เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
-
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (แก้ความกำกวม)
เวิร์ลดเทรดเซ็นเตอร์ (อังกฤษ: World Trade Center) เป็นกลุ่มอาคารจำนวน 7 อาคารในนครนิวยอร์ก ก่อสร้างระหว่าง พ.ศ. 2509-2520 (เวลารวมในการก่อสร้างครบ 7 อาคาร) ออกแบบโดยสถาปนิกลูกครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่น มิโนรุ ยามาซากิ ร่วมด้วยบริษัท เอเมอร์รี่ รอท แอนด์ซันส์ โดยอาคารแฝดถูกทำลายในเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 และอาคารอื่น ๆ เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ สาเหตุมาจากอาคารเวิลด์เทรดเว็นเตอร์ 1 และ 2 ถูกเครื่องบินพุ่งชนทั้ง 2 อาคาร เป็นเวลานานทำให้อาคาร 2 ถล่มทั้งอาคาร และอาคาร 1 ถล่มในเวลาต่อมา ส่งผลให้อาคารรอบข้างถูกซากตัวอาคารถล่มทับจนเสียหาย ไปพร้อมๆ กัน
เนื้อหา |
ข้อมูลทั่วไป [แก้]
เริ่มก่อสร้าง ค.ศ. 1966 (อาคาร 1 สร้างเสร็จเมื่อ ค.ศ. 1970 และอาคาร 2 เมื่อ ค.ศ. 1972 เริ่มทำพิธีเปิดอาคารวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 1973 แต่ละวันจะมีพนักงานทำงานในอาคารนี้มากกว่า 50,000 คน และนักท่องเที่ยวมากกว่า 200,000 คน เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์มีรหัสไปรษณีย์ของตัวเอง คือ 10048
เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เป็นสัญลักษณ์ของนครนิวยอร์ก และปรากฏตัวในภาพยนตร์จำนวนมาก เช่น เรื่อง The Godfather III, World Trade Center, MIB, United 93, Oliver and Company
อาคาร [แก้]
เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ประกอบด้วย 7 อาคาร ดังต่อไปนี้
- เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 1 (อาคารเหนือ) มี 110 ชั้น
- เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 2 (อาคารใต้) มี 110 ชั้น
- เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 3 (โรงแรมมาร์ริออทท์) มี 22 ชั้น
- เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 4 (อาคาพลาซ่าเหนือ) มี 9 ชั้น
- เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 5 (อาคารพลาซ่าใต้) มี 9 ชั้น
- เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 6 (U.S. Customs House) มี 8 ชั้น
- เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 7 มี 47 ชั้น
อาคารแฝด [แก้]
อาคารแฝดหมายเลข 1-2 เป็นอาคารที่สูงที่สุด มี 110 ชั้น โดยอาคารเหนือ มีความสูง 1,368 ฟุต (417 เมตร) และอาคารใต้ มีความสูง 1,362 ฟุต (415 เมตร) สร้างเสร็จเมื่อ ค.ศ. 1972 และ ค.ศ. 1973 ตามลำดับ ซึ่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกเมื่อสร้างเสร็จ ก่อนจะถูกทำลายสถิติโดยอาคารเซียร์ทาวเวอร์ในชิคาโกและสูงที่สุดบนเกาะแมนฮัตตั้น นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
แต่ละอาคารมีพื้นที่ใช้สอย 3.8 ล้านตารางฟุต (350,000 ตร.ม.) ถ้านับรวมอาคารทั้งหมดจะมีพื้นที่ใช้สอยรวม 11.2 ล้านตารางฟุต (1.04 ล้าน ตร.ม.) โครงสร้างอาคารทั้งคู่เป็นแบบโครงเหล็กกล้า ผนังกระจกคล้ายกำแพงม่านแก้ว บางส่วนของสำนักงานเป็นกำแพงปูนปาสเตอร์ เพื่อประหยัดน้ำหนักของแต่ละชั้น
คนทั่วไปสามารเข้าชมทัศนียภาพจากอาคารได้ในส่วนของภัตตาคารบนยอดอาคาร (ชั้น 107) ของอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 1 ชื่อ "Windows on the World" และจากอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 2 ชื่อ "Top of the World
รายชื่อการก่อวินาศกรรม [แก้]
การก่อวินาศกรรมใน ค.ศ. 1992 [แก้]
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992 รถบรรทุกที่มีระเบิดน้ำหนัก 1,500 ปอนด์ ได้ระเบิดบริเวณที่จอดรถใต้ดินของอาคาร 1 ทำให้เกิดหลุมกว้างประมาณ 100 เมตร มีผู้เสียชีวิต 6 คนและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ผู้ก่อการร้ายชาวอิสลาม 6 คนถูกจับใน ค.ศ. 1997 และ ค.ศ. 1998
การก่อวินาศกรรมใน ค.ศ. 2001 [แก้]
-
ดูบทความหลักที่ วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544
เมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 ได้มีการปล้นเครื่องบินพาณิชย์และพุ่งเข้าชนอาคารแฝดซึ่งได้แก่ อเมริกัน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 11 ชนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 1 บริเวณชั้นที่ 90-95 และ ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 175 ชนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 2 บริเวณชั้นที่ 75-90 ส่งผลให้ทั้งสองอาคารถล่มในเวลาต่อมา โดยอาคารแรกที่ถล่ม คือ อาคารสอง ถล่มหลังจากถูกชน 1 ชั่วโมงเศษ และอาคารหนึ่งได้ถล่มหลังอาคารสอง 45 นาที (หรือหลังจากถูกชน 1 ชั่วโมง 45 นาที) หลังจากนั้น อาคาร 7 ได้ถล่มในวันถัดมา เนื่องจากการถล่มของอาคารทั้งคู่ทำให้รากฐานของอาคาร 7 ไม่มั่นคง ประกอบกับตัวอาคารเกิดไฟไหม้ ทำให้โครงเหล็กค้ำยันของอาคาร 7 ถล่มลง แต่โชคดีที่มีการอพยพคนออกจากอาคารนี้ก่อนที่จะถล่ม ส่วนอาคารที่เหลืออีก 4 อาคาร ได้รับความเสียหายอย่างหนักเนื่องจากถูกอาคาร 1 และอาคาร 2 ถล่มทับ มีผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการรวม 2,749 คน
สาเหตุที่อาคารถล่ม เกิดจากแรงปะทะของเครื่องบินโบอิง 767 ซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 170 ตัน พุ่งเข้าชนตัวอาคารแบบเฉือนจุดกึ่งกลางภายในอาคารด้วยความเร็ว 570 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นแรงกระทำต่ออาคารสูงขณะอยู่กับที่ (Dynamic Lode) ชิ้นส่วนบางส่วนของเครื่องบินเช่น เครื่องยนต์โบอิง 767 ได้หลุดออกจากตัวอาคาร แต่ส่วนใหญ่ชิ้นส่วนของเครื่องบินกระจายฝังอยู่ในตัวอาคาร ประกอบกับแรงระเบิดมหาศาลจากการลุกไหม้ของน้ำมันเครื่องบินที่บรรจุมาเต็มถังน้ำมัน ส่งผลให้เสาหลักและช่องลิฟท์ของอาคารเสียหาย ทำให้การกระจายน้ำหนักของอาคารต้องกระจายอ้อมส่วนที่เสียหาย แต่การชนนี้ยังไม่ทำให้ตัวอาคารถล่มลงทันที เนื่องจากอาคารถูกออกแบบให้ทนต่อการชนของเครื่องบินขนาด โบอิง 707 โครงสร้างหลักของอาคารเป็นแกนเหล็กตรงกลางอาคาร (Steel Framed Tuble) และมีโครงเหล็กถัก (Truss) จากแกนหลักไปยังผนังอาคาร เพลิงที่ไหม้ในอาคารมีอุณหภูมิสูงถึง 800 องศาเซลเซียส ส่งผลให้โครงเหล็กถักสูญเสียความแข็งแรง เกิดการงอตัวจากน้ำหนักอาคารและหลุดออกจากจุดยึด ทำให้อาคารแต่ละชั้นถล่มลงด้วยน้ำหนักของแต่ละชั้นเอง (Self Weight) หลังจากการชน 1 ชั่วโมง
การก่อสร้างใหม่ [แก้]
เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์มีแผนการก่อสร้างใหม่ในชื่อ Memory Foundations ซึ่งประกอบด้วยอาคารดังต่อไปนี้
- อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 1 (ชื่อเดิม คือ ฟรีดอมทาวเวอร์:Freedom Tower) สูง 1,776 ฟุต (541 ม.) มี 105 ชั้น เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2549 คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน พ.ศ. 2556 โดยมีการปรับปรุงแบบหลายครั้ง จนในที่สุดได้แบบสุดท้ายโดยสถาปนิกชื่อลิเบสกินด์ (Libeskind) และภูมิสถาปนิกชื่อ ปีเตอร์ วอล์คเกอร์ (Peter Walker) ผู้ออกแบบลานอนุสรณ์สถาน อ้างอิงเว็บไซต์การประกวดแบบ
- อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 2 (200 ถนนกรีนวิช) สูง 1,350 ฟุต (411 ม.) มี 79 ชั้น เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี พ.ศ. 2554
- อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 3 (175 ถนนกรีนวิช) สูง 1,240 ฟุต (378 ม.) มี 71 ชั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2557
- อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 4 (150 ถนนกรีนวิช) สูง 975 ฟุต (297 ม.) มี 64 ชั้น เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2551 คาดว่าจะแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2554
- อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 5 (130 ถนนลิเบอร์ที) สูง 743 ฟุต (226 ม.) มี 42 ชั้น
- อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 7 มีความสูง 741 ฟุต (226 เมตร) มี 52 ชั้น เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 ก่อสร้างแล้วเสร็จในต้นปี พ.ศ. 2549 โดยเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ในปีเดียวกัน
- อนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ 11 กันยายน แห่งชาติ มีความสูง 20 - 23 เมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2549 คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: World Trade Center (New York) |