อาชีวเวชศาสตร์
อาชีวเวชศาสตร์ (อังกฤษ: occupational medicine) เป็นวิชาการแพทย์แขนงหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องการดูแลสุขภาพของคนทำงาน วิชาอาชีวเวชศาสตร์นี้ ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันโรค การรักษาโรค และการฟื้นฟูสุขภาพของคนทำงาน แต่เนื่องจากปัญหาโรคจากการทำงานส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาที่ป้องกันได้ องค์ความรู้ของวิชานี้ในปัจจุบันจึงเน้นหนักไปทางการป้องกันโรคเป็นหลัก และวิชาอาชีวเวชศาสตร์ถูกจัดว่าเป็นแขนงหนึ่งของวิชาเวชศาสตร์ป้องกันด้วย แพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญในวิชาอาชีวเวชศาสตร์นั้นเรียกว่าแพทย์อาชีวเวชศาสตร์
เนื้อหา |
ความเป็นมาของอาชีวเวชศาสตร์ [แก้]
ความสนใจในปัญหาสุขภาพของคนงานนั้น มีเกิดขึ้นเนื่องจากมีผู้สังเกตเห็นว่าการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม คนงานแต่ละคนจะต้องสัมผัสกับสารเคมีพิษ ฝุ่นละออง เสียงดัง การทำงานออกแรงในท่าทางต่างๆ ซ้ำๆ กันเป็นเวลานาน สิ่งคุกคามต่อสุขภาพแบบต่างๆ ซึ่งจะทำให้คนงานแต่ละคนเกิดโรคจากการทำงาน (occupational disease) ขึ้น ตามความเสี่ยงของลักษณะงานที่ทำ นายแพทย์ชาวอิตาลีชื่อ Bernardino Ramazzini เป็นคนแรกที่จุดประเด็นความสนใจนี้ขึ้น โดยได้เขียนสิ่งที่เขาค้นพบไว้ในหนังสือชื่อ De Morbis Artificum Diatriba (แปลว่า "โรคของคนทำงาน") ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1713[1] จากเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ ทำให้แพทย์หันมาให้ความสนใจกับการดูแลสุขภาพของคนทำงานมากขึ้น และนายแพทย์ Bernardino Ramazzini ถูกยกย่องให้เป็นผู้ให้กำเนิดวิชาอาชีวเวชศาสตร์
ขอบเขตของวิชาอาชีวเวชศาสตร์ [แก้]
ปัจจุบันวิชาอาชีวเวชศาสตร์มีขอบเขตของเนื้อหาวิชาการดังนี้
- โรคปอดจากการทำงาน เช่น ปอดฝุ่นหิน ปอดใยหิน ปอดฝุ่นฝ้าย ปอดชานอ้อย
- โรคกระดูกและกล้ามเนื้อจากการทำงาน
- โรคผิวหนังจากการทำงาน
- โรคมะเร็งจากการทำงาน
- โรคของระบบอวัยวะอื่น ๆ จากการทำงาน เช่น โรคตา โรคของระบบสืบพันธุ์ โรคระบบประสาท
- โรคจากสิ่งคุกคามทางกายภาพ เช่น เสียงดัง ความสั่นสะเทือน รังสี ความกดอากาศ
- โรคจากพิษของสารเคมี เช่น เบนซีน โทลูอีน ไซลีน, โรคจากสารโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมี่ยม
- โรคติดเชื้อจากการทำงาน
- โรคจากปัญหาการจัดท่าทางในการทำงาน และการใช้วิชาการยศาสตร์ (ergonomic) ในการแก้ไขปัญหา
- โรคจากปัญหาทางจิตสังคมในที่ทำงาน การทำงานกะดึก การทำงานผิดเวลา (shift work)
- การตรวจสุขภาพคนทำงาน เช่น การตรวจสุขภาพก่อนเข้างาน การตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจสุขภาพก่อนเกษียณ
- การดูแลผู้ป่วยก่อนกลับเข้าทำงาน (return to work) และ การประเมินความพร้อมในการทำงาน (fitness for work)
- การวินิจฉัยโรคจากการทำงาน
- การตรวจร่างกายเพื่อประเมินความสูญเสียสมรรถภาพ
- การจัดโปรแกรมดูแลสุขภาพคนทำงาน
- การวิจัยเพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ใหม่
ความสัมพันธ์ระหว่างอาชีวเวชศาสตร์กับอาชีวอนามัย [แก้]
อาชีวเวชศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของงานอาชีวอนามัย กล่าวคือ อาชีวอนามัย (occupational health) หมายถึงการดูแลสุขภาพอนามัยของคนทำงาน ผู้ดำเนินการคือผู้มีความรู้ทางด้านสาธารณสุขจากสาขาวิชาชีพใดก็ตาม ส่วนอาชีวเวชศาสตร์มีความหมายเฉพาะลงไป หมายถึงการดำเนินการดูแลสุขภาพของคนทำงานโดยใช้ศาสตร์ทางด้านการแพทย์ ดำเนินการโดยแพทย์เท่านั้น [2] ซึ่งจะต้องมีการตรวจร่างกายผู้ป่วย การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการการป้องกัน การรักษา การฟื้นฟู การส่งต่อผู้ป่วยอันเกี่ยวเนื่องจากโรคจากการทำงาน หรือการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานกับแพทย์สาขาอื่น หรือบริการสุขภาพอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย ความสัมพันธ์ของอาชีวอนามัยกับอาชีวเวชศาสตร์ อาจเปรียบเทียบได้กับศาสตร์ทางการแพทย์สาขาอื่นเช่น ความสัมพันธ์ของนิติวิทยาศาสตร์กับนิติเวชศาสตร์ หรือจิตวิทยากับจิตเวชศาสตร์ เป็นอาทิ
สถานที่ฝึกอบรมแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ในประเทศไทย [แก้]
สถานที่ฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน (Resident) ปัจจุบันมี 5 แห่งดังนี้
- ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
- ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
- ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
นอกจากหลักสูตรการเรียนเป็นแพทย์เฉพาะทางอาชีวเวชศาสตร์จากสถาบันฝึกอบรมดังกล่าวแล้ว ยังมีหลักสูตรระยะสั้น 2 เดือนที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เพื่อเพิ่มพูนความรู้สำหรับแพทย์ทั่วไป หรือแพทย์สาขาอื่นที่มีความต้องการจะเพิ่มพูนความรู้และทักษะเบื้องต้นเกี่ยวกับงานด้านอาชีวเวชศาสตร์
คุณสมบัติพึงประสงค์ของแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ [แก้]
1. มีความรู้ด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมทางคลินิก
2. รู้กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับงานด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
3. รู้เรื่องอนามัยสิ่งแวดล้อม (Environmental Health)
4. มีความรู้และทักษะเรื่องความพร้อมในการทำงาน (Fitness for Work) และการดูแลผู้ป่วยกลับเข้าทำงานได้อย่างเหมาะสม (Return to Work)
5. รู้เรื่องพิษวิทยา
6. มีความรู้ในเรื่อง การตระหนักรู้ การประเมิน และการควบคุมสิ่งคุกคามต่าง ๆ
7. มีความรู้เรื่องการเตรียมความพร้อมและการรับมือภัยพิบัติฉุกเฉิน
8. รู้เรื่องผลิตภาพและสุขภาพ
9. รู้เรื่องการสาธารณสุข การเฝ้าระวัง และการป้องกันโรค
10. รู้เรื่องงานด้านการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับงานด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม [3]
สถานที่ทำงานหลังจบการฝึกอบรมหลักสูตรแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ [แก้]
1. แพทย์ประจำกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีโรงงานหลายแห่ง เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน กลุ่มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์
2. แพทย์ประจำบริษัทขนาดกลาง และ บริษัทขนาดเล็ก
3. โรงพยาบาลภาครัฐที่ให้บริการด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
4. โรงพยาบาลภาคเอกชนที่ให้บริการด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
5. กิจการส่วนตัวด้านการให้คำปรึกษาทางด้านอาชีวเวชศาสตร์
6. หน่วยงานภาครัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม เช่น กระทรวงสาธารณสุข
7. ภาคการศึกษา เช่น อาจารย์มหาวิทยาลัย [4]