อัน จุง-กึน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อัน จุง-กึน

อัน จุง-กึน[1] (เกาหลี: 안중근, ฮันจา: 安重根, MC: An Chung-gun) เกิดเมื่อ 2 กันยายน พ.ศ. 2422 เป็นผู้นำคนหนึ่งของเกาหลีที่ต่อต้านการยึดครองของญี่ปุ่นโดยเป็นสมาชิกระดับหัวหน้าของกองทัพฝ่ายขวาเกาหลี[2][3]และเป็นผู้สังหารข้าหลวงใหญ่คนแรกของญี่ปุ่นที่มาประจำที่เกาหลี

จุง-กึนเกิดเมื่อ พ.ศ. 2422 ที่จังหวัดฮวงแช ได้รับการศึกษาตามแบบจีน จากนั้นมาเรียนที่โรงเรียนชอนจู เมื่อสำเร็จการศึกษา เขาทำธุรกิจค้าถ่านหินและประสบความสำเร็จ ญี่ปุ่นได้เข้ามาเป็นผู้อารักขาเกาหลีเมื่อ พ.ศ. 2448 และแต่งตั้งให้ อิโต ฮิโระบุมิ (伊藤博文) มาเป็นข้าหลวงใหญ่ ช่วงเวลาเดียวกันนั้น จุง-กึนได้จัดตั้งโรงเรียนโทนุยเพื่อเป็นแหล่งสอนวัฒนธรรมและความรักชาติ นโยบายของฮิโระบุมิในการเข้ามาเป็นข้าหลวงใหญ่นั้นเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและบีบบังคับให้พระเจ้าโกจงสละราชสมบัติให้พระโอรสคือพระเจ้าซุนจงใน พ.ศ. 2450 ทำให้ชาวเกาหลีลุกฮือขึ้นต่อต้าน ญี่ปุ่นได้ปราบปรามอย่างรุนแรงจนชาวเกาหลีถูกสังหารไปกว่าหมื่นคน จำนวนหนึ่งต้องอพยพหนีไปยังแมนจูเรียและรัสเซีย

อนุสาวรีย์ของอัน จุง-กึนที่นัมซัน กรุงโซล เกาหลีใต้

ฮิโระบุมิลาออกจากตำแหน่งข้าหลวงใหญ่ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2452 หลังจากนั้น เขาได้เดินทางไปตรวจราชการที่แมนจูเรียเพื่อเจรจากับตัวแทนจากรัสเซียซึ่งชาวเกาหลีระแวงว่าจะมีการเจรจาเรื่องการผนวกเกาหลีด้วย จุง-กึนได้ปลอมตัวไปยังแมนจูเรียและยิงฮิโระบุมิเสียชีวิตเมื่อ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2452 เขาถูกจับกุมทันทีโดยฝ่ายรักษาความปลอดภัยของรัสเซีย เขาถูกดำเนินคดีในฐานะนายทหารของกองทัพต่อต้านแห่งเกาหลี ไม่ใช่อาชญากร[4] ถูกสั่งประหารชีวิตเมื่อ 26 มีนาคม พ.ศ. 2452 หลังจากนั้นอีก 5 เดือน ญี่ปุ่นก็ผนวกเกาหลีเป็นอาณานิคม

อ้างอิง[แก้]

  • วุฒิชัย พูลทรัพย์. อัน ชูงกูน ใน สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: เอเชีย เล่ม 1 อักษร A-B ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กทม.ราชบัณฑิตยสถาน. 2539. หน้า 144
  1. ในสารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่ฯ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน สะกด "อัน ชูงกูน"
  2. "What Defines a Hero?". Japan Society. สืบค้นเมื่อ 2008-01-29. 
  3. "Ito, Hirobumi". Portrait of Modern japanese Historical Figures. Archived from the original on 29 January 2008. สืบค้นเมื่อ 2008-01-29. 
  4. Kang, J. (2007). 한국근대사산책 5 [Modern history of Korea Vol.5]. Seoul, Korea: Inmulgwa Sasang. ISBN 978-89-5906-075-7 p.131

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]