สนธิสัญญารามเสส-ฮัททูซิลี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สนธิสัญญาฉบับฮิตไทต์ ซึ่งเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบัน

สนธิสัญญารามเสส-ฮัททูซิลี หรือ สนธิสัญญาคาเดซ มีการลงนามและให้สัตยาบันระหว่างศตวรรษที่ 13 ก่อนคริสตกาล ระหว่างฟาโรห์รามเสสที่ 2 แห่งอียิปต์ และกษัตริย์ฮัททูซิลีที่ 2 แห่งฮิตไทต์ จุดประสงค์ของข้อตกลงนี้คือสร้างและรักษาความสัมพันธ์อย่างสันติระหว่างทั้งสองฝ่าย มันเป็นความตกลงที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่รู้จักกันจากตะวันออกใกล้[1][2][3] และเป็นสนธิสัญญาฉบับเขียนที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบัน (ซึ่งอาจมิใช่สนธิสัญญาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก)[4] สนธิสัญญาดังกล่าวมีการจารึกไว้ในภาษาอียิปต์ ดังที่ปรากฏในกำแพงเทวสถานด้วยไฮโรกลิฟฟิก และในอดีตจักรวรรดิฮิตไทต์ ซึ่งปัจจุบันคือ ประเทศตุรกี ที่ซึ่งมันถูกเก็บรักษาไว้บนแผ่นจารึกดินเผา

เบื้องหลัง[แก้]

สนธิสัญญาดังกล่าวมีการลงนามเพื่อยุติสงครามอันยาวนานระหว่างจักรวรรดิฮิตไทต์และอียิปต์ ผู้ซึ่งสู้รบกันมานานกว่าสองศตวรรษเพื่อครองความเป็นใหญ่เหนือดินแดนเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ความขัดแย้งถึงจุดสูงสุดเมื่ออียิปต์พยายามรุกรานเมื่อ 1274 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งถูกหยุดยั้งโดยฮิตไทต์ที่เมืองคาเดซ ริมฝั่งแม่น้ำออรอนตีส ซึ่งปัจจุบันอยู่ในซีเรีย ยุทธการคาเดซสิ้นสุดลงโดยที่ทั้งสองฝ่ายสูญเสียรี้พลไปเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีฝ่ายใดสามารถเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งได้อย่างเด็ดขาด ความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไปอีกนานกว่าสิบห้าปีโดยที่ไม่มีฝ่ายใดแพ้ชนะก่อนหน้าจะมีการลงนามในสนธิสัญญาดังกล่าว ถึงแม้ว่ามันมักจะถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "สนธิสัญญาคาเดซ" ความจริงแล้วสนธิสัญญาดังกล่าวเว้นช่วงเวลาจากยุทธการดังกล่าวไปนานมาก และชื่อเมืองคาเดซมิได้ถูกเอ่ยถึงในสนธิสัญญา คาดกันว่าสนธิสัญญาดังกล่าวมีการเจรจากันโดยคนกลางโดยที่พระมหากษัตริย์ทั้งสองฝ่ายมิได้ทรงมาพบปะกัน[5] ทั้งสองฝ่ายมีเจตนาที่จะสร้างสันติภาพ อียิปต์เผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่เพิ่มมากขึ้นจาก "ชาวทะเล" ขณะที่ฮิตไทต์กังวลกับการขยายอำนาจของอัสซิเรียทางตะวันออก สนธิสัญญาดังกล่าวมีการลงนามในปีที่ 21 ในรัชสมัยของรามเสสที่ 2 (1258 ปีก่อนคริสตกาล) และยังคงมีผลบังคับใช้จนกระทั่งจักรวรรดิฮิตไทต์ล่มสลายลงอีกแปดสิบปีต่อมา[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. Barker, Craig J. International Law and International Relations. Continuum International Publishing Group, 2000, ISBN 0826450288, p. 2.
  2. Zeitschrift für Assyriologie und vorderasiatische Archäologie. Walter de Gruyter & Co, 1999, p. 149.
  3. The Peace Treaty Between Ramses II and Hattusili III
  4. Fitzgerald, Stephanie. Ramses II: Egyptian Pharaoh, Warrior, and Builder, p. 64. Compass Point Books, 2008. ISBN 9780756538361
  5. Bederman, David J. International law in antiquity, pp. 147-150. Cambridge University Press, 2001. ISBN 9780521791977
  6. Burney, p. 233