ฮิกะรุ อุตะดะ
| ฮิกะรุ อุตะดะ Hikaru Utada 宇多田ヒカル |
||
|---|---|---|
![]() Utada Hikaru
|
||
|
|
||
| ชื่อเกิด | ฮิกะรุ อุตะดะ | |
| ชื่อเล่น | ฮิกกี้ | |
| วันเกิด | 19 มกราคม พ.ศ. 2526 (29 ปี) | |
| แหล่งกำเนิด | สหรัฐอเมริกา | |
| แนวเพลง | อาร์แอนด์บี, ป็อป, อิเล็กทรอนิกส์, แนวทดลอง | |
| อาชีพ | นักร้อง, นักแต่งเพลง | |
| เครื่องดนตรี | การร้องเพลง, เปียโน, กีตาร์ | |
| ปี | ค.ศ. 1998 - ปัจจุบัน | |
| ค่าย | Universal Music Group EMI Music Japan |
|
| เว็บไซต์ | เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ | |
ฮิกะรุ อุตะดะ (ญี่ปุ่น: 宇多田ヒカル Utada Hikaru อุทะดะ ฮิคะรุ ?) หรือที่รู้จักในฝั่งประเทศตะวันตกว่า อุตะดะ (Utada) เกิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 1983 เป็นนักร้องแนวอาร์แอนด์บี (R&B) และเจป็อป (J-Pop) เป็นศิลปินสาวเชื้อสายญี่ปุ่น ผู้ซึ่งประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในปัจจุบัน ด้วยความสามารถของเธอ งานเพลงเกือบทั้งหมดเธอจะเขียนและเรียบเรียงทำนองด้วยตนเอง ผลงานของเธอจากเริ่มแรก ขายได้มากกว่า 40,000,000 ชุด
แนวเพลงของฮิกะรุ อุตะดะ มักจะเป็นอาร์แอนด์บี แต่ปัจจุบัน เพลงของเธอจะเป็นแนวป็อปมากขึ้นจากการปรับปรุงทำนองของเธอเอง ซิงเกิลชุดแรกของเธอที่ประสบความสำเร็จอย่างมากคือ ซิงเกิลออโตแมติก/ไทม์วิลเทลล์ โดยเฉพาะ ออโตแมติก ได้ทำให้ชื่อเสียงของเธอเป็นที่รู้จักของคนไทยในนาม สาวน้อยมหัศจรรย์
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
[แก้] ชีวิตในวัยเด็กและการเริ่มต้น
ฮิกะรุ อุตะดะเกิดในเมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาจากพ่อแม่ชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมเพลงของญี่ปุ่น พ่อของเธอชื่อ อุตะดะ เทรุซาเนะ (ญี่ปุ่น: 宇多田 照實 Utada Teruzane อุทะดะ เทะรุซาเนะ ?) ทำงานเป็นโปรดิวเซอร์เพลงอยู่ในเมืองนิวยอร์ก คุณแม่ ชื่อ อาเบะ จุนโกะ (ญี่ปุ่น: 阿部 純子 Abe Junko อะเบะ จุนโกะ ?) อดีตเคยเป็นนักร้องชื่อดังคนหนึ่งปี ค.ศ. 1970 - ค.ศ. 1979 ชื่อในวงการเธอ คือ ฟูจิ เคโกะ (ญี่ปุ่น: 藤 圭子 Fuji Keiko ฟุจิ เคะอิโกะ ?) คุณตาและคุณยายเป็นนักร้องเพลงญี่ปุ่นโบราณ (โรเคียวคุ) และ เพลงมินโย ร้องเพลงอยู่ทั่วฮอกไกโด และโฮโตคุ อุตะดะมีผลงานการบันทึกเสียงกับคุณแม่ครั้งแรกเมื่อมีอายุได้ 12 ปี และวางจำหน่ายผลงานเพลงในชื่อ ยูทรี (หมายความว่า อุตะดะหมายเลข 3) จนกระทั่ง ค.ศ. 1996 เธอได้เริ่มทำงานเพลงเดี่ยวชื่อ "ไอว์บี สตรองเกอร์" ซึ่งเป็นผลงานเพลงแรกที่เธอได้แต่งเนื้อร้องขึ้นเอง โดยมีนามปากกาว่า "คิวบิกยู" แต่ผลงานไม่ได้ถูกวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาแต่อย่างใด จนสร้างความไม่แน่ใจในการทำงานเพลงของเธอ แต่ในที่สุด โครสทูยู ซิงเกิลเปิดตัวของเธอก็ได้วางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1997 และได้วางจำหน่ายอัลบั้มเปิดตัวอย่าง พรีเชียส ในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 28 มกราคม ค.ศ. 1998 และวางจำหน่ายซ้ำอีกครั้งเมื่อ 31 มีนาคม ค.ศ. 1999 โดยยอดวางจำหน่ายอยู่ที่ 702,060 แผ่น
[แก้] 1998 - 2003 : ประสบความสำเร็จทั่วญี่ปุ่น
อุตะดะย้ายกลับมาอยู่ในเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นในปลายปี ค.ศ. 1998 โดยทำสัญญากับโตชิบา-อีเอ็มไอในการออกผลงานซิงเกิลและอัลบั้มทั้งหมด โดยการเข้ามาในวงการเพลงของเธอเพื่อเป็นนักร้องและนักแต่งเพลงต่างจากนักร้องคนอื่นที่ต้องการเข้ามาในวงการเพื่อได้รับความนิยมและมีชื่อเสียง[1] ซิงเกิลภาษาญี่ปุ่นแรกคือ ออโตแมติก/ไทม์วิลเทลล์ ซึ่งมียอดวางจำหน่ายมากกว่า 2 ล้านแผ่น[2] และ มูวฟ์วิน' อินวิทเอาท์ยู ก็มียอดวางจำหน่ายกว่า 1 ล้านแผ่น และอัลบั้ม เฟิสต์เลิฟ ซึ่งเป็นอัลบั้มภาษาญี่ปุ่นแรกของเธอมียอดวางจำหน่ายสูงกว่า 7 ล้านแผ่นในญี่ปุ่นและ 3 ล้านแผ่นในต่างประเทศ ซิงเกิลเฟิสต์เลิฟที่วางจำหน่ายถัดมาจากตัวอัลบั้มเปิดตัว ทำให้เธอถูกบันทึกว่าเป็นสุดยอดศิลปินอันดับ 5 ของการจัดอันดับศิลปินที่ดีที่สุดในคริสตวรรษที่ 20 [3] หลังจากนั้นอีก 2 ปีที่เธอหยุดการทำงานเบื้องหน้าเพื่อทำอัลบั้มใหม่ ดิสแทนส์ อัลบั้มเพลงภาษาญี่ปุ่นลำดับที่ 2 วางจำหน่ายในปี ค.ศ. 2001มียอดวางจำหน่ายสูงถึง 3 ล้านแผ่นในสัปดาห์แรก[4] ในอัลบั้มประกอบไปด้วยซิงเกิลที่ได้รับความนิยมอย่าง แอดดิกเทตทูยู เวต & ซี:ริค ฟอร์ยู / ไทม์ลิมิตและแคนยูคีปอะซีเครต? ดิสแทนส์ จึงกลายเป็นอัลบั้มที่ยอดวางจำหน่ายสูงที่สุดในปี ค.ศ. 2001 รวม 4.43 ล้านแผ่น แอดดิกเทตทูยู เป็นซิงเกิลที่ทำสถิติเป็นซิงเกิลจากศิลปินผู้หญิงที่มียอดวางจำหน่ายเกิน 1 ล้านแผ่นในสัปดาห์แรก เวต & ซี:ริคและแคนยูคีปอะซีเครต? ถูกจัดอันดับจากโอริกอนให้เป็นซิงเกิลที่มียอดวางจำหน่ายสูงสุดอันดับ 6 และ 10 ตามการจัดลำดับซิงเกิลที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่นนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1999 - 24 เมษายน ค.ศ. 2006[5][5]
[แก้] 2004 - 2005 : เปิดสู่ตลาดต่างประเทศ
อัลบั้มรวมซิงเกิ้ลแรกของเธอที่ชื่อ Utada Hikaru Single Collection Vol.1 ออกเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2004 นั้นกลายเป็นอัลบั้มขายดีที่สุดของปี 2004 ในประเทศญี่ปุ่น ทำให้เธอเป็นศิลปินเดี่ยวที่ทำรายได้และยอดขายเป็นอันดับที่1 สี่ครั้งในชาร์ประจำปี และยังเป็นอัลบั้มที่รวมผลงานอัลบัมแรกที่ทำยอดขายเป็นอันดับที่1 ในรอบหกปี, และเป็นอัมบัมรวมของศิลปินหญิงอัลบั้มแรกที่ติด 1 ในตลอดระยะเวลา26ปี. แม้จะอัลบัมนี้จะประสบความสำเร็จแต่อัลบั้มนี้ได้รับการโปรโมทที่น้อยมาก และไม่มีเพลงหรือภาพใหม่เลย; นอกจากนี้อัลบัมนี้ยังชาร์ตของ Oricon นานกว่าผลงานอื่นๆของ Utada นับจากวันที่ปล่อยผลงานออกมา (กว่า 2 ปี) อัลบั้มขายได้มากกว่า 2,575,000 หน่วยในประเทศญี่ปุ่นทำให้เป็น 34 อัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาลในประเทศ. เดือนต่อมาเมื่อวันที่ 21 เมษายนเธอได้ออกผลงานที่ญี่ปุ่นในปีเดียวกัน (2004) ซึ่งมีชื่อว่า "誰かの願いが叶うころ(Dareka no Negai ga Kanau Koro)"ซึ่งขึ้นอันดับ1 สำหรับซิงเกิ้ลสองสัปดาห์ติดต่อกัน และขายได้ 365,000 แผ่นภายในสิ้นปีและยังเป็นเพลงธีมหลักสำหรับหนังฝีมือสามีเก่าของเธอเป็นผู้กำกับเรื่อง Casshern
ในช่วงกลางปี 2004, Utada ได้ย้ายกลับไปที่ New York และเริ่มทำงานเพลงสากลและเซ็ญสัญญาภายใต้ค่าย Island Def Jam Music Group ในวันที่ตุลาคม 5, 2004, เธอได้ออกอัลบั้มเปิดตัวครั้งแรกที่อเมริกาเป็นภาษาอังกฤษที่ชื่อว่า "Exodus" ภายใต้ชื่อ "อุตะดะ" ภายใต้สังกัด Universal. มันได้เปิดตัว1เดือนล่วงหน้า และวางแผงในวันที่ 9 กันยายนในประเทศญี่ปุ่นแถมพร้อมกับหนังสือเล่มพิเศษ ในการสัมภาษณ์ MTV, Utada กล่าวว่า "ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นสิ่งที่ฉันต้องกังวลกับมัน จะเห็นได้ชัดว่า ฉันมองในจุดที่แตกต่างอนึ่งมันยากมากๆ ที่จะหาคนเอเชียที่ประสปผลสำเร็จในฝั่งอเมริกาตอนนี้." Exodus เป็นซิงเกิลที่สี่ติดต่อกันของ Utada ที่ไปเปิดตัวที่ 1 จำนวนยอดขาย 500,000 ชุดในสัปดาห์แรก ถึงแม้ที่จัดความช่วยเหลือของ Timbaland ในการผลิตและร่วมแต่งเพลงบางเพลงในอัลบัมกับศิลปินชาวอเมริกัน แต่ก็ไม่ค่อยจะประสปผลสำเร็จเท่าที่ควร โดยขายได้ 55,000 หน่วย โดยใช้ "Easy Breezy" เป็นซิงเกิลแรกที่ใช้ในการเปิดตัวในต้นเดือนสิงหาคมปี 2004, ทำอันดับสูงสุดได้ที่ 9 ของ Billboard Hot Dance / Club Airplay และตามด้วย "Devil Inside" ในเดือนและอีกสองสัปดาห์ต่อมา และอุตะดะก็ได้ขึ้นปกของนิตยสาร Interview magazine ฉบับในเดือนมิถุนายน ปี2005
"Exodus '04"ถูกปล่อย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2005 พร้อมกับเวอร์ชันremixes จาก Scumfrog, ริชาร์ด Vission, JJ Flores และ Peter Bailey, ในสหราชอาณาจักรเพิ่มอีก 2 remixes คือ "You Make Me Want to Be a Man" จากอัลบั้ม Exodus'04 โดยใช้ชื่อว่า "You Make Me Want to Be a Man [Bloodshy & Avant Mix]" และ "You Make Me Want to Be a Man [Junior Jack Mix]. โดยในปลายปี Utada ได้รับการโหวต "Number 1 Favorite Artist of 2004" โดยสำรวจความคิดเห็นผู้อ่าน Oricon ประจำปี.
จากสี่ซิงเกิลในอัลบัมภาษาอังกฤษของเธอ "Exodus" "You Make Me Want to Be a Man" เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2005 "Devil Inside" กลายเป็นที่นิยมมากๆ ในสหรัฐอเมริกาและขึ้นอันดับ1 ของชาร์ต Billboard Hot Dance / Club Airplay และปกของทั้งอัลบัม Exodus และซิงเกิล "You Make Me Want to Be a Man" ที่วางขายที่สหราชอาณาจักรก็ได้มีการทำปกให้แตกต่างจากที่ขายในประเทศสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นรุ่นอีกด้วย
[แก้] 2005 - 2008 : กลับสู่ญี่ปุ่น
[แก้] 2009 - ปัจจุบัน : ตีตลาดอเมริกาเหนือ
[แก้] ชีวิตส่วนตัว
เนื่องจากพ่อและแม่ของเธอเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงมาก่อนในอุตสาหกรรมเพลงญี่ปุ่น จึงเป็นแรงสนับสนุนหลักในเรื่องชีวิตและการงานของเธอเป็นอย่างมาก ฮิกะรุ อุตะดะ ได้แต่งงานกับ คิริยะ คาซึอากิ ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวญี่ปุ่น ในวันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 2002 จากการสนับสนุนของพ่อและแม่ของเธอ อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ได้หย่ากันในวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 2007 ในขณะที่พ่อและแม่ของเธอนั้นเคยแต่งงานและหย่ากันมาแล้วถึง 7 ครั้ง เธอจึงไม่รู้สึกถึงความพังทลายของชีวิตคู่มากเท่าใดนัก[6] ซึ่งคิริยะได้กำกับมิวสิควิดิโอของเธอหลายเพลงด้วย
หลังจากนั้นในเดือนกันยายน ค.ศ. 2009 ได้มีข่าวจากสื่อบันเทิงในญี่ปุ่นว่าเธอได้คบกับศิลปินวาดภาพอายุ 35 ปี แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้ออกมาประกาศว่าเธอได้เลิกกับแฟนคนใหม่แล้ว เนื่องจากเหตุผลเดิมคือไม่มีเวลาให้แก่กันและกัน[7]
[แก้] ผลงาน
[แก้] อัลบั้มภาษาญี่ปุ่น
- 1999: เฟิสต์เลิฟ
- 2001: ดิสแทนส์
- 2002: ดีปริเวอร์
- 2006: อัลตราบลู
- 2008: ฮาร์ตสเตชัน
[แก้] อัลบั้มรวมฮิตภาษาญี่ปุ่น
[แก้] อัลบั้มภาษาอังกฤษ
- 1998: พรีเชียส
- 2004: เอ็กโซดัส
- 2009: ดิสอิสเดอะวัน
[แก้] ดีวีดี
- 1999: Utada Hikaru Single Clip Collection Vol.1
- 2000: Bohemian Summer 2000
- 2001: Utada Hikaru Unplugged
- 2001: Utada Hikaru Single Clip Collection Vol.2
- 2002: Utada Hikaru Single Clip Collection Vol.3+
- 2003: UH Live Streaming "20 Dai wa Ike Ike!"
- 2004: Utada Hikaru in Budokan 2004: Hikaru no 5
- 2006: Utada Hikaru Single Clip Collection Vol.4
- 2006: Utada United 2006
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- Hikki's Website — เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ โดย EMI Music Japan
- UTADA — เว็บไซต์อย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกา โดย U.S. Island Records/Universal Music Group
- บทความเกี่ยวกับ อุตะดะ — จากนิตยสาร ไทม์ เอเชีย
[แก้] อ้างอิง
- ^ "From cotton candy to acid rebels, Japan's pop scene heats up". CNN. 1999-06-15. http://www.cnn.com/SHOWBIZ/Music/9906/15/japan.pop.wb/index.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-12-18.
- ^ "藤圭子の娘・宇多田ヒカルは16歳、いきなり200万枚ヒットでR&Bクイーンに" (ในภาษาJapanese). Nikkei Business Publications. 1999-03-05. http://www.nikkeibp.co.jp/archives/052/52415.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-30.
- ^ "Announcing the Top 100 Big Artists of the 20th Century as chosen by listeners and J-wave (リスナーとJ-WAVEが選んだ20世紀のビッグ・アーティスト100人を発表!)" (ในภาษาJapanese). www.j-wave.co.jp. 1999. http://www.j-wave.co.jp/original/tokiohot100/bigartist/main.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-08-26.
- ^ Christopher John Farley (2001-09-15). "Diva on Campus". Time. http://www.time.com/time/magazine/article/0,9171,1000787,00.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2006-12-27.
- ^ 5.0 5.1 JaME - The 1st database and information website about Japanese music - www.jame-world.com
- ^ http://entertain.teenee.com/jpop/6715.html ช็อค! ฮิกะรุ อุตะดะ หย่าสามี-พ่อแม่ก็แยกทางกัน
- ^ http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9530000012897 "ฮิกะรุ อุตะดะ"โสดอีกแล้วบอกเลิกแฟนมุ่งเรื่องงาน
