แฝดติดกัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แฝดติดกัน
(Conjoined twins)
Chang-eng-bunker-PD.gif
ภาพวาดฝาแฝดอิน-จัน บังเกอร์ ราว ค.ศ. 1836
การจำแนก และแหล่งข้อมูลอื่น
ICD-10 O33.7, Q89.4
ICD-9 759.4
DiseasesDB 34474
eMedicine ped/2936
MeSH D014428

แฝดติดกัน (อังกฤษ: Conjoined twins) คือ แฝดร่วมไข่ซึ่งมีร่างกายติดกันมาแต่กำเนิด แฝดติดกันมีโอกาสในการเกิดตั้งแต่ 1 ใน 50,000 คน ถึง 1 ใน 200,000 คน โดยพบมากในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้และแอฟริกา[1] ประมาณครึ่งหนึ่งของแฝดติดกันเสียชีวิตตั้งแต่ตอนคลอด และอีกส่วนหนึ่งรอดชีวิตจากการคลอดแต่มีความผิดปกติทางร่างกาย โอกาสรอดชีวิตโดยรวมของแฝดติดกันมีประมาณร้อยละ 25[2] ประมาณร้อยละ 70 - 75 ของแฝดติดกันเป็นเพศหญิง

มีทฤษฏี 2 ทฤษฎีที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการเกิดแฝดติดกัน ทฤษฎีที่เก่าแก่และเป็นที่ยอมรับกันมากที่สุดคือ การแบ่งแยกตัว (fission) หมายถึง ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วแยกออกจากกันไม่สมบูรณ์ ทฤษฎีที่สอง คือ การหลอมรวม (fusion) หมายถึง ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วแยกออกจากกันได้สมบูรณ์ แต่เซลล์ต้นกำเนิด (stem cell) ไปเจอกับเซลล์ต้นกำเนิดที่เหมือนกันในแฝดอีกคนหนึ่ง และหลอมรวมแฝดทั้งสองเข้าด้วยกัน

แฝดติดกันที่มีชื่อเสียงที่สุดน่าจะเป็นแฝดสยามอิน-จัน (พ.ศ. 2354 - 2417) ซึ่งเกิดในจังหวัดสมุทรสงคราม ภายหลังได้เดินทางไปแสดงโชว์ที่โรงมหรสพในเมือง บอสตัน, สหรัฐอเมริกา เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "แฝดสยาม" (Siamese Twins) เพราะประเทศไทยยังใช้ชื่อว่าสยามอยู่ในขณะนั้น อิน-จันมีลำตัวติดกันตั้งแต่หน้าอกและใช้ตับร่วมกัน การผ่าตัดแยกแฝดติดกันแบบอิน-จันสามารถทำได้ค่อนข้างง่ายในปัจจุบัน[3]

ความสำเร็จในการผ่าตัดแยกแฝดติดกันในประเทศไทย[แก้]

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 คณะแพทยศาสตร์ศิริราช ได้ทำการผ่าตัดแฝดสยาม ปานตะวัน-ปานวาด วัย 8 เดือน เป็นผลสำเร็จ โดยสามารถแยกทั้งร่างกาย หัว ใจ ตับ ไต ด้วยความปลอดภัย สำเร็จครั้งแรกของโลก[4]

อ้างอิง[แก้]