แพนเธอร์
| บทความนี้ขาดการสรุปข้อมูลที่จำเป็นในรูปแบบกล่องข้อมูล คุณสามารถช่วยเราได้ โดยการเพิ่มกล่องข้อมูลที่เกี่ยวข้องและเหมาะสม ลงในบทความ |
- ประเทศผู้ผลิต นาซีเยอรมัน
- ปีที่ใช้งาน 1944
- เจ้าหน้าที่ 5 นาย
- หน้ก 45,465 กิโลกรัม/ 45.5 ต้น
- ยาว 8.87 เมตร
- สูง 2.97 เมตร
- กว้าง 3.43 เมตร
- เกราะหนาที่สุด 100 มม./3.94 นิ้ว
- เครื่องยนต์ มายบัค เอชแอล230พี30 วี12 ให้กำลัง 700 แรงม้า
- ความเร็ว 46 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- รัศมีทำการ 200 กิโลเมตร
- อาวุธ
- อาวุธหลัก ปืนใหญ่ ขนาด 75 มม./ 2.95 นิ้ว
- อาวุธรอง ปืนกล ขนาด 7.92 มม./ 0.297 นิ้ว 2 กระบอก
แพนเธอร์ (อังกฤษ: Panther) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า แพนเซอร์ 5 (Panzer V) ชื่ออย่างเป็นทางการคือ Panzerkampfwagen V Panther เป็นรถถังขนาดกลางของนาซีเยอรมนีที่ถูกใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยถูกออกแบบในช่วงปี ค.ศ. 1941 เนื่องจากในช่วงที่กองทัพนาซีเยอรมันได้บุกเข้าโจมตีสหภาพโซเวียตในปฏิบัติการบาร์บารอสซาและได้ไปเจอกับรถถังที-34ของสหภาพโซเวียตเข้า ที-34นั้นเป็นรถถังที่มีความเร็วสูง ติดตั้งปืนที่ทรงอานุภาพ สายพานกว้างเกาะถนนได้ดี และลักษณะพิเศษคือ มีเกราะที่ลาดเอียง มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความหนาของเกราะโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดเกราะ และยังช่วยลดการปะทะโดยตรงของกระสุนปืนทำให้ฝ่ายเยอรมันต้องตกใจในอานุภาพที่สูงส่งของที-34มาก เมื่อยึดรถถังรุ่นนี้ได้ในสนามรบจึงได้นำมาศึกษาและวิเคราะห์ทำให้ฝ่ายเยอรมันต้องการผลิตรถถังแบบที-34 ให้ได้ แต่ทว่าการผลิตรถถังเลียนแบบที-34นั้นแทบเป็นไปไม่ได้ จึงต้องออกแบบรถถังใหม่โดยให้มีคุณลักษณะแบบที-34 สิ่งที่ได้จากทดลองการผลิตคือ รถถังแบบ แพนเซอร์ 5 หรือแพนเธอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนที-34 แต่สิ่งที่เหนือกว่าคือ ขนาดที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย เกราะที่หนากว่า และติดตั้งปืนใหญ่75มม. L70 ลำกล้องยาว ซึ่งมีอานุภาพการทำลายล้างที่เหนือจินตนาการอย่างมาก สามารถยิงเจาะเกราะได้ลึกมาก และยิงต่อต้านรถถังได้ไกลกว่า2,000เมตรอย่างแม่นยำ ไกลกว่ารถถังทุกรุ่นของสัมพันธมิตรและโซเวียต
แพนเธอร์เริ่มการผลิตในปีค.ศ. 1943 แต่เนื่องจากต้องเร่งรีบผลิตออกสู่สมรภูมิ เพราะโซเวียตเริ่มการตีโต้กองทัพเยอรมัน และกำลังรบรถถังของโซเวียตที่มีจำนวนอันประมาณไม่ได้ ได้ถาโถมเข้าสู่แนวรบของเยอรมันอย่างหนัก เยอรมันจึงต้องรีบผลิตแพนเธอร์ออกสู่สนามรบโดยเร็ว ทำให้มีปัญหาด้านเครื่องยนต์ รถถังบางคันเครื่องยนต์เสียหายทันทีหลังออกสู่สมรภูมิไม่นาน และในยุทธการเคิสก์ ปีค.ศ. 1943 รถถังแพนเธอร์จำนวนมากเกิดเครื่องยนต์ขัดข้อง ทำให้แสดงความสามารถในการรบไม่ดีนัก แต่ปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ก็ถูกแก้ไขในภายหลัง
แต่ในแนวรบด้านตะวันตกแพนเธอร์กลับมีประสิทธิภาพสูงมาก โดยรถถังหลักของสัมพันธมิตรไม่อาจต้านทานได้เลย โดยในการรุกรานนอร์มังดีฝรั่งเศสในปีค.ศ. 1944 รถถังแพนเธอร์ของเยอรมันได้ทำลายรถถังเอ็ม4 เชอร์แมนของสหรัฐอเมริกาไปเป็นจำนวนมากไม่แพ้รถถังไทเกอร์ Iเลยทีเดียว
แต่เนื่องจากรถถังแพนเธอร์เป็นรถถังที่ออกแบบดีมากทำให้ต้องการใช้ช่างเทคนิคที่มีความชำนาญสูงทำให้ผลิตรถถังแพนเธอร์ได้ไม่มากนัก อีกทั้งช่วงปลายสงคราม กองทัพอากาศสัมพันธมิตรยังได้ทิ้งระเบิดโจมตีโรงงานผลิตอาวุธของเยอรมันอย่างหนักทำให้ผลิตรถถังแพนเธอร์ออกมาได้น้อย และแล้วเวลาต่อมานาซีเยอรมนีกลายเป็นฝ่ายแพ้สงคราม แพนเธอร์ก็ได้ถูกปลดประจำการในกองทัพเยอรมันไปแต่ด้วยการออกแบบอันยอดเยี่ยมทำให้แพนเธอร์กลายมาเป็นต้นแบบในการผลิตรถถังของโลกเสรีและโลกคอมมิวนิสต์ในช่วงยุคสงครามเย็นเป็นเวลาต่อมา ในปัจจุบันนี้ มีแพนเธอร์ไม่กี่คันเท่านั้นที่ยังคงเหลืออยู่ให้โดยถูกนำมาแสดงในพิพิธภัณฑ์และงานแสดงทั่วโลก ตัวอย่างของยานเกราะที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์ที่สุด คือ พิพิธภัณฑ์ Canadian War ใน Ottawa
อ้างอิง [แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: แพนเธอร์ |
- George Forty & Jack Livesey, the World Encyclopedia of Tanks, Anness,2006