นักเคมี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นักเคมี

นักเคมี คือ นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคุณสมบัติ การเปลี่ยนแปลง และองค์ประกอบของสสาร

นักเคมีโลกที่ควรรู้
  • พาราเซลซัส (Paracelsus) แพทย์ผู้เริ่มการรักษาไข้โดยใช้สารเคมี
พาราเซลซัส
พ.ศ.2036-2084

ในงานเทศกาลเซนต์จอห์นประจำปี พ.ศ. 2066 ที่มหาวิทยาลัยเซิลในสวิตเซอร์แลนด์มการจุดไฟกองใหญ่ให้ความสว่างไสวไปทั่วสนามของมหาวิทยาลัย ทันใดนั้น พาราเซลซัล (Paracelss) ผู้ที่มีชื่อเต็มว่า Philipps Arelis Theorphasts Bombast von Hohenheim และเป็นอาจารย์สอนเคมีกับแพทย์ศาสตร์ ได้เดินเข้ามา ในมือถือตำราCanon of Medicine ที่ปราชญ์อาวิเซนนา (Avicenna) เขียนพร้อมตะโกนเสยงดังลั่นว่า บรรดาแพทย์ เช๋น อาวิเซนนา, กาเลน(Galen),ราซ๊ส (Rhazes) หรือผู้ใดก็ตาม ไม่ว่าจะมาจากเมืองโคโลญ เวียนนา หรือปารีส ไม่ว่าจะตั้งรกราก ในลุ่มแม่น้ำไรน์ แซง หรือดานูบ ไม่ว่าจะเป็นชาวกรีก อาหรับ หรือยิว ล้วนเป็นคนโง่เง่าเบาปัญญามาก และไม่รู้จริงเทียบเท่าพาราเซลซัสเลย เมื่อสิ้นเสียงบริภาษ เขาก็โยนตำราแพทย์ที่อาวิเซนนาเขียนเล่มนั้นเข้ากองไฟ และกว่าคำอธิษฐานว่า ขอให้ตำราสลายเป็นจุณ พร้อมความทุกข์ของมวลมนุษย์



  • บอยล์ (Boyle) ผู้วางรากฐานของวิชาเคมี
บอยล์
พ.ศ. 2170 – 2234

ครั้งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 17 เป็นยุคของ ไอแซก นิวตัน ส่วนครึ่งหลังคือช่วงเวลาที่ โรเบิร์ต บอยล์ (Robert Bolye) เป็นนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของอังกฤษ ในฐานะผู้ค้นพบกฎของบอยล์ ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความดันกับปริมาณของแก๊สขณะอุณหภูมิคงที่และเป็นผู้เรียบเรียงหนังสือชื่อ The Sceptical Chymist เมื่อปี พ.ศ. 2204 ซึ่งเป็นตำราที่วางรากฐานของวิชาเคมีให้เป็นระบบ จากที่ไม่มีวิธีการที่แน่นอน และไม่มีการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่อาชีพนักเคมีก็ไม่มี เพราะตามปกติเภสัชกรอังกฤษจะปรุงยาโดยการนำสารประกอบต่างๆ มาผสมปนกันให้คนไข้กิน ในสมัยนั้นคนขายยาถึงถูกเรียกว่า chemist (ปัจจุบัน chemist คือนักเคมี ส่วนเภสัชกรเรียก pharmacist) แต่สำหรับบอยล์ เขามีความคิดว่าเคมีเป็นวิทยาการที่มีอะไรๆมากกว่าการปรุงยา ในช่วงเวลาที่บอยล์ยังมีชีวิตอยู่ เขามีเพื่อนเป็นนักวิทยาศาสตร์หลายคน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องไม่ประหลาดใจที่ความสำเร็จของบอยล์จะถูกบดบังโดยผลงานของนิวตันจนทำให้โลกแทบไม่ตระหนักในความสำคัญของบอยล์เลย



  • คาเวนดิช (Cavendish) ผู้พบธาตุไฮโดรเจน
คาเวนดิช
พ.ศ. 2274 – 2353

ในอดีตเมื่อ 4 ศตวรรษก่อนที่ เฮนรี คาเวนดิช (Henry Cavendish) จะเกิด บรรพบุรุษหลายท่านของสกุลคาเวนดิชมีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะเคยเป็นคนสำคัญของประเทศ เช่น ในปี พ.ศ. 1909 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ตที่ 3 แห่งอังกฤษทรงแต่งตั้งให้ จอห์น เดอ คาเวนดิช (John de Cavendish) เป็นประธานศาลฏีกา อีก 2 ศตวรรษต่อมา โทมัส คาเวนดิช (Thomas Cavendish) ผู้เป็นโจรสลัดก็มีชื่อเสยงในฐานะชาวอังกฤษคนที่ 2 ที่ได้เดินทางรอบโลก และเมื่อถึงวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2274 (ตรงกับรัชสมัยพระภูมินทราชา) เลดี้แอนน์ คาเวนดิช (Lady Anne Cavendish) ก็ให้ได้กำเนิด เฮนรี คาเวนดิช ที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอไปพักรักษาครรภ์และฟื้นฟูสุขภาพโดยมี ลอร์ด ชาร์ล์ คาเวนดิช (Lord Charles Cavendish) ผู้เป็นสามีอยู่ดูแลด้วย แต่ทารกสกุลคาเวนดิชคนน้ เมื่อเติบใหญ่หาได้มักใหญ่ใฝ่อำนาจเหมือน บรรพบุรุษไม่ เพราะ เฮนรี คาเวนดิช ไม่มีความทะเยอทะยานในการแสวงหาตำแหน่งหรือหน้าที่ทางการเมืองเลย กลับอุทิศชีวิตให้วิทยาศาสตร์อย่างเงียบๆ และมีผลงานที่สำคัญ คือ พบธาตุไฮโดรเจน และเป็นบุคคลแรกที่ชั่งหาน้ำหนักของโลก



  • พริสต์ลีย์ (Priestley) ผู้พบออกซิเจน
พริสต์ลีย์
พ.ศ. 2276 – 2347

เมื่อ โจเซฟ พริสต์ลีย์ (Joseph Priestley) กับผู้โดยสารประมาณอีก 100 คน เดินทางด้วนเรือเดินสมุทรชื่อ แซมซัน ถึงท่าเรือนิวยอร์ก ในวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2337 บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ New York American Daily Advertiser ได้เขียนบทความแสดงความเห็นว่า วันหนึ่งในอนาคต ชาวอังกฤษทุกคนจะสำนึกผิดที่ได้ขับไล่ไสส่งและทำลายทรัพย์สินของพริสต์ลีย์ นักเคมีผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ รวมถึงได้ตั้งข้อหาว่าเป็นกบฏผู้ทรยศต่อราชบัลลังด้วย ทั้งๆที่ในยุคนั้นพริสต์ลีย์นับเป็นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เทียบได้กับ อองตวน ลาวัวซีเย ของฝรั่งเศส และ คาร์ล วิลเฮล์ม ซีเลอ (Karl Wilhelm Scheele) ของสวีเดน โจเซฟ พริสต์ลีย์ เกิดที่ตำบลเบอร์ทอลล์ใกล้เมืองลีดล์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2276 (ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระบรมโกษฐ์) บิดาเจมส์ มีอาชีพเป็นช่างตัดเสื้อ ส่วนมารดา แมรี เสียชีวิตตั้งแต่เขาอายุยังน้อย ครอบครัวนี้มีลูก 6 คน โดยพริสต์ลีย์ เป็นบุตรคนหัวปี เมื่อบรรดาลูกๆขาดแม่ พริสต์ลีย์จึงถูกป้าและลุงนำไปเลี้ยงในบรรยากาศที่อบอวลด้วยศาสนา จนเด็กฃายพริสต์ลีย์คิดว่า เมื่อโตขึ้นจะบวชเรียนและเป็นนักเทศน์



  • ลาวัวซีเย( Lavoisier)นักเคมีที่เสียชีวิตด้วยกิโยตีน
ลาวัวซีเย
พ.ศ.2286-2337

ยุโรปก่อนที่ลาวัวซีเยจะเกิด เป็นดินแดนที่ปราชญ์และประชาชนต่างพากันลุ่มหลงเรื่องการเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายจะเปลี่ยนโลหะชนิดหนึ่งให้เป็นอีกชนิดหนึ่ง เช่น เปลี่ยนตะกั่วที่มีราคาถูกให้เป็นทองคำที่มีราคาแพง แม้ในปี พ.ศ.2204 ที่ โรเบิร์ด บอยล์ ได้ให้แนวคิดเรื่องธาตุว่า ไม่สามารถแบ่งแยกเป็นธาตุอื่นได้แล้วก็ตาม สำหรับวิธีการเรียกชื่อของสารประกอบต่างๆ นั้นก็ยังสับสนมาก เช่น เกลือที่เราปัจจุบันเรียกว่าแมกนีเซียมคาร์บอเนต(mogneslum carbonate) คนฝรั่งเศสในสมัยนั้นมีชื่อเรียกที่ต่างกันเก้าชื่อ เช่น magnesle blanche,mognesla aeré dé Bergman และ Magnesie crayese เป็นต้น สำหรับเรื่องสาเหตุการสันบาปนั้น ผู้คนต่างก็เชื่อทฤษฎีโฟลจิสตันของ เกอร์ก ชทาห์ล (Georg Stahl) แพทย์ชาวเยอรมันผู้ได้แถลงในปี พ.ศ 2261 ว่า สารลุกไหม้เพราะมีสารอีกชนิดหนึ่งที่เรยกว่าโฟลจิสตัน ซึ่งเวลาเาโฟลจิสตันจะถูกขับออกมา ดังนั้นหลังการเผาน้ำหนักของสารที่เหลือจะน้อยลง เพราะตาชั่งในสมัยนั้นไม่มีความแม่นยำในการวัด ดังนั้นจึงไม่มีใครเคยเห็นว่า ถ้าชั่งอย่างรอบคอบน้ำหนักของสารที่เหลือจะเพิ่มขึ้น



  • ดอนตัน (Dalton) ปราชญ์เคมี ผู้ให้กำเนิดทฤษฎีอะตอม
ดอนตัน
พ.ศ. 2309-2387

ในเดือน พฤษภาคม พ.ศ.2377 เควกเกอร์ ชายวัย 66 ปี (Quaker คือ คนที่ไม่นับถือศาสนาใด ๆ และไม่รับราชการทหารเพราะไม่คิดฆ่าใคร อีกทั้งชอบแต่งตัวง่าย ๆ มีถุงเท้า ผ้าพันคอสีขาว และถือไม้เท้า) เดินทางมาลอนดอนเพื่อให้เซอร์ฟรานวิส ชานเทรย์ (Sir Francis Chantrey) วาดภาพเหมือนสำหรับนำไปติดตั้งที่ Manchester Royai lnstitution เพราะบุคคลเดียวกันวันนี้เป็นทั้งสมาชิกของ Royai Society แห่งอังกฤษ และ French Academy of Sciences ดังนั้นเขาจึงเป็นบุคคลสำคัญของชาติที่สมควรได้เข้าเฝ้าพระเจ้าวิลเลียมที่ 4 แห่งกรุงอังกฤษ เพราะพระองค์เคยพระราชทานเหรียญทองคำให้ในฐานะผู้มีลงานวิทยาศสตร์ดีเยี่ยม แต่ก็ติดปัญหาอีกเพราะ จอห์น ดอลตัน (John Dalton) เป็นเควกเกอร์ จึงทำให้การเข้าเฝ้าโดยการแต่งตัวแล้วประดับดาปเป็นไปไม่ได้ เพราะขัดกับความเชื่อของเควกเกอร์ที่จะต้องไม่เป็นทหาร แต่เมื่อกษัตริย์ประราชประสงค์จะพบ เจ้าหน้าที่พระราชวังก็ต้องหาทางออก และพบว่ามหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเพิ่งมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้ดอลตัน ดังนั้นการสวมเส้อคลุมปริญญาเวลาเข้าเฝ้าจึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง แม้เสื้อคลุมจะมีสีม่วงแต่ดอลตันผู้เป็นเควกเกอร์ที่ต้องแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีเรียบๆ ก็บอกว่าเสื้อนั้นสีเขียวใบไม้ต่างหาก ทั้งนี้เพราะดอลตันเป็นคนตาบอดสี และเมื่อได้เข้าเฝ้า พระเจ้าวิลเลียมทรงมีปฏิสันถารกับดอลตันนานนับชัวโมง

แนวทางการศึกษา[แก้]

  1. ตัวอย่างของคุณสมบัติต่างๆของสสารที่นักเคมีทำการศึกษาค้นคว้านั้นได้แก่ ความเป็นกรด เบส, ความสามารถในการนำไฟฟ้า, ความเสถียร, ความสามารถในการติดไฟ, ความสามารถในการดูดกลืนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  2. การเปลี่ยนแปลงของสสารนั้นอาจอธิบายได้ในเทอมของ ความเร็วในการเปลี่ยนแปลง, ปริมาณสารตั้งต้นกับสารผลิตภัณท์หลังเกิดการเปลี่ยนแปลง, สภาวะที่เกิดการเปลี่ยนแปลง
  3. สำหรับการศึกษาองค์ประกอบของสสารนั้น เริ่มจากนักเคมีพิจารณาคุณสมบัติต่างๆของสสารเพื่อเป็นตัวระบุสสารชนิดนั้น จากนั้นจะทำการศึกษาว่าสสารชนิดดังกล่าวสามารถเกิดจากสารชนิดอื่นได้หรือไม่ สสารที่สามารถเกิดจากตัวอื่นได้ เรียกว่า สารประกอบ ในขณะที่สสารที่ไม่สามารถเกิดจากสสารอื่นได้จะถูกเรียกว่าธาตุ

แหล่งข้อมูล[แก้]

  • วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ นักเคมี

[1]

  1. สารคดี สุดยอดนักเคมีโลก ค.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน