แอวริล ลาวีน
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
|
|
บทความนี้อาจต้องการพิสูจน์อักษร ในด้านไวยากรณ์ รูปแบบการเขียน การเรียบเรียง คุณภาพ หรือการสะกด คุณสามารถช่วยพัฒนาบทความได้ |
| Avril Lavigne (แอวริล ลาวีน) | ||
|---|---|---|
|
|
||
| ชื่อเกิด | แอวริล ราโมนา ลาวีน Avril Ramona Lavigne |
|
| ชื่อเล่น | Av, Abbey | |
| วันเกิด | 27 กันยายน พ.ศ. 2527 | |
| แหล่งกำเนิด | เบลเลอวิลล์, รัฐออนแทรีโอ, แคนาดา | |
| แนวเพลง | ป็อป ร็อก,ป็อป พังก์,ร็อก | |
| อาชีพ | นักร้อง, นักดนตรี, นักแต่งเพลง, นักแสดง, นางแบบ | |
| เครื่องดนตรี | กีตาร์, กลอง, เปียโน | |
| ปี | พ.ศ. 2545—ปัจจุบัน | |
| ค่าย | Epic, RCA, Arista | |
| เว็บไซต์ | AvrilLavigne.com | |
แอวริล ราโมนา ลาวีน (โรมัน: Avril Ramona Lavigne) หรือ แอวริล ลาวีน (โรมัน: Avril Lavigne; คำอ่าน: /ˈævrɨl ləˈviːn/) (27 กันยายน พ.ศ. 2527—ปัจจุบัน) นักร้อง, นักแต่งเพลง, และนักดนตรีสาวชาวแคนาดา แอวริล ลาวีน เข้าวงการมาตั้งแต่เธออายุเพียง 17 ปี ในฐานะทอมบอยป๊อปพังค์เสียงคุณภาพ และในปี 2002 แอวริลก็โด่งดังไปทั่วโลกจากอัลบั้ม 6 รางวัลแผ่นเสียงทองคำขาวอย่าง Let Go ตามด้วยอัลบั้ม Under My Skin ในปี 2004 ที่เปิดตัวเป็นอันดับ 1 บนBillboard Chartและอัลบั้ม The Best Damn Thing ที่มาพร้อมเพลงดังอันดับ 1 “Girlfriend” ในปี 2007 เพลงฮิตอื่นๆของเธอจากทั้ง 3 อัลบั้ม ได้แก่ “Complicated,” “Sk8er Boi,” “I’m With You,” “Losing Grip,” “Don’t Tell Me,” “My Happy Ending,” “Nobody’s Home,” “Keep Holding On,” “When You’re Gone,” “Hot,” และ “The Best Damn Thing” นอกจากนี้แอวริลยังแต่งเพลง “Alice” เพลงประกอบภาพยนตร์ Alice in Wonderland ของ Tim Burton ในปี 2010 อีกด้วย ตลอดระยะเวลา 8 ปีในวงการ แอวริลได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ถึง 8 ครั้ง, ชนะ 7 รางวัลแคนาเดียน จูโน่ อวอร์ดส์ และมียอดขายอัลบั้มรวมกว่า 30 ล้านแผ่นและเพลงเกือบ 20 ล้านเพลงทั่วโลก
หลังจากหายหน้าจากวงการไป 2 ปี แอวริล ลาวีนในวัย 26 ปีก็พร้อมปล่อย Goodbye Lullaby สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 4 ออกมาให้แฟนๆได้ฟังกันในเดือนมีนาคม ปี 2011 ภายใต้สังกัด RCA Records โดยมีเพลง “What the Hell” เพลงซ่าสไตล์แอวริลเป็นซิงเกิ้ลเปิดตัว
“ฉันพยายามผลักดันตัวเองและไม่รั้งอะไรไว้ทั้งนั้น" แอวริลพูดถึงอัลบั้ม Goodbye Lullaby ที่แอวริลเขียนหรือร่วมเขียนเพลงทุกเพลงในอัลบั้ม, เขียนและโปรดิวส์เพลง “4 Real” และ “Goodbye” ด้วยตัวของเธอเอง "ฉันว่าเวลาที่เราอ่อนโยนและจริงใจเป็นช่วงเวลาที่เราจะสื่อถึงคนอื่นได้ดีที่สุด คนที่ได้ฟังอัลบั้มนี้แล้วจะรู้สึกร่วมไปกับเพลงตามประสบการณ์ที่เขาผ่านมา”
เพลงเร็วเด่นๆในอัลบั้ม Goodbye Lullaby ได้แก่ “What the Hell” เพลงจังหวะสนุกๆไม่สนใจใคร, “Stop Standing There” ที่เต็มไปด้วยซาด์วแบบเกิร์ลกรุ๊ปยุค ’50 ตอนต้น และ “Smile” เพลงร็อคที่แอวริลแต่งขอบคุณคนสำคัญในชีวิตของเธอ แต่อัลบั้มนี้ก็ยังเต็มไปด้วยเพลงที่สื่อถึงอารมณ์ต่างๆที่ผู้ฟังจะเข้าถึงได้ และความรู้สึกหวานปนขมที่แฟนๆอาจไม่คุ้ยเคยนักในเพลงของแอวริล เช่น เพลง “Push” ที่พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างคน 2 คนในเพลง และเพลง “Wish You Were Here” ที่เผยด้านบอบบางของเธอ
“โดยรวมแล้วอัลบั้มนี้เกี่ยวกับช่วงเวลายากลำบากต่างๆที่เราต้องก้าวผ่านในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเลิกกับคนรัก, ตกงาน, หรือเพียงแค่คิดถึงใครบางคน” แอวริลกล่าว “เราก้าวผ่านมันมาแล้วเราก็เติบโตขึ้น” อย่างเช่นในเพลง “Goodbye” ที่แอวริลแต่งแลพโปรดิวส์เองที่แสดงถึงความแข็งแรงที่จะบอกลาอดีตและก้าวต่อไป
ส่วนเพลงอื่นๆในอัลบั้ม แอวริลได้เพื่อนที่ร่วมงานกันมานานอย่างนักร้องนำ Sum 41 อย่าง Deryck Whibley, Evan Taubenfeld และ Butch Walker รวมไปถึงนักแต่งเพลง/โปรดิวเซอร์ชื่อดัง Max Martin
เนื้อหา |
ประวัติ [แก้]
คำว่า "แอวริล" (Avril) ในชื่อนั้นมาจากคำภาษาฝรั่งเศสว่า "อาวรีล" (Avril) แปลว่า เดือนเมษายน ด้วยบิดาและมารดามีเชื้อสายฝรั่งเศส ทั้งนี้ แอวริล เกิดในเดือนกันยายน
ในระยะวัยรุ่นของเธอ แอวริลได้เขียนเพลงและเล่นกีตาร์ และได้ร่วมร้องเพลงในคณะนักร้องในโบสถ์ งานเทศกาล และงานรื่นเริงประจำปีต่าง ๆ ของเมืองจนกระทั่งเมื่อ “ อองโตนิโอ แอล. เอ. รีด” (Antonio "L.A." Reid) ได้ยินเสียงของแอวริล รีดได้เสนอข้อตกลงให้เธอทำเพลง และเมื่อแอวริลอายุ 16 ปี เธอจึงได้เซ็นสัญญา
ปี 2002 สตูดิโออัลบั้มแรก เปิดตัว "แอวริล ลาวีน" [แก้]
- แจ้งเกิดในวงการดนตรีกับอัลบัมแรก Let Go ทำยอดขายได้มากกว่า 16 ล้านก๊อปปี้ ในอัลบัมชุดนี้มีเพลงฮิตติดชาร์ทอย่าง "Complicated" ,"Sk8er Boi" และ "I'm With You" อัลบัมชุดนี้ได้ร่วมงานกับ “ คลิฟ แม็กเนซ” (Clif Magness) ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ของ “ เซลีน ดิออน” (Céline Dion) “ วิลสัน ฟิลิปส์” (Wilson Phillips) และ “ ชีน่า อีสตัน” (Sheena Easton)
อีกทั้งเธอยังได้รับรางวัลทางดนตรีมากมาย เช่น เอ็มทีวี วิดีโอ มิวสิก อวอร์ดส (MTV Video Music Awards) จูโน อวอร์ดส (Juno Awards) เวิร์ลด์ มิวสิก อวอร์ดส (World Music Awards) เรดิโอ มิวสิก อวอร์ดส (Radio Music Awards) นอกจากนี้ เธอยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่(Grammys) ถึง 8 รางวัล
2004 สตูดิโออัลบั้มที่ 2 “ Under My Skin” [แก้]
* ในปี 2004 ก็สามารถคว้าอันดับ 1 จากอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักรมาได้และยังประสบความสำเร็จกับ ยอดขายสูงถึง 3 แผ่นเสียงทองคำขาวในอเมริกา (“ Tripple Platinum”) อัลบัมชุดนี้ได้ทำงานกับโปรดิวเซอร์หลายท่าน เช่น บูต์ช วอลเคอร์ (Butch Walker) โปรดิวเซอร์ของเดอะ มาร์วีลัส ทรี (the Marvelous 3) เรน เมดา (Raine Maida) โปรดิวเซอร์ของอาวเวอร์ เลดี้ พีซ (Our Lady Peace) และดอน กิวมอร์ (Don Gilmore) โปรดิวเซอร์ของลินคิน พาร์ค (Linkin Park) และเพิร์ล แจม (Pearl Jam)
- เธอเคยขึ้นปกนิตยสารมากมายหลายฉบับ (ไม่ว่าจะเป็นเซเว่นทีน,คอสโมโพลิแทน,แม็กซิม) และในนิตยสาร Canadian Business (2006) เธอขึ้นถึงอันดับ 7 ของชาวแคนนาดาที่มีอิทธิพลในฮอลลีวูด (powerful Canadians in Hollywood) เพลงของเธอจัดจำหน่ายไปแล้วมากกว่า 32 ล้านอัลบัมทั่วโลก ต่อมาเดือนกรกฎาคม 2006 เธอได้แต่งงานกับ "เดอริก วิบลีย์" แฟนหนุ่มนักร้องนำวง Sum 41 ในที่ดินส่วนตัวแถบมอนเทซิโต, แคลิฟอร์เนีย[1]
ปัจจุบันเธอได้แยกทางกับเดอริกแล้ว โดยประกาศลงทาง myspace ของเธอเองหลังจากอยู่ด้วยกันมากว่า 6 ปี ข่าวนี้สร้างความตกใจให้กับแฟนเพลงของเธออย่างมาก
2007 สตูดิโออัลบั้มที่ 3 "The Best Damn Thing" [แก้]
แอวริล ยังได้พากย์เสียงในการ์ตูนเรื่อง Over the Hedge ในบท Heather และในปี 2007 เธอกลับมาพร้อมกับอัลบัมใหม่ล่าสุด “The Best Damn Thing” ซึ่งเป็นผลงานลำดับที่สามของเธอ โดยอัลบัมใหม่นี้ เธอได้เปลี่ยนรูปแบบการร้องและแนวเพลงไปค่อนข้างมาก เธอกล่าวถึงแนวเพลงในอัลบัมนี้ว่า "เร็ว สนุกสนาน วัยรุ่น ก้าวร้าว มีความเชื่อมั่นสูง แนวดีๆ" [2] เพลง “ Girlfriend” เป็นเพลงที่แอวริลแต่งร่วมกับ Dr.Luke(โปรดิวเซอร์เดียวกับ Kelly Clarkson) และได้ถูกเลือกให้เป็นซิงเกิลแรกจากอัลบัม “The Best Damn Thing” นอกจากนั้น เธอยังได้ร้องเพลง "Keep Holding On" ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Eragon(2006)
เพลง “ Girlfriend” สามารถขึ้นอันดับ 1 ในอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นเพลงอันดับ 1 เพลงแรกของเธอในอเมริกา ส่วนในอังกฤษเพลงนี้ขึ้นสูงสุดอันดับที่ 2 [3]
ล่าสุดเธอสร้างความดังอีกครั้งกับการถ่ายภาพลงหน้าปกนิตยสาร Blender ซึ่งในรูปเธอเหมือนเปลือยท่อนบน แต่เธอบอกว่า "ฉันไม่ได้เปลือยซะหน่อย ฉันใช้บอดีสูธคาดเอาไว้ที่หน้าอก แล้วพวกเขาก็ยังใช้แทกแปะทับอีกนะ!"[ต้องการอ้างอิง]
และล่าสุด วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2553 มีการเปิดตัวหนังเรื่อง Alice in wonderlands ซึ่งเธอมีความเกี่ยวข้องโดยเธอร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ มีชื่อเพลงว่า Alice เป็นเพลงที่ได้รับความนิยม และได้รับคำวิจารณ์ถึง 4 ดาว[ต้องการอ้างอิง]
2011 สตูดิโออัลบั้มที่ 4 "Goodbye Lullabye" [แก้]
ต่อมาปี2011 เูธอได้ทำอัลบัมใหม่ขึ้นมา Goodbye lullaby เพลงเปิดตัวอัลบัม มีชื่อว่า What the Hell เป็นเพลงที่ทำเนื้อหาเศ้ราๆให้กลายเป็นเพลงสนุกสนานต่อด้วยซิงเกิ้ลที่สอง อย่าง " Smile " ซึ่งเป็นเพลงซึ้งๆแต่มีดนตรีสนุกๆแนว พังค์ร๊อคเพลงนี้มีท่อนฮุคที่ติดหูได้ไม่ยาก รวมถึงเอ็มวีที่ทำออกมาอย่างดีจนหลายคนชื่นชอบ
2012 สตูดิโออัลบั้มที่ 5 [แก้]
- 3 เดือน ต่อมาหลังจากอัลบั้ม Goodbye Lullaby ออกมา เธอได้ประกาศว่าการทำงานในสตูดิโออัลบั้มที่ 5 ของเธอได้เริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งแนวเพลงจะแตกต่างจากอัลบั้ม Goodbye Lullaby ต่อมา แอลวิน ได้เปิดเผยรายชื่อ 2 เพลงจากอัลบั้มที่ 5 ของเธอ คือ "Gone" และ "Fine" ต่อมาแอลวินได้ประกาศว่าเธออยู่ในช่วงสุดท้ายของการทำงานในอัลบั้มชุดที่ 5 ของเธอแล้ว
ผลงาน [แก้]
ผลงานอัลบัม [แก้]
- อัลบั้มชุดที่ 1 อัลบั้ม Let Go (2002)
- อัลบั้มชุดที่ 2 อัลบั้ม Under My Skin (2004)
- อัลบั้มชุดที่ 3 อัลบั้ม The Best Damn Thing (2007)
- อัลบั้มชุดที่ 4 อัลบั้ม Goodbye Lullaby (2011)
- TBA (2012)
- อัลบั้มชุดที่ 5 อัลบั้ม Here's To Never Growing Up (2013)
ผลงานการแสดง [แก้]
- 2007 The Flock
- 2006 Over the Hedge (พากย์เสียง)
- 2006 Fast Food Nation
- 2002 Sabrina, the Teenage Witch
อ้างอิง [แก้]
- ↑ ข่าวแอวริลแต่งงานใน CBC News
- ↑ MTV News - Don't Know How To Spell 'Avril Lavigne'? Prepare To Be Scolded เรียกดูเมื่อ 2007-04-20
- ↑ Chart Data: Avril LavigneMariah-Charts.com เรียกดูเมื่อ 2007-04-02
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- เฟสบุคทางการ
- ทวิตเตอร์ทางการ
- เว็ปไซด์แบรนด์เสื้อผ้า Abbey Dawn
- เว็ปไซด์น้ำหอม Black Star, Forbidden Rose, Wild Rose
แหล่งข่าวสารในไทย [แก้]