สกุลปลาแองหวู
| สกุลปลาแองหวู | |
|---|---|
| Semilabeo notabilis | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Animalia |
| ไฟลัม: | Chordata |
| ชั้น: | Actinopterygii |
| อันดับ: | Cypriniformes |
| วงศ์: | Cyprinidae |
| วงศ์ย่อย: | Labeoninae |
| สกุล: | Semilabeo W. K. H. Peters, 1881 |
| ชื่อพ้อง | |
ปลาแองหวู (เวียดนาม: Anh Vũ cá) เป็นสกุลของปลาน้ำจืดในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Semilabeo
ปลาแองหวู มีลำตัวเรียวยาวทรงกระบอก สีน้ำตาลตลอดทั้งลำตัว มีจุดเด่น คือ มีส่วนปากบริเวณปากบนบริเวณรอบ ๆ ปากเป็นกระดูกอ่อนที่เป็นสันหนา เห็นได้ชัดเจน อาศัยอยู่รวมเป็นฝูง หากินอาหารบริเวณใต้พื้นน้ำ มีความยาวโดยเฉลี่ยประมาณ 20-30 เซนติเมตร
แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ
- Semilabeo notabilis Peters, 1881
- Semilabeo obscurus Lin in Zheng, 1981
มีวงจรชีวิตที่เป็นปลาอพยพและวางไข่ โดยจะพบได้เฉพาะในจีนตอนใต้และเวียดนามตอนเหนือเท่านั้น ในฤดูน้ำหลาก จะว่ายทวนน้ำขึ้นมาวางไข่ในลำธารที่ตื้น และน้ำใสสะอาด ก่อนที่ลูกปลาจะโตขึ้น และว่ายกลับคืนสู่น้ำลึกเมื่อโตขึ้น
ปลาแองหวู เป็นอาหารรสเลิศมาตั้งแต่อดีต โดยเฉพาะกับชาวเวียดนาม โดยในอดีต ขุนนางได้ออกล่าเพื่อเอาส่วนปากที่หนาไปเป็นเครื่องประดับบารมี เช่นเดียวกับนอแรด, เขากวาง, กรามหรือครีบของปลาฉลาม เป็นต้น และส่วนปากนั้น มีความเชื่อว่าเป็นยาเสริมสมรรถนะทางเพศเช่นเดียวกับยาไวอะกร้าในปัจจุบัน และส่วนกระเพาะก็เชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ เนื่องจากเชื่อว่าปลาจำพวกนี้จะกินพืชที่ใต้น้ำลึกที่มีสรรพคุณทางยา
ปัจจุบัน ปลาแองหวูเป็นปลาที่หาได้ยากมากขึ้น ใกล้จะสูญพันธุ์มากขึ้น จากการจับมากขึ้นและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ในหลายพื้นที่ที่เคยพบก็หายสาบสูญไป ทำให้มีราคาขายที่แพงมาก ถึงกิโลกรัมละ 800,000 ด่ง (ประมาณ 38 ดอลลาร์) ถึง 1,000,000 ด่ง (ประมาณ 45 ดอลลาร์) ในกรุงฮานอย ซึ่งทางการเวียดนามจึงให้มีการเพาะขยายพันธุ์และปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ด้วยวิธีการผสมเทียม[2]