เครื่องบินกระดาษจิ๋ว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เครื่องบินกระดาษจิ๋ว (micro paper aircraft miniature) หรือ เครื่องบินจิ๋ว เป็นศิลปะการพับกระดาษ ให้เป็นรูปเครื่องบินขนาดเล็ก โดยนายชัยวัฒน์ โฆษธนาคม

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

เครื่องบินกระดาษจิ๋ว เป็นกระดาษตัดขนาดเล็ก แยกเป็นชิ้นส่วนต่างๆ ตามหลักกายภาพของอากาศยาน มีขนาดเล็กจิ๋ว ประมาณหนึ่งฝ่ามือ เป็นผลงานการริเริ่มสร้างครั้งแรกของ นายชัยวัฒน์ โฆษธนาคม อาชีพ นักกฎหมาย และนักพับเครื่องบินกระดาษจิ๋วคนแรกของโลก โดยบุกเบิกมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 การประดิษฐ์ค้นคว้าในครั้งแรกเป็นไปอย่างเรียบง่าย โดยการใช้วัสดุธรรมชาติคือ ผักบุ้ง นำมาต่อเป็นปีกเป็นหางตามรูปแบบของเครื่องบินในรูปแบบจินตนาการของเด็ก ต่อมาได้พัฒนาเป็น แผ่นตะกั่ว แล้วเปลี่ยนเป็นกระดาษในที่สุด

ผลงานเครื่องบินกระดาษจิ๋ว มีปรากฏในสื่อนิตยสารแทงโก ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2536 รายการสะเก็ดข่าว รายการสารคดี มันแปลกดีนะ รายการทไวไลท์โชว์ ในปี พ.ศ. 2549 (ออกอากาศสองครั้งคือ ปี 2549 และเดือนธันวาคม 2550) รายการกวนก่อนนอน ในปี พ.ศ. 2550 รายการไทยมุง วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 อีกทั้งได้รับการตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ แนวหน้า กรุงเทพธุรกิจ นิตยสารแอโรสเปซ กินรี หญิงไทย อาร์ซี ฟลายอิ้ง แทงโก วารสารจิ๊บจิ๊บ ของนกแอร์ ฯลฯ[1]

ในการนำเสนอผลงานงานต่อสายตาชาวต่างประเทศโดยระบบอินเตอร์เน๊ต นั้น Papermodelers.com ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ยกย่องผลงานการประดิษฐ์เครื่องบินกระดาษจิ๋ว ให้เป็นภาพปกประจำสัปดาห์ ในสัปดาห์แรกทันที ( 25 ตุลาคม 2552) เมื่อนำเสนอผลงานการประดิษฐ์สู่สายตานักประกอบชุดต่อกระดาษนานาชาติทั่วโลก [2]

การประกอบเครื่องบินกระดาษจิ๋วฝีมือคนไทยมีลักษณะและเอกลักษณ์เฉพาะตัว กล่าวคือ รูปแบบการจำลองของเครื่องบินจะมีลักษณะที่แตกต่างจาก แบบโมเดลกระดาษจำลอง ทั้งฝั่งตะวันตก และเอเชีย กล่าวคือ เครื่องบินกระดาษจิ๋วของไทย มีแนวแอโรไดนามิค (Aerodynamic curve) ขณะที่ แบบโมเดลจากทั้งสองแหล่งมีลักษณะแบนเรียบ ไม่มีเส้นโค้งนูนเป็นแนวแพนอากาศแต่อย่างใด อีกทั้ง ฝาครอบห้องนักบินมีลักษณะใส (transparent canopy) สร้างจากพลาสติกง่ายๆ ซึ่งต่างจากฟากฝั่งต่างประเทศที่ไม่สามารถสร้างแบบฝาประทุนนักบิน และการให้รายละเอียดย่อส่วนของเครื่องบินจริง ในลักษณะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศไทยนี้ได้ รวมถึงการติดตั้งระบบอาวุธ ที่สามารถติดตั้งได้ทั้งจรวด ระเบิด กระเปาะอุปกรณ์เอวิโอนิค อิเลคทรอนิคส์ และอาวุธนำวิถี

เครื่องบินกระดาษจิ๋ว เป็นวิทยาการที่ผสมผสานเอาศาสตร์หลากหลายแบบเข้าเป็นกิจกรรมของเล่นสำหรับเด็กและเยาวชน กล่าวคือ ผู้ประกอบเครื่องบินกระดาษจำเป็นต้องหาความรู้เกี่ยวกับเครื่องบิน ได้แก่ ข้อมูล ของอากาศยาน แบบสี และหลักฐานอ้างอิงอื่นๆ ก่อนลงมือทำการประกอบแบบเครื่องบินกระดาษ ด้วยเหตุว่า เครื่องบินกระดาษจิ๋วเป็นการจำลองแบบเครื่องบินจริง ศึกษา ออกแบบแล้วจึงนำมาย่อ ส่วน ออกแบบตรวจสอบเป็นแผนแบบคลี่พิมพ์ลงบนกระดาษ ปัจจุบันมีแบบเครื่องบินกระดาษจิ๋วแล้วมากกว่า 400 แบบ ซึ่ง มีการมอบให้เป็นวิทยาทานเพื่อประโยชน์การศึกษาของเด็ก ณ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ จังหวัดสมุทรปราการ โดยอีกส่วนหนึ่งตั้งแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ [3]

เอกลักษณ์เฉพาะของเครื่องบินกระดาษจิ๋วสัญชาติไทยนั้น มีความแตกต่างจากเครื่องบินกระดาษทั่วไปที่ผลิตอยู่ทั่วโลก กล่าวคือ โมเดลเครื่องบินกระดาษซึ่งประดิษฐ์อยู่ทั่วโลกนั้น มักเป็นการพิมพ์กระดาษพร้อมแบบสีเครื่องบินออกมาพร้อมกับการพิมพ์ แบบเครื่องบินจากระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนรูปแบบเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศไทยนั้น ผู้สร้างต้องลงมือทำสีเครื่องบินด้วยตนเอง และต้องลงรายละเอียดอื่นๆ เช่น ระบบอุปกรณ์สายอากาศ อาวุธ การจัดภายในห้องนักบิน แผงเครื่องวัดประกอบการบิน เก้าอี้ดีดตัว ระบบจอภาพหัวกลับ เอวิโอนิคส์ คำเตือนและแนวทางเดินของอากาศยาน ระบบฐานล้อ ฯลฯ ซึ่งปัจจุบัน ตัวอักษรแสดงหน่วยบิน และคำเตือนต่างๆ ได้ถูกย่อลงโดยระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งติดอยู่กับตัวอากาศยานนั้นๆ (CAD Computer Aided Design) ผู้ประดิษฐ์ต้องศึกษาส่วนเว้าส่วนโค้ง ระบบ จุดเชื่อมต่ออื่นๆ โดยเก็บเป็นข้อมูลไว้ ก่อนประกอบตัวอากาศยานเข้าด้วยกัน ซึ่งจะเป็นการจำลองเครื่องบินแบบ และรุ่นนั้นๆ ย่อขนาดเล็กจิ๋วมาแทบทุกส่วนสัด จนมีรายละเอียดความสมจริงสูงมาก

เครื่องบินกระดาษจิ๋ว เคยนำออกแสดงให้บุคคลสำคัญหลายท่าน ได้แก่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ในงานพิพิธภัณฑ์ของจิ๋วสัญจร ปี พ.ศ. 2549 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ในโอกาสเสด็จเปิดโรงเก็บอากาศยาน มูลนิธิอนุรักษ์และพัฒนาอากาศยานไทย ปี พ.ศ. 2536 พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในงานวันเด็กแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2550 ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ บริษัท กริพเพน อินเตอร์เนชั่นแนล (Gripen International) ผู้ผลิตเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นแบบ ซ๊าบ กริพเพน ยาส 39 อันเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 เดือน พฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2550 ในงาน ดีเฟนซ์ 2007 (Defense 2007) คุณ ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก อดีตมิสยูนิเวริส์ นอกจากนี้ เครื่องบินกระดาษจิ๋วยังเคยถูกนำออกแสดงในงานแสดงการบิน ณ สนามบินกำแพงแสน (Thai Air Show 1993) ในปี พ.ศ. 2536 อีกด้วย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้ทรงมีพระราชดำรัสในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานพิพิธภัณฑ์ของจิ๋วสัญจร และเยี่ยมชมเครื่องบินกระดาษจิ๋ว เมื่อ วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ความว่า

Cquote1.svg

สร้างได้เหมือนจริง ต่อไปเด็กๆ จะมีเครื่องบินแบบนี้แทนที่แบบพับแล้วพุ่ง

Cquote2.svg

บุคคลผู้หนึ่งที่นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการแนะนำเครื่องบินกระดาษสู่สาธารณะ คือ นาวาอากาศเอก วีระยุทธ ดิษยศริน ประธานมูลนิธิอนุรักษ์และพัฒนาอากาศยานไทย กล่าวคือ ในการแนะนำเครื่องบินกระดาษจิ๋วนี้สู๋สังคมในช่วงแรกเริ่มนั้น ประธานมูลนิธิอนุรักษ์และพัฒนาอากาศยานไทยได้ผลักดัน ให้ผู้ประดิษฐ์ คือ นาย ชัยวัฒน์ โฆษธนาคม ได้เขียนบทความในหนังสือ แทงโก ถ่ายทอดความรู้แก่เด็กและเยาวชน ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2536 ซึ่งถือเป็นวิสัยทัศน์อันสำคัญในการสั่งสมความรู้ด้านอากาศยานให้แก่เด็กและเยาวชนทั่วโลก ได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้การพับเครื่องบินกระดาษจิ๋วตั้งแต่บัดนั้น

[แก้] เครื่องบินกระดาษจิ๋ว กับการประชาสัมพันธ์ของบริษัทซ้าบ

บริษัทซ้าบ (SAAB) ผู้สร้างเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นขั้นสูง ยุคที่ 4 แบบยาส 39 กริพเพน ( SAAB JAS 39 Gripen) ได้เคยสั่งซื้อเครื่องบินกระดาษจิ๋ว เพื่อให้ในภารกิจบางประการของบริษัทฯ ปัจจุบัน เครื่องบินกระดาษจิ๋วทั้งหมด ถูกจัดเก็บไว้ ณ บริษัท ซ้าบ เมืองลิมโชปิง ประเทศสวีเดน ปัจจุบัน เครื่องบินขับไล่สกัดกั้นอเนกประสงค์แบบ ซ้าบ ยาส 39 กริพเพน (SAAB JAS 39 Gripen) ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นแบบที่ 20 ของกองทัพอากาศไทย

ปัจจุบัน มีผู้ผ่านการอบรมการประดิษฐ์เครื่องบินกระดาษจิ๋วในประเทศไทยแล้วทั่วประเทศ และเริ่มกระจายตัวออกไปยังต่างประเทศ ทั้งนี้ แม่แบบการศึกษาการประดิษฐ์เครื่องบินจิ๋วที่สำคัญในลักษณะ วิชาบูรณาการ คือ ชมรมเครื่องบินกระดาษ โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถมศึกษา กรุงเทพมหานคร กลุ่มลูกเสืออากาศ โรงเรียนดอนเมืองจตุรจินดา โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย โรงเรียนวัดราชาธิวาส ส่วนในระดับอุดมศึกษา ได้แก่ ภาควิชา วิศวกรรมศาสตร์การบินและอากาศยาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ วิทยาเขตสกลนคร ในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ปี พ.ศ. 2549 กลุ่มแอโรไดนามิค นักเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนการบิน กำแพงแสน กองทัพอากาศไทย และนักศึกษาสถาบันการบินพลเรือน

[แก้] การสร้างเครื่องบินกระดาษจิ๋ว

ปัจจุบัน แบบเครื่องบินได้รับการพัฒนาด้วยระบบการเขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์ (CAD Computer Aided Design) ผู้ประดิษฐ์สามารถสร้างสรรค์เครื่องบินแบบต่างๆ โดยใช้กรรไกรขนาดเล็ก หรือ มีดคัตเตอร์ ตัดตามแนวรอยแบบภาพวาดที่กำหนดให้ในแบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ผู้ประดิษฐ์ควรเก็บชิ้นส่วนทั้งหมดไว้ ในกล่องเพื่อป้องกันการพัดของลม เมื่อตัดชิ้นส่วนทุกชิ้นเสร็จเรียบร้อยแล้วให้พักรอไว้ โดยควรเก็บชื้นส่วนไว้ในสถานที่อับลมเพื่อป้องกันการปลิวหายของชิ้นส่วน เมื่อได้ชิ้นส่วนทั้งหมดพร้อมแล้วจึงเริ่มดัดชิ้นงานเป็นรูปทรงของชิ้นส่วนอากาศจริงตามความโค้งเว้านั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากต้องการความสมจริงของส่วนประกอบชิ้นนั้นๆ ควรใช้เครื่องมือเข้าช่วย ในการขึ้นรูป ได้แก่ แหนบ คีบ เข็มหมุด กด ดึง ดัน ตามสภาพโค้งงอของชิ้นส่วนอากาศยานชิ้นนั้นๆ

เมื่อได้ดัดพับชิ้นส่วนดังกล่าวแล้ว ให้ทำการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยใช้ลำตัวของเครื่องบินจิ๋ว เป็นแกนกลางในการจัดตำแหน่งรูปทรงให้ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์ (aerodynamic curve) ที่หากใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้ และสามารถวางจุดศูนย์ถ่วงกลาง (Center of Gravity CG) ได้ในตำแหน่งเหมาะสม เครื่องบินกระดาษจิ๋วก็จะสามารถร่อน และบินเกาะอากาศ (Glide and airborne capability)ได้ ซึ่งนับเป็นจุดเด่นที่แตกต่างสูงสุดของเครื่องบินกระดาษจิ๋วไทยเมื่อเทียบกับแบบโมเดลเครื่องบินอื่นๆ ทั่วโลก

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ http://www.bangkokbiznews.com/2006/08/02/kt_net_w005.php
  2. ^ http://www.papermodelers.com/forum/picture-week/5903-potw-october-25-2009-a.html
  3. ^ http://www.rtafmuseum.com/other-T.html

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น