เบ็นเท็น: พลังเอเลี่ยน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เบ็นเท็น: พลังเอเลี่ยน
Ben10AF LOGO.png
ผู้สร้าง Duncan Rouleau
Joe Casey
Joe Kelly
Steven T. Seagle
นักแสดงนำ Yuri Lowenthal
Dee Bradley Baker
Ashley Johnson
Greg Cipes
Paul Eiding
Kevin Conroy
Vicki Lewis
ต้นกำเนิด สหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกา
ภาษา ภาษาอังกฤษ(เสียงต้นฉบับ) , ภาษาไทย(ฉายในประเทศไทย)
จำนวนซีซัน 3
จำนวนตอน 46 (จบ) (รายชื่อตอน)
การผลิต
ความยาวตอน ประมาณ 22 นาที
การออกอากาศ
เครือข่าย/สถานี การ์ตูนเน็ทเวิร์ค (ในเครือทรูวิชั่นส์สำหรับประเทศไทย)
ออกอากาศ สหรัฐอเมริกา :18 เมษายน ค.ศ. 2008 - ปัจจุบัน
ไทย :2 มกราคม พ.ศ. 25523 ตุลาคม พ.ศ. 2553
รายการที่เกี่ยวข้อง
รายการก่อนหน้า เบ็นเท็น
รายการถัดไป เบ็นเท็น: อัลติเมทเอเลี่ยน
เว็บไซต์ทางการ
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
ข้อมูล IMDb
ข้อมูลสรุปจาก TV.com

เบ็นเท็น: พลังเอเลี่ยน (Ben 10: Alien Force) เป็นการ์ตูนทีวีแอนิเมชันของประเทศสหรัฐอเมริกา ผลิตโดย Man of Action (เป็นทีมประกอบด้วย Duncan Rouleau, Joe Casey, Joe Kelly และ Steven T. Seagle) สังกัด Cartoon Network Studios เป็นภาคต่อของเบ็นเท็น ออกฉายครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาในวันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 2008 ส่วนในประเทศไทยได้มีการฉายสองตอนแรกผ่านรายการเบ็นเท็นสุดสัปดาห์ในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 และฉายอย่างเป็นทางการในรายการศุกร์หรรษา วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2552 ทางช่องการ์ตูนเน็ทเวิร์ค ทรูวิชั่นส์ช่อง 29 สำหรับระบบอนาล็อก และช่อง 32 สำหรับระบบดิจิตอล

เรื่องราวของเบ็นเท็น: พลังเอเลี่ยนดำเนินต่อจากตอนจบของเบ็นเท็น 5 ปี เมื่อปู่แม็กซ์หายตัวไปจากการสืบคดีกับกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าไฮบรีดและอัศวินอมตะ เขาต้องร่วมมือกับเกวน ลูกพี่ลูกน้องของเขา และเควิน อดีตศัตรูที่มาร่วมมือกัน เพื่อช่วยเหลือปู่แม็กซ์ด้วยพลังใหม่จากออมนิทริกซ์

ตัวละคร[แก้]

ตัวละครหลัก[แก้]

เบ็น และ จูลี่
"เบ็น" เบ็นจามิน คาลบี้ เท็นนีย์สัน
ห้าปีผ่านไปจากตอนจบของเบ็นเท็น เบ็นถอดออมนิทริกซ์ออก ใช้ชีวิตแบบเด็กวัยรุ่นทั่วไป แต่เมื่อปู่แม็กซ์หายตัวไป เบ็นจึงต้องกลับมาสวมออมนิทริกซ์อีกครั้ง เบ็นในอายุ 15 ปีนั้นมีความเป็นผู้ใหญ่สูง เขาเลิกทะเลาะกับเกวน ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีมจากการเป็นผู้รักษาประตูให้ทีมฟุตบอลประจำโรงเรียน และเขาเริ่มชำนาญในการใช้ออมนิทริกซ์มากขึ้นและเคารพปู่แม็กซ์ยิ่งกว่าเดิม มีข้อเสียก็คือชอบหลงตัวเอง

เบ็นชอบน้ำผัก-ผลไม้ปั่นของ ร้าน Mr.Smoothy กับ เฟรนฟรายด์แซ่บเป็นพิเศษ

"เกวน" เกวนโดลิน เท็นนีย์สัน

เกวนในอายุ 15 ปีมีความชำนาญในเวทมนตร์มากขึ้น (ไม่ท่องร่ายคาถา ไม่ต้องใช้หนังสือจด เวลาสร้างเกราะป้องกัน จะเป็นเกราะลักษณะคล้ายกับแก้วสีชมพู และเวลาสร้างบันไดเวทมนตร์จะเป็นบันไดสีชมพู) และใช้ประโยชน์ได้หลายทางมากขึ้น (เช่น แกะรอย,นำทาง) มีความเป็นผู้ใหญ่และสงบเสงี่ยมมากขึ้นกว่าเดิม เกวนมีความสามารถด้าน คาราเต้ และ เก่งเรื่องการเรียน และ เธอเลิกทะเลาะกับเบ็นเหมือนตอนเด็กๆ เกวน ชอบดอกไม้เคอร์ซัส และ กุหลาบสีเหลืองเป็นอย่างมาก
เควิน และ เกวน
เควิน อีธาน เลวิน
อดีตศัตรูเก่าของเบ็นที่ออกมาจากมิตินัลได้ได้กลายมาเป็นนักค้าอาวุธในภาคนี้เขาอายุ 16 ปี เขาถูกพวกไฮบรีดและอัศวินอมตะหักหลัง จึงร่วมเดินทางกับเบ็นเพื่อชดใช้ความผิด แต่เหตุผลที่แท้จริงคือเขาต้องการจะเป็นช่างประปาเหมือนพ่อของเขา ตอนนี้เขามีความสามารถในเปลี่ยนสสารตัวเองให้เป็นไปตามที่มือเขาสัมผัสได้ (สัมผัสเหล็กก็กลายเป็นเหล็ก, สัมผัสดินก็กลายเป็นดิน)แต่ในตอนล่าสุด เควินพยายามจะเจาะออมนิทริกซ์แล้วเกิดโอเวอร์โหลด ทำให้ร่างกายเขากลายเป็นสสารทุกชนิดที่เขาเคยสัมผัสผสมปนกันไปทั่วร่างกายและไม่สามารถคืนร่างได้แต่ได้ความสามารถใหม่มาแทน คือ สามารถเปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็นอาวุธ แต่เมื่อออมนิทริกซ์ได้ทำลายตัวเอง (จากตอน The Final Battle Part 2) เควินก็กลับมาเป็นคนปกติ เควินหลงรักเกวนแต่ไม่เคยบอก จนทำให้เกวนห่างเหินเควินบ้างในบางครั้ง เควินกลับตัวกลับใจเป็นฝ่ายดี และ เลิกสู้กับเบ็น และทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เควิน มีนิสัยชอบการต่อสู้ และ รักรถซิ่งของเขามากๆจึงไม่อนุญาตให้ใครขับทั้ง้นั้น
จูลี่ ยามาโมโตะ
จูลี่ เพื่อนอายุ 15 ปี วัยเดียวกับ เบ็น และ เกวน เธอเป็นคนรู้ความจริงเกี่ยวกับพลังทั้ง 3 คน และเป็นแฟนกับ เบ็น เธอมีนิสัยรักสัตว์และจะคอยช่วยเหลือทั้ง 3 คน โดยเข้าร่วมฉากตอนในบางครั้ง และ มีชิพเป็นสัตว์เลี้ยงในการต่อสู้ จูลี่ชอบกินเฟรนฟรายด์แซ่บเหมือนเบ็น และชอบกีฬาด้าน เทนนิส

"แม็กซ์" แม็กซ์เวลล์ เท็นนีย์สัน

ปู่แม็กซ์ใน 5 ปีข้างหน้าต้องออกเดินทางเพื่อสืบคดีพวกไฮบรีดและหายตัวไป (เป็นปู่ของ เบ็น และ เกวน) โดยเขาได้ปรากฏตัวออกมาในบางตอนเพื่อช่วยพวกเบ็น กับ เหล่าร้ายที่รวมตัวกันที่เยอะเกินกว่า ทั้ง 3 จะสู้ได้ ปู่แม็กซ์ได้บุกเข้าไปในฐานทัพของไฮบรีดเพื่อจะระเบิดทั้งฐานในรัศมี 100 ไมล์ด้วยระเบิดที่ได้จากการถอดเลนส์ของปืนเปิดประตูมิตินอล แต่ตัวเองก็ต้องระเบิดไปด้วย ในตอนต่อมาเบ็นพบว่า ปู่แม็กซ์ไม่ได้ถูกระเบิดระเบิดทึ้งไปแต่ถูกส่งมาในมิตินอลแทน และปู่แม็กซ์ก็พบว่า นาวอยด์ (Dr. Animal)ที่มีพลังมหาศาลจะแหกประตูมิตินอลออกไป ด้วยความช่วยเหลือของเบ็นและเอเลี่ยนที่อยู่ในนั้นทำให้สามารถเอาชนะมาได้ แต่ปู่แม็กซ์ปฏิเสธที่จะออกจากมิตินอลเพราะต้องการดูแลที่นี้ไปอีกซักพัก ภายหลังปู่แม็กซ์ก็ออกมาได้
ชิพ
สัตว์ต่างดาวชนเผ่ากัลวานิคเมคโคมอร์ฟซึ่งถูกแบ่งร่างมาจากชาวกัลวานิคเมโครมอร์ฟที่ชื่อเบเซลเพื่อขอความช่วยเหลือแล้วยกให้เบ็นเลี้ยงดู ถูกเลี้ยงโดยจูลี่ นอกจากจะสามารถรวมตัวกับเทคโนโลยีอื่นยังสามารถแปลงร่างเป็นสิ่งที่เคยรวมตัวแล้วอีกด้วย เช่น เครื่องปิ้งขนมปัง ลูกบอล ยานรบ เรือดำน้ำ

ตัวละครรอง[แก้]

อลัน
ลูกหลานของช่างประปาที่เบ็นเจอเป็นคนแรก สามารถแปลงร่างเป็น "ฮีทบราสท์" ได้ แต่ถ้าหากอยู่ในอากาศที่เย็นเกินไปจะไม่สามารถแปลงร่างได้ เขาได้ตราช่างประปามาจากพ่อของเขาซึ่งคาดว่าจะเป็นเอเลี่ยนสายพันธุ์เดียวกับฮีทบราสท์ เอเลนมีความแบบเดียวกับฮีทบราสท์ทุกอย่างเว้นแต่เขาบินไม่เก่ง(แต่ดูแล้ว เขาท่าทางจะบินเก่งกว่าเบ็นซะอีกเวลาถูกกดดัน)แต่เบ็นก็ได้สอนให้เขาใช้หินเป็นพาหนะแทน
ไมเคิล
ไมเคิล หรือ มอร์นิ่งสตาร์ ลูกหลานช่างประปาอีกคน สามารถยิงลำแสงที่เปล่งประกายได้ เวลาเหาะไปไหนก็มีแสงคลุมรอบตัว แหล่งพลังงานของเขา คือ พลังของผู้หญิง ทำให้ไมเคิลสนใจเกวนเป็นพิเศษและหลอกดูดพลังของเกวนไปแต่เกวนก็เรียกพลังคืนมาได้และถูกตัดสิทธิในการเป็นช่างประปา ในตอนต่อมาไมเคิลกลับมาอีกครั้งในชื่อของ ดาร์คสตาร์ คราวนี้เขาสามารถดึงพลังของทุกคนมาได้แม้แต่พลังของเบ็นและเควินเขาใส่หน้ากากเหล็กเพื่อปิดบังใบหน้าของเขา ต่อมาถูกจองจำในมิตินอลภายหลังก็ถูกปล่อยออกมาเพื่อมาช่วยเบ็นรบกับกองทัพไฮบรีดในตอนล่าสุด
เวอโดน่า
ภรรยาของปู่แม็กซ์และเป็นย่าแท้ๆของเบ็นและเกวน เธอเป็นเอเลี่ยนจากต่างดาวชื่อว่า เอนโนได ที่มีอำนาจเวทมนตร์ เป็นสาเหตุที่เกวนใช้เวทมนตร์ได้ ทำให้ย่าเวอโดน่าต้องการจะพาเกวนกับดาวบ้านเกิดแต่เกวนปฏิเสธและบอกถึงความรู้สึกดีๆที่มีให้คนรักเหมือนย่าเวอโดน่ากับปู่แม็กซ์ทำให้เธอเปลี่ยนใจยอมให้เกวนอยู่ทีโลกต่อ
แคช & เจ.ที.
เพื่อนๆของเบ็นจากภาคก่อน ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันแต่มีนิสัยชอบเล่นชอบแกล้งเหมือนเดิม เมื่อถูกเบ็นดูถูกและโดนหัวเราะจากเพื่อนๆทำให้แคชไม่ชอบเบ็นซักเท่าไร


พาราดอกซ์
นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลองเกี่ยวกับแร่ควอร์ดแล้วเกิดการผิดพลาดจนทำให้ตัวเองกลายเป็นมนุษย์กาลเวลาและเป็นอมตะ เคยร่วมมือกับเบ็นช่วยโลกไว้หลายต่อหลายครั้ง
คูเปอร์
เพื่อนเบ็นและเกวนจากภาคเก่า คูเปอร์สามารถเคลื่อนสิ่งของและสร้างเทคโนโลยีด้วยพลังจิตแล้วยังสามารถก๊อปปี้ความสามารถของออมนิทริกซ์มาสร้างเป็นอาวุธได้ด้วย เช่น คูเปอร์เห็นเบ็นกำลังซ่อมแซมรหัสพันธุกรรมอยู่ทำให้สามารถเปลี่ยนหุ่นยนต์ของตนให้กลายเป็นปืนที่หากยิงพวก DNAlien จะทำให้พวกมันกลายเป็นมนุษย์ตามเดิม มักจะเก็บตัวอยู่ในห้องทดลองของตัวเองตลอดเวลาเพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ปัจจุบันจะเห็นว่าคูเปอร์อ้วนขึ้นและเขายังแอบชอบเกวนอีกด้วย
แอสมัท
ผู้สร้างออมนิทริกซ์ สายพันธุ์กัลวิ่น(เกรย์ แมตเตอร์) มีนิสัยทะนึงตัว
อัลบีโด่
ลูกน้องอีกคนของแอสมัท สายพันธุ์กัลวิ่น(เกรย์ แมตเตอร์) เขาแอบสร้างออมนิทริกซ์ของตัวเองอย่างลับๆและพอเขาสวมมัน ออมนิทริกซ์ของเบ็นที่เป็นต้นแบบก็ส่งรหัสพันธุกรรมมาที่ออมนิทริกซ์ของอัลบีโด่ ทำให้เขากลายร่างเป็นเบ็นและยังมีนิสัยท่าทางทุกอย่างเหมือนกับเบ็นอีกด้วย เช่น ชอบกินเฟรนด์ฟรายแซ่บ อัลบีโด่ต้องการคืนร่างเดิมจึงไปหาเบ็นเพื่อเอาออมนิทริกซ์ของเบ็นมาแก้ไขรหัสพันธุกรรมของตนระหว่างการต่อสู้ออมนิทริกซ์ของทั้งคู่เกิดคำนวณรหัสพันธุกรรมของกันและกันและปล่อยพลังออกมาทำให้อบีโด่เปลี่ยนรูปร่างไปเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในรูปเบ็น แล้วแอสมัทก็มาและปิดออมนิทริกซ์ของอัลบีโด่ ทำให้เขาติดอยู่ในร่างเบ็นตลอดกาล

เหล่าร้าย[แก้]

ไฮบรีด
ศัตรูตัวฉกาจของเบ็น โดยไฮบรีดเป็นหัวหน้าของเหล่า ดีเอ็นเอเลี่ยน สามารถบินได้ และแข็งเกร่งที่จะเอาชนะ เป็นตัวร้ายที่เก่งกาจที่สุดที่เบ็นสู้ด้วย แต่มีไฮบรีดที่ชื่อ ไรน์นี่ (เบ็นตั้งชื่อให้)จากตอน Alone Togetherและชาวdnaเลี่ยน ที่ได้สัญญาเป็นพันธมิตรกับเบ็นในตอน War of the worlds:Part 2
DNAlien (ดีเอ็นเอเลี่ยน)
เป็นศัตรูตัวร้ายของเหล่าช่างประปา สามารถปล่อยเมือกเหลว ให้ติดหนึบกับเหยื่อ ชอบอยู่ที่เย็นๆ และ และในฤดูกาลแรกๆ มักเห็นดีเอ็นเอเลี่ยนจะสร้างหอคอยปรับอากาศยักษ์ เดิมที DNAlien ทุกตัวคือมนุษย์ที่ถูกครอบงำด้วยตัวซีโนไซท์ ( ดูได้ในตอน Max Out) ปัจจุบันเบ็นได้ใช้ระบบใหม่ในออมนิทริกซ์ซ่อมแซมรหัสพันธุกรรมพวก DNAlien ให้กลับเป็นมนุษย์ได้ส่วนหนึ่ง
อัศวินอมตะ
ศัตรูตัวร้ายของ เบ็น และ เกวน จากภาคเก่า เบ็นเคยร่วมมือกับพวกอัศวินอมตะเพื่อจะจับมังกรที่หนีไป แต่เบ็นมารู้ทีหลังมามังกรตัวนั้นก็คือเอเลี่ยนจากต่างดาวและต้องการจะกลับบ้าน เบ็นจึงทรยศพวกอัศวินอมตะแล้วปล่อยให้มังกรขี่ยานอวกาศหนีไป

ร่างเอเลี่ยน[แก้]

ดูบทความหลักที่:ออมนิทริกซ์#เอเลี่ยนในเบ็นเท็น

รายชื่อตอน[แก้]

ดูบทความหลักที่: รายชื่อตอนในเบ็นเท็น: พลังเอเลี่ยน

ดีวีดี[แก้]

ลิขสิทธิ์ดีวีดีและวีซีดีในประเทศไทยเป็นของบริษัท MVD จำกัด และใช้ชื่อเรื่องว่า เบ็นเท็น: เอเลี่ยนฟอร์ซ (ทับศัพท์ภาษาอังกฤษ)

ชุดที่ จำนวนตอน วันวางจำหน่าย (สหรัฐอเมริกา) วันวางจำหน่าย (ไทย)
1 5 (1-5) 21 ตุลาคม ค.ศ. 2008 กันยายน พ.ศ. 2552
2 4 (6-9) 13 มกราคม ค.ศ. 2009 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
3 4 (10-13) 7 เมษายน ค.ศ. 2009 มกราคม พ.ศ. 2553
4 5 (14-18) 1 กันยายน ค.ศ. 2009 มีนาคม พ.ศ. 2553
5 4 (19-22) 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2009 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
6 4 (23-26) 30 มีนาคม ค.ศ. 2010 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
7 6 (27-32) 29 มิถุนายน ค.ศ. 2010 กันยายน พ.ศ. 2553

เบ็นเท็น: ฝูงมฤตยูเอเลี่ยน (เบ็นเท็น: ฝ่าวิกฤติชิปมรณะ)[แก้]

ภาพยนตร์คนแสดงของเบ็นเท็น: พลังเอเลี่ยน ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Ben 10: Alien Swarm กำกับโดย Alex Winter นำแสดงโดย Ryan Kelly เป็นเบ็น Nathan Keyes เป็น เควิน Galadriel Stineman เป็น เกวน Barry Corbin เป็น ปู่แมกซ์ (แต่เดิมจะให้ Lee Majors เล่น แต่ปฏิเสธ) และ Alyssa Diaz เป็นตัวละครใหม่ เอเลน่า

เรื่องราวในภาพยนตร์จะเป็นเรื่องราวที่พวกของเบ็นได้พบกับเอเลน่า อดีตเพื่อนร่วมทีมและได้เข้าไปพัวพันกับชิปปริศนาที่มีความสามารถในการเข้าครอบงำมนุษย์ได้ ขณะที่เกวนและเควินไม่เชื่อใจเอเลน่าเพราะเธอเป็นลูกสาวของอดีตช่างประปาที่ทรยศองค์กร เบ็นกลับเชื่อใจเอเลน่าและออกตามหาพ่อของเธอซึ่งเกี่ยวข้องกับชิป

ฉายทางโทรทัศน์ในประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 2009 ฉายในประเทศไทยในวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ส่วนลิขสิทธิ์ดีวีดีและวีซีดีในประเทศไทยจะใช้ชื่อภาษาไทยว่า เบ็นเท็น: ฝ่าวิกฤติชิปมรณะ

เบ็นเท็น: อัลติเมทเอเลี่ยน[แก้]

การ์ตูนเน็ตเวิร์คได้ประกาศภาคที่สามของเบ็นเท็น ในชื่อ เบ็นเท็น:อัลติเมทเอเลี่ยน โดยจะฉายต่อจากตอบจบของเบ็นเท็น: พลังเอเลี่ยนในปีค.ศ. 2010 เป็นเรื่องราวของเบ็นในอายุ 16 ปี ซึ่งตอนนี่ความลับเอเลี่ยนของเขาได้ถูกเปิดเผย ทำให้เบ็นกลายเป็นฮีโร่ซูเปอร์สตาร์ พร้อมด้วยออมนิทริกซ์รูปแบบใหม่ ซึ่งในซีซันแรกจะมีจำนวนตอนทั้งหมด 20 ตอน

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]