เครื่องเงินวัวลาย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพเครื่องเงินวัวลาย

เครื่องเงินวัวลาย ตำนานผลิตภัณฑ์เครื่องเงินในการทำเครื่องเงิน ของบ้านศรีสุพรรณนั้น ปรากฏหลักฐานตั้งแต่ครั้งพญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่ ซึ่งสร้างความสัมพันธ์กับพุกาม และเจรจาขอช่างฝีมือ มายังเมืองเชียงใหม่ เพื่อฝึกเป็นอาชีพเสริมให้กับประชาชน ทำให้เชียงใหม่มีช่างหัตถกรรมพื้นบ้านที่ได้รับการฝึกฝนและมีการสืบทอดต่อเนื่องกันตลอดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำเครื่องเงินของช่างบ้านศรีพรรณ ผู้ตีขันเงิน จะสลักลวดลายบนขันเงิน เป็นช่างในคุ้มหลวงเมืองเชียงใหม่ในอดีต และได้นำมาถ่ายทอดอย่างต่อเนื่องให้ลูกหลานจนสามารถเป็นช่างฝีมือ จนเป็นที่ยอมรับและได้ขยายแหล่งที่ผลิตเครื่องเงิน ไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ เช่นบ้านหารแก้ง อำเภอหางดง บ้านแม่หย้อย อำเภอสันทราย ซึ่งได้พัฒนารูปแบบลวดลายไปมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันเครื่องเงิน ได้พัฒนาไปมากรวมทั้งลวดลายก็ได้พัฒนาสู่วิถีชีวิตที่หลากหลายมากขึ้นเช่นกัน (ตำนานผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน-คัวเนียม และโลหะดุนลาย, 2549)

ในอดีตก่อนปี พ.ศ. 2500 ชาวบ้านวัวลายจะประกอบอาชีพทำนากันเป็นส่วนใหญ่ เมื่อว่างเว้นจากการทำนาก็จะเป็นช่างฝีมือประกอบชีพทำเครื่องเงินตามที่ไดรับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษโดยจะใช้แรงงานของสมาชิกในครอบครัว และเกือบทุกบ้านจะมีโรงงานขนาดเล็กประจำอยู่ที่บ้าน เรียกว่า “เตาเส่า”

สมาชิกในครอบครัวจะช่วยกันทำเครื่องเงินเพื่อใช้สอยในชีวิตประจำวัน และเพื่อการค้า โดยจะไปซื้อแร่เงินจากร้านคนจีนในตัวเมืองเชียงใหม่ จากนั้นจะนำแร่เงินมาตี-ขึ้นรูป ตามประเภทของผลิตภัณฑ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะทำสลุง ขันล้างหน้า พาย ถาด โดยมากผู้ที่ทำหน้าที่เป็นช่างตีและขึ้นรูป จะใช้แรงงานชายได้แก่ พ่อ สามี ลูกชาย ส่วนผู้หญิงคือแม่ และลูกสาว จะรับหน้าที่เป็นช่างแกะลาย และนำเครื่องเงินไปขาย (วัวลาย หมื่นสาร ศรีสุพรรณ นันทาราม จากวัดศรีสุพรรณ, (ม.ป.ป.)

วัสดุในการผลิต[แก้]

  • เงิน 100 % สั่งซื้อโดยตรงจากโรงงานถลุงเงิน
  • เงินแถบ 90% พบได้ในประเทศพม่าและอินเดีย และจากเครื่องเงินเก่าโบราณ

อุปกรณ์และเครื่องมือในการผลิต[แก้]

อุปกรณ์ในการใช้ทุบตี
  1. ค้อนเหล็ก มีหลายขนาดหลายชนิด
  2. แท่นเหล็ก หรือแผ่นไม้ใช้รองตี
อุปกรณ์ในการขัด
  1. แปรงทองเหลือง และฝอยขัดหม้อ
  2. มะขามเปียก
  3. หินขัด หรือกีวีสำหรับขัดมัน
  4. น้ำ, สีสำหรับอุดรอยรั่วของชิ้นงาน
อุปกรณ์ในการแกะลาย
  1. แท่นที่สลักลายทำด้วยชันผสมด้วยน้ำมันหมู
  2. ค้อน
  3. ลิ่ม หรือสิ่ว เป็นอุปกรณ์ในกรทำลวดลาย

วิธีทำแท่น[แก้]

เคี่ยวชันน้ำมันหมูจนเป็นเนื้อเดียวกันเทลงไปในแท่นไม้ หรือแผ่นอะลูมิเนียม แผ่นโลหะ ที่จะทำชิ้นงาน เพื่อให้เป็นรูป และขนาดตามความต้องการ จากนั้นนำมาตีหรือแกะสลักเป็นรูปต่าง ๆ (ตำนานผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน-คัวเนียม และโลหะดุนลาย, 2549)

ขั้นตอนในการทำเครื่องเงิน[แก้]

  1. นำเงินมาหลอมในเบ้า ซึ่งทำด้วยดินเผามีลักษณะกลม แล้วนำไปเผาในเตาเผาที่ เรียกว่า " เตาเฝ่า "มีลักษณะแบบสูบลมเข้า
  2. ให้เติมดินประสิวและข้าวสารตอกในขณะที่เครื่องเงินค่อย ๆละลาย เพื่อให้เนื้อเงินมีลักษณะเนียนเรียบและอ่อน
  3. ให้เติมผงถ่านลงไปในเงินที่กำลังละลาย เพื่อไม่ให้เนื้อเงินติดกับเบ้า แล้วนำเงินนั้นเทลงในเบิ้งที่ใส่น้ำมันก๊าดลงไปในเนื้อเบิ้งแล้ว ประมาณ 3-4 ของเบิ้ง จะทำให้เกิดการลุกไหม้ เพื่อให้เนื้อเงินจับตัวกันแน่น ไม่มีฟองอากาศ ลักษณะของเบิ้งนั้นทำจากดินเหนียว มีลักษณะเป็นหลุมไม่ลึก
  4. ใช้อุปกรณ์เกลี่ยหน้าเงอนให้เรียบ ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วขุดนำผงถ่านออกมา
  5. คว่ำเบิ้งลง เพื่อให้แผ่นเงินหลุดออกมา
  6. นำแผ่นเงินที่หลอมเสร็จแล้วไปชุบกำมะถันผสมน้ำ ในอัตราส่วน 2ขวด:6 ถัง น้ำจะเปลี่ยนสีเป็น สีฟ้าอมเขียว เพื่อให้กรดเข้าไปแทนที่ฟองอากาศที่อยู่ในเนื้อเงิน จากนั้นนำไปแช่ในน้ำมะขามเปียก เพื่อล้างคราบสกปรกและกรดออก โดยใช้แปรงทองเหลืองขัดจะทำให้เนื้อเงินประกายสวยมากขึ้น
  7. นำแผ่นไปขึ้นรูปตามลักษณะที่ต้องการ โดยการทุบหรือตี ขณะนั้นเนื้อเงินก็จะเย็นตัว ทำให้ยากแก่การขึ้นรูป จึงต้องนำไปเผาไฟให้ร้อนอีกรอบ เพื่อให้เนื้อเงินอ่อนตัวลง แล้วนำไปขึ้นรูปต่อ
  8. นำเงินไปขัดด้วยแปรงทองเหลือง ในน้ำมะขามเปียกผสมผงหินขัด เนื้อเงินจะได้เป็นเงามากขึ้น (สรรพช่าง: ภูมิปัญญาท้องถิ่นเชียงใหม่.เชียงใหม่ สถาบัน, 2539.)

การแกะลายนูนสูง[แก้]

ในสมัยโบราณการทำลายนูนสูง ช่าง หรือที่เรียกว่าสล่า จะทำเป็นลายนูนสูงชั้นเดียว โดยดุนลายด้านในเพียงชั้นเดียว จากนั้นก็ประกอบลายด้านหลัง ต่อมาช่างก็คิดลายสองชั้น โดยการดุนลายด้านในสองชั้น จนถึงสามชั้น ช่างจะทาลายนูนสูงโดยสังเกตจากธรรมชาติ สิ่งที่อยู่รอบตัวทุกอย่าง โดยช่างพยายามที่จะให้เหมือนจริงทุกอย่าง การทำลายนูนสูงเป็นลานที่มีความสลับซับซ้อนมาก การทำงานของช่างใช้ทั้งสมาธิ ความใจเย็น ความอดทน และใช้เวลานานมากกว่าจะได้ชิ่นงานหนึ่ง ( ลายนูนสูง, ม.ป.ป.)

ขั้นตอนในการสลักลวดลายบนขันเงิน[แก้]

  1. นำเงินที่จะสลักลวดลายใส่ไปในแท่นพิมพ์ที่ทำด้วยชัน
  2. ตอกลายจากข้างในขันเงินให้นูนออกมา
  3. ใส่ชันลงไปในขันเงินนั้นให้เต็ม และคว่ำขันเงินนั้น เพื่อแต่งลวดลายภายนอกให้สวยงามด้วยเครื่องมือชนิดต่างๆให้เหมาะสมกับลายนั้น
  4. เอาชันออกจากขันเงินโดยการลนไฟ เมื่อชันละลายก็จะหลุดออกมาจากแบบพิมพ์
  5. ผิวที่ขรุขระใช้ขัดด้วยกระดาษทรายให้ผิวเนื้อเรียบ
  6. นำขันเงินที่เสร็จแล้วนั้นไปต้มด้วยน้ำกรดผสมกำมะถัน ต้มนานประมาณ 30 นาที ให้อุณหภูมิที่สูงมาก ถ้าอุณหภูมิไม่สูง วัตถุที่ต้มจะไม่ขาว
  7. ขัดขันเงินในน้ำสะอาดด้วยแปรงทองเหลือง จะใช้ผงซักฟอกกับน้ำมะขามเปียก หรือผงหินขัดก็ได้ ขันเงินนั้นจะขาวเป็นเงางาม(สรรพช่าง: ภูมิปัญญาท้องถิ่นเชียงใหม่ : 2539, หน้า )

อ้างอิง[แก้]

  • สถาบันราชภัฏเชียงใหม่. ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่. สรรพช่าง: ภูมิปัญญาท้องถิ่นเชียงใหม่. เชียงใหม่ สถาบัน, 2539.
  • ตำนานผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน-คัวเนียม และโลหะดุนลาย. (ม.ป.ป.). [เอกสารอัดสำเนา]. เชียงใหม่: วัดศรีสุพรรณ.
  • วัวลาย หมื่นสาร ศรีสุพรรณ นันทาราม. (2549). [เอกสารอัดสำเนา]. เชียงใหม่: วัดศรีสุพรรณ.
  • ลายนูนสูง. (ม.ป.ป.). [เอกสารอัดสำเนา]. เชียงใหม่: วัดศรีสุพรรณ.