ฮะชิโก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฮะชิโก
ハチ公

ฮะชิโกในวัยชรา
สปีชีส์ สุนัข
สายพันธุ์ อะกิตะอินุ
เพศ ผู้
เกิด 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1923
เมืองโอดะเตะ จังหวัดอะกิตะ จักรวรรดิญี่ปุ่น ญี่ปุ่น
ตาย 8 มีนาคม ค.ศ. 1935 (11 ปี)
ชิบุยะ โตเกียว
ที่อยู่ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติญี่ปุ่น ใน อุเอะโนะ, โตเกียว
เป็นที่รู้จัก เพราะ การรอคอยการกลับมาของเจ้าของที่เสียชีวิตแล้วเป็นเวลา 10 ปี
เจ้าของ ฮิเดะซะบุโร อุเอะโนะ
สัณฐาน ขนสีขาวเจือครีม

ฮะชิโก (ญี่ปุ่น: ハチ公 Hachikō ?) (10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2466 - 8 มีนาคม พ.ศ. 2478) เป็นสุนัขที่เป็นที่รู้จักในนามของ "สุนัขยอดกตัญญู ฮะชิโก" (忠犬) เป็นสุนัขสายพันธุ์อะกิตะ ฮะชินั้นเป็นสัญลักษณ์ถึงความจงรักภักดีอันน่าทึ่งจากการที่มันเฝ้ารอเจ้านายของมันเป็นเวลาหลายปี แม้ว่าเจ้านายของมันจะเสียชีวิตไปแล้ว

ในปัจจุบันฮาจิเป็นสัญลักษณ์ของความสัตย์ซื่อ หนุ่มสาวญี่ปุ่นจะไปสัญญารักต่อกันหน้ารูปหล่อของฮะชิโกที่สถานีรถไฟดังกล่าว

ชีวิต[แก้]

บรรยากาศสถานีชิบุยะในช่วงรัชสมัยไทโช-โชวะ

ในปี ค.ศ. 1924 ฮิเดะซะบุโร อุเอะโนะ ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาการเกษตรกรรมแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว ได้เลี้ยงสุนัขสายพันธุ์อะกิตะอินุ ไว้ และตั้งชื่อให้ว่า "ฮะชิ" ซึ่งในตอนเย็นของทุกวัน ฮะชิจะไปรอเขาใกล้ๆกับสถานีรถไฟชิบุยะ เป็นเช่นนี้อยู่ทุกวันจนกระทั่งในวันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1925 ศาสตร์ตราจารย์อุเอะโนะได้เสียชีวิตจากภาวะเลือดออกในสมอง ทำให้ในวันนั้นเจ้านายของฮะชิไม่ได้กลับไปที่สถานีรถไฟ ถึงกระนั้นในทุกๆวัน ฮะชิก็ยังคงมารอเจ้านายของมันที่สถานีชิบุยะ [1]

ตลอดช่วงเวลานั้น ฮะชิโกะกลายเป็นที่สะดุดตาของคนที่สัญจรไปมา หลายคนในสถานีรถไฟนั้นล้วนเคยเห็นฮะชิโกกับเจ้านายของเขาในแต่ละวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ในสถานีรถไฟบางคนก็ไม่ได้เป็นมิตรต่อเจ้าฮะชิโกมากซักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 1932 ภายหลังจากที่มีคนเขียนบทความเกี่ยวกับเจ้าฮะชิโกและเจ้านายของเขาลงในหลังสือพิมพ์อะซะฮิ ก็เริ่มมีผู้คนจำนวนหนึ่งที่นำขนมและอาหารไปให้แก่เจ้าฮะชิโก ซึ่งหากรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้ว เป็นเวลากว่า 9 ปีภายหลังการเสียชีวิตของศาสตราจารย์อุเอะโนะ ที่เจ้าฮะชิโกได้มาเฝ้ารอการกลับมาของเจ้านายทุกวัน

สื่อสิ่งพิมพ์[แก้]

ร่างของฮะชิโกถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติญี่ปุ่น

ค.ศ. 1932 นักศึกษาคนหนึ่งในอุเอโนะ (ที่เชี่ยวชาญในการผสมพันธุ์สุนัขอะกิตะ) เห็นฮะชิที่สถานีและตามเขาไปในบ้านโคะบะยะชิ (บ้านของอดีตคนสวนของศาสตราจารย์อุเอโนะ - โคะบะยะชิ คิกุซะโบะโระ [2]) ทำให้เขาได้ทราบถึงประวัติของฮะชิโก ไม่นานหลังจากนั้น นักศึกษาได้เผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับประชากรสุนัขอะกิตะในญี่ปุ่น ซึ่งในงานวิจัยของเขาพบว่ามีสุนัขอะกิตะเพียง 30 พันธุ์แท้ที่เหลืออยู่ ซึ่งเจ้าฮะชิโกเป็นหนึ่งในนั้น

เขากลับไปเยี่ยมฮะชิโกบ่อยขึ้น และในปีที่เขาตีพิมพ์บทความหลายเรื่องเกี่ยวกับความจงรักภักดีที่น่าทึ่งของฮะชิโกในปี 1932 หนึ่งในบทความเหล่านี้ถูกตีพิมพ์ในโตเกียว โดยหนังสือพิมพ์อะซะฮิ, ซึ่งทำให้ฮะชิเป็นที่สนใจขึ้นมาทันทีจากทั้งประเทศ เรื่องราวของฮะชิโกกลายเป็นเรื่องโด่งดังของชาติ ความสัตย์ซื่อและความทรงจำของเจ้านายของเขา เป็นที่ประทับใจของชาวญี่ปุ่นจากจิตใจที่เปี่ยมด้วยความจงรักภักดี ครูและผู้ปกครองจำนวนมากได้เล่าเรื่องนี้แก่ลูกหลานเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับเด็กที่ควรจะปฏิบัติตาม ในด้านของความจงรักภักดีและรู้คุณ

ในที่สุดความซื่อสัตย์และตำนานของฮะชิโกกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติในด้านความจงรักภักดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคจักรวรรดินิยม ที่ผู้คนจงรักภักดีต่ออย่างสุดซึ่งต่อองค์จักรพรรดิ[3]

ตาย[แก้]

ภาพสุดท้ายเกี่ยวกับฮะชิโก ในวันที่ฮะชิโกตายลง

ฮะชิโกตายลงในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ 1935 บริเวณถนนในชิบุยะ[4] ซึ่งหลังจากฮะชิโกตาย ร่างของมันได้ถูกรักษาไว้ ต่อมาในปี ค.ศ. 2011 ร่างของฮะชิโกถูกตรวจพิสูจน์ที่มหาวิทยาลัยโตเกียวเกี่ยวกับสาเหตุการตาย ซึ่งพบว่ามีพยาธิที่ตับและหัวใจ และมีปัญหาที่ระบบทางเดินอาหาร [5][6]

ป้ายอนุสรณ์ของฮะชิโก ตั้งอยู่ข้างหลุมศพของศาสตราจารย์อุเอะโนะ

ในปัจจุบันร่างของฮะชิโกถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติญี่ปุ่น[7][8] ป้ายอนุสรณ์ของฮะชิโกตั้งอยู่ในสุสานอะโอะยะมะ ในมินะโตะกุ ของกรุงโตเกียว[9] นอกจากนี้ ยังมีอนุสาวรีย์อยู่ที่หน้าสถานีรถไฟชิบุยะ ซึ่งเป็นจุดที่ฮะชิโกนั่งรอเจ้านาย

อ้างอิง[แก้]

  1. Dog faithfully awaits return of his master for past 11 years story Posted Aug 18, 2007 by Chris V. (cgull) in Lifestyle of Digital journal. Accessed July 8, 2008
  2. Bouyet, Barbara. Akita, Treasure of Japan, Volume II. Hong Kong: Magnum Publishing, 2002, page 5. ISBN 0-9716146-0-1. Accessed via Google Books April 18, 2010.
  3. Skabelund, Aaron Herald (23 September 2011). Canine Imperialism. Berfrois. สืบค้นเมื่อ 28 October 2011. 
  4. "Hollywood the latest to fall for tale of Hachiko," The Japan Times, June 25, 2009
  5. Mystery solved in death of legendary Japanese dog
  6. Associated Press, "Worms, not skewer, did in Hachiko", Japan Times, 4 March 2011, p. 1.
  7. Opening of the completely refurbished Japan Gallery of National Museum of Nature and Science "In addition to the best-loved specimens of the previous permanent exhibitions, such as the faithful dog Hachikō, the Antarctic explorer dog Jiro and Futabasaurus suzukii, a plesiosaurus native to Japan, the new exhibits feature a wide array of newly displayed items." 2007 The National Science Museum, Tokyo. Accessed November 13, 2007
  8. Kimura, Tatsuo. "A History Of The Akita Dog". Akita Learning Center. สืบค้นเมื่อ May 6, 2011. 
  9. Drazen, Patrick (2011). A Gathering of Spirits: Japan's Ghost Story Tradition: from Folklore and Kabuki to Anime and Manga. iUniverse. p. 101. ISBN 1462029426. "Aoyama Cemetery contains a memorial to Hachiko on the site of Professor Ueno's grave. Some of Hachiko's bones are reportedly buried there, but in fact, Hachiko can still be seen -- stuffed, in the National Science Museum."