ภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง และระบบนิเวศวิทยาที่ไม่มีเสถียรภาพ Nikolai Vavilov ซึ่งเป็นนักพฤษศาสตร์ชาวรัสเซี่ยน และเป็นผู้หนึ่งที่จุดประกายความสำคัญของ CWR ในช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 พันธุกรรมของCWR ถูกนำมาใช้โดยมนุษย์มาเป็นพันปีแล้ว เพื่อปรับปรุงผลผลิตและคุณภาพผลผลิตของพืช เกษตรกรใช้วิธีการดั่งเดิมในการปรับปรุงพันธุ์พืช ตัวอย่างเช่น ในเม็กซิโก ข้าวโพดพันธุ์ป่า (Zea mexicana) จะถูกปลูกเป็นแถวข้างๆข้าวโพดพันธุ์เพาะปลูก เพื่อสนับสนุนให้เกิดการผสมข้ามตามธรรมชาติและช่วยปรับปรุงผลผลิต ยิ่งไปกว่านั้นในปัจจุบัน นักปรับปรุงพันธุ์ได้ใช้ยีนของ CWR เพื่อปรับปรุงให้เกิดความหลากหลายของพืชเช่นข้าว (Oryza sativa) , มะเขือเทศ (Lycopersicon esculentum) และพืชตระกูลถั่ว CWR ให้ยีนที่เป็นประดยชน์อย่างมากแก่พืชปลูกและพันธุ์พืชใหม่ๆของพืชปลูกหลักในปัจจุบันมียีนของพันธุ์ป่าติดมาด้วย ดังนั้น CWR จึงเป็นพืชป่าที่สัมพันธ์กับชนิดพืชที่มีความสำคัญทางด้านสังคมและเศรษฐกิจทั้งในแง่ อาหารมนุษย์ อาหารสัตว์และพืชอาหารสัตว์ พืชที่ใช้เป็นยา เครื่องปรุงรส ไม้ดอก ไม้ป่า และพืชที่ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น น้ำมัน เส้นใยและพืชอื่นที่มีลักาณะที่เป็นประโยชน์ เราสามารถเรียก CWR ถูกเรียกว่าเป็น “พืชป่าที่มีการนำมาใช้ทางอ้อมโดยอาศัยความใกล้ชิดของยีนและความสัมพันธ์กับพืชที่กำลังปลูก”

การอนุรักษ์[แก้]

CWR เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของระบบนิเวศน์ธรรมชาติและระบบนิเวศน์เกษตร และดังนั้นมีความสำคัญในการรักษาระบบนิเวศน์โดยรวม การอนุลักษณ์ CWR และการใช้อย่างยั่งยืนจึงมีความสำคัญสำหรับการปรับปรุงผลผลิตทางการเกษตร การเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร และการรักษาสภาพแวดล้อม ประชากรตามธรรมชาติของ CWR กำลังอยุ่ในภาวะเสี่ยงเพิ่มขึ้น กล่าวคือถูกคุกคามโดยสูญเสียสภาพพื้นที่อยู่ถูกทำลายและสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม หรือถูกเปลี่ยนสภาพไปเพื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่น การทำลายป่าจะนำไปสู่การสูญเสียพืชป่าที่สำคัญหลายชนิดที่สัมพันธ์กับผลไม้ นัท และพืชอุตสาหกรรม ประชากรของพืชป่าขอธัญพืช ที่เคยมีในเขตแห้งแล้งหรือกึ่งแห้งแล้งกำลังถูกทำให้ลดน้อยลงอย่างรุนแรงโดยการทำลายพื้นหญ้าและสุดท้ายจะกลายเป็นทะเลทราย การเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมเกษตรมีส่วนทำให้ CWR มีน้อยลงในระบบนิเวศน์เกษตร การอนุลักษณ์และใช้ CWR อย่างฉลาด เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยเพิ่มความปลอกภัยทางอาหาร กำจัดควาทุกข์ยาก และรักษาสภาพแวดล้อม

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]