เซเนกา (ผู้ลูก)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
รูปแกะสลักโบราณครึ่งตัวของเซเนกาผู้ลูก (พิพิธภัณฑ์โบราณคดี เบอร์ลิน)

เซเนกาผู้ลูก มีชื่อเต็มว่า ลูเซียส แอนเนอุส เซเนกา (Lucius Annaeus Seneca มักเรียกโดยทั่วไปว่า Seneca หรือ Seneca the Younger- ประมาณ พ.ศ. 140 หรือ 4 BC - พ.ศ. 608) นักเขียน เจ้าลัทธิสโตอิกโรมัน นักปรัชญา รัฐบุรุษ นักเขียนบทละคร และมีงานหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นนักเขียนเรื่องขำขัน บุรุษแห่งยุคเงินทางวรรณกรรมละติน (Silver Age of Latin literature)


เนื้อหา

ประวัติ [แก้]

เซเนกาผู้ลูก เกิดที่เมืองคอร์ดูบา ฮิสปาเนย (แหลมไอบีเรีย ซึ่งปัจจุบันคือประเทศสเปนและโปรตุเกส) เซเนกาเป็นบุตรคนที่ 2 ของ เฮลเวีย และ มาร์คัส (ลูซิอุส) แอนเออุส เซเนกา นักวาทศิลป์ผู้มั่งคั่งผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในนามของ "เซเนกาผู้บิดา" เซเนกาเป็นนักพูดยอดเยี่ยมตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ เริ่มอาชีพด้านกฎหมายและการเมือง มีชื่อเสียงมากไม่ใช่เฉพาะด้านกฎหมายแต่ยังเป็นนักเขียนที่มีความสามารถ แต่ไม่เป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิคาลิกูลา เท่าใดนัก

ในปี พ.ศ. 584 รัชสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุส จักรพรรดิองค์ต่อมา เซนากาถูกเนรเทศไปอยู่ที่เกาะคอร์ซิกา ซึ่งเขาก็ยังคงสอนปรัชญาและวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ปี พ.ศ. 592 เซเนกาได้รับเชิญให้กลับมาเป็นอาจารย์สอนมกุฎราชกุมาร ซึ่งต่อมาคือจักรพรรดิเนโร ซึ่งถือว่าเป็นเซเนกาเป็นที่ปรึกษาให้กับเนโร เขาได้อบรมสั่งสอนจักรพรรดิในเรื่องศิลปะการปกครอง และยึดหลักขันติ หิริโอตัปปะ ผสมไปกับ อหิงสา รวมๆ กันเรียกว่า ปรัชญญาสโตอิก (stoic philosophy) ซึ่งเป็นหลักธรรมที่สอนให้ผู้คนในยุคก่อนคริสตกาลให้รู้จักอดทน กำจัดตัณหาและราคจริตให้หมดไป

ในปี พ.ศ. 594 เซเนกาสมรสกับสตรีที่ผู้ทรงอิทธิพลและได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้พิพากษาในสมัยนั้น ยุคต้นของสมัยจักรพรรดิเนโร เซเนกาเป็นขุนนางที่มีชื่อเสียงและมีอำนาจมาก แต่ศัตรูของเขาพยายามยุแหย่ให้จักรพรรดิเนโรมองเขาในแง่ร้าย จนในปี พ.ศ. 605 เซเนกาได้ลาออกจากการเป็นขุนนาง หันมาทุ่มเทงานเขียนด้านปรัชญา

งานของเซเนกา [แก้]

ช่วงที่เขากำลังรุ่งเรืองนั้น เขาไดินิพนธ์บทละครประเภทโศกนาฏกรรม (Tregedy)เอาไว้ถึงเก้าเรื่องด้วยกัน และเรื่องกินใจที่มีผู้คนอ่านมากที่สุด เห็นจะได้แก่เรื่อง Thyestes ซึ่งมีเนื้อหาตอนหนึ่ง เล่าถึงตัวละครชายผู้เป็นบิดาที่นั่งกินเลี้ยงอยู่ในงานฉลอง โดยมิได้ล่วงรู้เลยว่า อาหารจานหลักนั้น เป็นเนื้อของลูกชายของตนเอง

เมื่อเนโรได้ครองบังลังค์ในปี พ.ศ. 597 ก็ได้ให้ความเชื่อถือเซเนกายิ่งกว่าที่ปรึกษาคนอื่นๆ แต่หลังจากนั้น 8 ปี เซเนกาก็หลุดจากตำแหน่ง อาจเป็นเพราะนโยบายของเขานั้นนิ่มนวลเกินไป ไม่เคยเกะกะรุกรานฝ่ายค้าน และเนโรซึ่งมีนิสัยบุ่มบ่ามจึงไม่ชอบนัก

เซเนกาผู้ลูก ซึ่งถือเป็นนักปรัชญาในกลุ่มสโตอิค ได้เขียนถึงลูซิลิอุส (ในจดหมายฉบับที่ 55) ไว้ว่า


"ที่ที่เราอยู่นั้นแม้ไม่อาจช่วยให้เรามีจิตสงบได้แต่จิตวิญญาณต่างหากที่ทำให้ทุกสิ่งเป็นที่พึงใจสำหรับเราข้าเคยพบเห็นผู้ซึ่งหม่นหมองเศร้าสร้อยในคฤหาสน์อันเต็มไปด้วยความรื่นเริง และผู้ที่เก็บตัวอยู่สันโดษ แต่ดูราวกับจะออกลุกขึ้นวิ่งอยู่กระนั้น ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดให้ท่านคิดเอาว่า ท่านไม่สามารถสงบจิตได้เท่าที่ควร เพียงเพราะท่านมิได้อยู่ในแคมปาเนีย"


"เหตุใดท่านจะไม่สามารถทำได้เพราะเรื่องนั้นเล่าส่งกระแสความคิดของท่านเดินทางมายังที่นี่สิไม่มีสิ่งใดดอกที่จะห้ามไม่ให้ท่านได้เข้าร่วมสังสรรค์กับเหล่าเพื่อนผู้อยู่ห่างไกลบ่อยครั้งได้เท่าที่ท่านต้องการ และเนิ่นนานได้ดังที่ท่านปรารถนาความรื่นรมย์จากการสมาคมซึ่งไม่มีสิ่งใดเทียบเทียมได้นั้นเป็นความรื่นรมย์ที่เราได้รับมากยิ่งขึ้นเมื่ออยู่ห่างไกลกันด้วยการมีเพื่อนอยู่ด้วยนั้นทำให้เราเหลิงเหตุเพราะเราพูดคุยกันเดินไปด้วยกันนั่งอยู่ด้วยกันได้ทุกเมื่อยามแยกจากกันไปเราก็ไม่ได้นึกถึงผู้ที่เราเพิ่งได้พบมาแม้แต่น้อยเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงควรอดทนรับสภาพยามมิได้พบปะกันก็คือความจริงที่ว่าพวกเราทุกคนล้วนละห่างจากเพื่อน แม้พวกเขาจะอยู่ใกล้แถวนั้นก็ตาม เราละจากเพื่อนในค่ำคืนที่อยู่ห่างกันในการกระทำกิจทั้งหลายที่ทำให้แต่ละคนมีธุระยุ่งอยู่เป็นนิจไปจนถึงในยามที่เราศึกษาอยู่ลำพังเป็นส่วนตัวและยามเราออกเดินทางสู่ชนบทแล้วท่านจะเห็นว่าช่วงเวลายามอยู่ต่างแดนนั้นมิได้เพิกถอนสิทธิเรามากเท่าใดนักดอก"


"การถือครองสิทธิในตัวเพื่อนนั้นควรเป็นการถือครองสิทธิทางจิตวิญญาณจิตวิญญาณมิเคยห่างหายจิตวิญญาณพบผู้ใดก็ได้ตามต้องการทุกๆวันดังนั้นขอให้ท่านได้ศึกษาร่วมกับข้าได้ทานอาหารร่วมกับข้า และได้เดินไปกับข้าด้วยชีวิตคงเป็นสิ่งจำกัดเหลือเกินหากมีสิ่งใดก็ตามมาขวางกั้นจินตนาการข้าพบท่านท่านลูซิลิอุสข้าได้ยินท่านณชั่วขณะนี้ข้ารู้สึกว่าท่านอยู่ณที่นี้จนข้าอดสงสัยไม่ได้ว่าข้าไม่ควรเริ่มเขียนบันทึกฝากถึงท่านแทนจดหมายหรืออย่างไรกัน!”


ความตายอันน่าเศร้าของเซเนกา [แก้]

ภาพเขียน"ความตายของเซเนกา" โดยลูกา จิออดาโน, (พ.ศ. 2227)

ในปี พ.ศ. 608 เซนกาผู้ลุกถูกกล่าวหาว่าเขียนงานพาดพิงถึงจักรพรรดิเนโร ในที่สุดเขาได้ปลิดชีพตัวเองตามพระประสงค์ของจักรพรรดิ เพราะยึดมั่นในลัทธิ สโตอิก ซึ่งสอนให้ยอมรับทุกอย่างแต่โดยดี เขาใช้มีดโกนเฉือนเส้นเลือดใหญ่ ปล่อยให้โลหิตไหลรินออกจากร่างกายอย่างช้าๆ และสิ้นชีวิตอย่างเงียบๆ แนวคิดของเซเนกายึดหลักลัทธิสโตอิก เน้นคุณธรรม ได้แก่การเสนอแนวคิดและคำคมต่างๆ มากมาย อาทิ การเรียนรู้ชีวิตที่ไม่ใช่เฉพาะแค่ในโรงเรียน, ผู้ที่มีไม่มากไม่ใช่คนจน คนจนคือผู้ที่อยากมีโดยไม่รู้จักพอ

งานเขียนที่ชื่อว่า เดอ คลีเมนเทีย (De Clementia) เขียนถึงจักรพรรดิเนโร บ่งบอกคุณลักษณะของจักรพรรดิที่แท้จริงซึ่งต้องมีเมตตาเป็นอำนาจสูงสุด งานเขียนของเขาทรงอิทธิพลต่อนักคิดนักเขียนในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 16 และ 18 อาทิ คาลวิน มองแตน รุสโซ ฯลฯ

ดูเพิ่ม [แก้]

อ้างอิง [แก้]

  • Cassius Dio claims Seneca and Burrus "took the rule entirely into their own hands,", but "after the death of Britannicus, Seneca and Burrus no longer gave any careful attention to the public business" in 55 (Cassius Dio, Roman History, LXI.3-7)

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]