หมึกมหึมา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หมึกมหึมา
ขนาดเมื่อเทียบกับมนุษย์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Mollusca (มอลลัสคา)
ชั้น: Cephalopoda (หมึกและหอยงวงช้าง)
ชั้นย่อย: Coleoidea (หมึก)
อันดับ: Teuthida (หมึกกล้วย)
อันดับย่อย: Oegopsina
วงศ์: Cranchiidae
สกุล: Mesonychoteuthis
Robson, 1925
ชนิด: M. hamiltoni
ชื่อทวินาม
Mesonychoteuthis hamiltoni
Robson, 1925
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์

หมึกมหึมา หรือ หมึกโคลอสซัล (อังกฤษ: Colossal squid, Antarctic giant cranch squid) เชื่อว่าเป็นหมึกสปีชีส์ที่ขนาดใหญ่ที่สุด และเป็นสปีชีส์เดียวในสกุล Mesonychoteuthis [1]

ประเมินจากตัวอย่างที่ขนาดเล็กกว่าและยังไม่โตเต็มวัย คาดว่าขนาดตัวเต็มวัยใหญ่ที่สุดอาจถึง 14 เมตร จึงเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดใหญ่ที่สุดด้วย [2]

ข้อมูลทางชีววิทยา[แก้]

หนวดไม่เหมือนหมึกชนิดอื่นที่มีปุ่มดูดยาวเป็นแถวหรือมีฟันซี่เล็ก แต่มีทั้งปุ่มดูดและตะขอที่แหลมคม ลำตัวกว้างกว่า หนากว่า และหนักกว่าหมึกชนิดอื่น เชื่อว่ามีแมนเทิลที่ยาวกว่าหมึกชนิดอื่น แต่มีหนวดสั้นกว่าเมื่อเทียบตามสัดส่วน

จะงอยปากใหญ่ที่สุดในบรรดาหมึกที่รู้จักกัน มีขนาดและความแข็งแรงมากกว่าในหมึกสกุล Architeuthis และเชื่อว่า มีดวงตาที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรสัตว์

ถิ่นอาศัยมีบริเวณหลายพันกิโลเมตร ตั้งแต่ทวีปแอนตาร์กติก ขึ้นไปทางใต้ของทวีปอเมริกาใต้, ทางใต้ของทวีปแอฟริกา และทางใต้ของนิวซีแลนด์ กล่าวคือมีถิ่นอาศัยในมหาสมุทรทางตอนใต้ของโลกที่ล้อมรอบขั้วโลกใต้เป็นวงกลม

วงจรชีวิตของหมึกชนิดนี้เป็นที่รู้จักน้อยมาก เชื่อว่าล่าเหยื่อเช่น หนอนทะเลและหมึกชนิดอื่นในทะเลลึก โดยใช้แสงเรืองจากตัวเอง อาจกินปลาขนาดเล็ก เพราะชาวประมงจับได้ขณะจับปลาจิ้มฟัน

ยังไม่เคยมีการสังเกต การสืบพันธุ์ของหมึกชนิดนี้ แต่อนุมานได้จากลักษณะทางกายวิภาค ตัวผู้ไม่มี hectocotylus (หนวดในสัตว์ประเภทหมึกซึ่งใช้ปล่อยอสุจิไปในตัวเมีย) จึงคาดว่าใช้ ลึงค์ โดยสอดใส่อสุจิเข้าสู่ร่างกายของตัวเมียโดยตรง

เชื่อว่าศัตรูตามธรรมชาติที่สำคัญคือ วาฬสเปิร์ม ซึ่งซากวาฬจำนวนมากมีแผลบนหลัง คล้ายปุ่มดูดของหมึกขนาดใหญ่ และซากจะงอยปากหมึก ที่พบในกระเพาะของวาฬสเปิร์มแอนตาร์กติกที่อาศัยในมหาสมุทรตอนใต้ ถึง 14% เป็นของหมึกชนิดนี้ ทำให้อนุมานได้ว่ามีปริมาณ 77% ของน้ำหนักอาหารที่วาฬเหล่านี้ในบริเวณนั้นกิน มีสัตว์ชนิดอื่นอีกที่อาจกินหมึกชนิดนี้ในช่วงวัยต่างๆ ได้แก่ วาฬจมูกขวด, วาฬไพล็อต, แมวน้ำช้างขั้วโลกใต้, ปลาจิ้มฟันพาตาโกเนีย, ปลาฉลามขี้เซาแปซิฟิก และนกอัลบาทรอส โดยซากจะงอยปากจากตัวเต็มวัย พบได้แต่ในกระเพาะอาหารสัตว์ขนาดใหญ่พอจะล่าตัวเต็มวัยได้เท่านั้น เช่น วาฬสเปิร์ม และปลาฉลามขี้เซาแปซิฟิก ขณะที่นักล่าอื่นกินได้เพียงวัยอ่อน

จากตัวอย่างไม่กี่ชิ้น โดยเฉพาะซากจะงอยปากที่พบในกระเพาะอาหารของวาฬสเปิร์ม จึงคาดว่า หมึกที่โตเต็มวัยน่าจะอาศัยที่ความลึกอย่างน้อย 2,200 เมตร ขณะที่ตัวที่ยังไม่โตเต็มที่อาศัยที่ความลึก 1,000 เมตรเป็นอย่างมาก

ประวัติการค้นพบ[แก้]

  • ค.ศ. 1925 สปีชีส์นี้ถูกพบครั้งแรก โดยพบเพียงหนวด 2 เส้นในกระเพาะอาหารของวาฬสเปิร์ม
  • ค.ศ. 1981 ตัวอย่างถูกจับได้โดยเรือลากอวนของรัสเซีย ในทะเลรอสส์ นอกชายฝั่งทวีปแอนตาร์กติก ความยาวรวม 3.9 เมตร ภายหลังพบว่าเป็นหมึกเพศเมียสปีชีส์นี้ที่ยังไม่โตเต็มที่
  • ค.ศ. 2003 ตัวอย่างที่สมบูรณ์ถูกพบใกล้ผิวน้ำ ความยาวรวม 6 เมตร แมนเทิลยาว 2.5 เมตร และหนักประมาณ 195 กิโลกรัม

แม้ไม่ได้นำขึ้นเรือ แต่ประมาณว่า แมนเทิลยาวมากกว่า 2.5 เมตร หนวดเทนทาเคิลยาว 230 เซนติเมตร และหนักประมาณ 150-200 กิโลกรัม [3]

  • ค.ศ. 2007 14 กุมภาพันธ์ ตัวอย่างขนาดใหญ่ที่สุดถูกจับได้โดยเรือหาปลา ซาน แอสไปริง ของนิวซีแลนด์ นอกชายฝั่งทวีปแอนตาร์ติกา และนำขึ้นเรือกลับมาศึกษา ความยาวรวม 10 เมตร หนัก 494 กิโลกรัม และประกาศเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ ว่าเป็นหมึกขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยจับได้

ความยาวนี้ยังน้อยกว่าขนาดโตเต็มวัยที่คาดการณ์ไว้ แม้เบื้องต้นคาดว่าเป็นเพศผู้ แต่ก็ยังไม่ทราบเพศ (15 มีนาคม 2007) ตัวอย่างถูกแช่แข็งก่อนเคลื่อนย้ายไป เต ปาปา ตองแกร์วา พิพิธภัณฑ์แห่งชาตินิวซีแลนด์ [4] [5] [6] [7] [8]

รูปภาพ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]