เต่าเสือดาว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เต่าเสือดาว
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordate
ชั้น: Sauropsida
อันดับ: Testudines
อันดับย่อย: Cryptodira
วงศ์: Testudinidae
วงศ์ย่อย: Testudininae
สกุล: Stigmochelys
Gray, 1873
สปีชีส์: S. pardalis
ชื่อทวินาม
Stigmochelys pardalis[1][2]
(Bell, 1828)
ชนิดย่อย
ชื่อพ้อง[3]
เต่าเสือดาวขนาดใหญ่ในนามิเบีย
ลูกเต่าวัย 1 เดือนบนฝ่ามือ

เต่าเสือดาว (อังกฤษ: Leopard tortoise; ชื่อวิทยาศาสตร์: Stigmochelys pardalis) สัตว์เลื้อยคลานประเภทเต่าชนิดหนึ่ง จัดเป็นเต่าบก (Testudinidae) ชนิดหนึ่ง

ศัพทมูลวิทยา[แก้]

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของเต่าเสือดาว มาจากภาษากรีก 2 คำ คือคำว่า Stigma หมายถึง "การกำหนด" หรือ "จุด" และคำว่า Chelone(Χελωνη) หมายถึง "เต่าบก" ขณะที่ชื่อชนิดคำว่า pardus เป็นภาษาลาติน หมายถึง "เสือดาว" โดยหมายถึงลวดลายคล้ายลายเสือดาวบนกระดอง

ลักษณะและพฤติกรรม[แก้]

เต่าเสือดาว นับเป็นเต่าบกเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Stigmochelys[4] นับเป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจาก เต่ากาลาปากอส, เต่าอัลดาบร้า และเต่าซูลคาต้า โดยมีขนาดกระดองยาวได้ถึง 23 นิ้ว (54.42 เซนติเมตร) ซึ่งโดยปกติตัวผู้มักจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย กระดองจะมีลายเป็นจุดแต้มสีดำบนผิวกระดองพื้นสีอ่อน จุดแต้มนี้มีทั้งที่มีขนาดใหญ่กระจายอยู่ห่างกันและที่อยู่ใกล้กัน โดยแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดย่อย คือ

  • Stigmochelys pardalis babcocki (เต่าเสือดาวธรรมดา) เป็นชนิดที่พบได้ทั่วไป กระดองจะมีลักษณะกลมมนและเป็นโดมสูง
  • Stigmochelys pardalis pardalis (เต่าเสือดาวแอฟริกาใต้) เป็นชนิดที่พบได้ในแอฟริกาใต้ มีลักษณะรูปทรงกระดองไม่เป็นโดมเท่าแต่มีความยาวรีกว่า [4]

นอกจากนี้แล้ว เต่าเสือดาวที่พบในแอฟริกาใต้มีลักษณะเฉพาะอีกประการหนึ่ง นั่นคือ ผิวหนังจะมีการตกกระ โดยมีจุดดำเล็ก ๆ กระจายตามผิวหนัง กระนี้เห็นได้ชัดในลูกเต่าที่เพิ่งฟักจากไข่และเต่าวัยอ่อนก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น ลูกเต่าที่เพิ่งฟักจากไข่จะมีลวดลายจำเพาะบนกระดอง เป็นลายจุด 2 จุดซึ่งจะอยู่บนแผ่นกระดองแต่ละแผ่น (หรืออาจกินพื้นที่มากกว่าหนึ่งแผ่น) เหมือนจุดแฝด จุดแฝดดังกล่าวจะค่อย ๆ เลือนหายไปเมื่อเต่าโตขึ้นเช่นกัน แต่จำนวนจุดคู่บนแผ่นกระดองของเต่าแต่ละตัวจะไม่เท่ากัน เต่าบางตัวอาจจะมีมากแต่บางตัวก็อาจจะไม่มีเลย แม้กระทั่งเต่าที่ฟักออกมาจากครอกเดียวกันบางตัวก็มีลายจุดบนกระดองในขณะที่บางตัวไม่มี

เต่าเสือดาว เป็นเต่าที่กินพืชเป็นอาหาร โดยมีหญ้าและผักใบเขียวเป็นอาหารหลัก นอกจากนี้แล้วยังสามารถกินลูกแพร์หนาม ตลอดจนลำต้นและผลของต้นพืชอวบน้ำได้ด้วย โดยมีพฤติกรรมหาของกินตลอดทั้งวัน เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 12-15 ปี

พบกระจายพันธุ์ในพื้นที่แห้งแล้งของทวีปแอฟริกา ตั้งแต่แอฟริกาใต้สะฮาราลงมาในหลายประเทศ เต่าเสือดาวที่พบในแอฟริกาใต้ พบได้ในจังหวัดเคป และบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐออเรนจ์ฟรี โดยมีรายงานว่าพบมีการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์ระหว่างชนิดย่อยทั้ง 2 ชนิดกันด้วย[1]

ในที่เลี้ยง[แก้]

เต่าเสือดาว นับเป็นเต่าบกอีกชนิดหนึ่งที่มีความสวยงาม จึงนิยมเลี้ยงกันเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์แปลกหรือสัตว์ต่างถิ่น ในที่เลี้ยงเต่าสามารถเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้เพียง 6 ปี พฤติกรรมในการผสมพันธุ์จะเริ่มจากเต่าตัวผู้จะเป็นฝ่ายเปล่งเสียงคำรามออกทางจมูก หลังผสมพันธุ์ตัวเมียจะวางไข่ซึ่งมีจำนวนระหว่าง 5-18 ฟอง โดยการขุดรูฝังไว้ใต้ทราย เต่าเสือดาวแอฟริกาใต้ ขยายพันธุ์ในสถานที่เลี้ยงได้ยากกว่าเต่าเสือดาวธรรมดา

ไม่บ่อยนักที่ไข่เต่าเสือดาวจะฟักเป็นตัวในตู้ฟัก โดยส่วนใหญ่การเพาะขยายพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จมักเกิดขึ้นเมื่อไข่เต่าถูกฝังทิ้งไว้ในพื้นดิน ภายใต้อากาศซึ่งใกล้เคียงกับที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของเต่าเสือดาว แต่อย่างไรก็ดีมีผู้เพาะพันธุ์เพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่สามารถเพาะขยายพันธุ์เต่าเสือดาวได้ในสถานที่เลี้ยง[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Turtles of the World: Annotated Checklist of Taxonomy and Synonymy, December 2010
  2. Fritz, U.; Bininda-Emonds, O. R. P. (2007-07-03). "When genes meet nomenclature: Tortoise phylogeny and the shifting generic concepts of Testudo and Geochelone". Zoology (Elsevier) 110 (4): 298–307. doi:10.1016/j.zool.2007.02.003. PMID 17611092. 
  3. Fritz Uwe; Peter Havaš (2007). "Checklist of Chelonians of the World". Vertebrate Zoology 57 (2): 294–295. Archived from the original on 2010-12-17. สืบค้นเมื่อ 29 May 2012. 
  4. 4.0 4.1 Branch, Bill (2008). Tortoises, Terrapins & Turtles of Africa. South Africa: Struik Publishers. p. 128. ISBN 1-77007-463-5.
  5. Kindersley, Dorling (2001,2005). Animal. New York City: DK Publishing. ISBN 0-7894-7764-5.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]