วลาดที่ 3 นักเสียบ
|
|
ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้เพื่อความสะดวกในการศึกษาเพิ่มเติมของผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความ เนื่องจากคำดังกล่าวยังไม่มีบทความในภาษาไทย ป้ายนี้จะถูกนำออกเมื่อมีเนื้อหาพอสมควรแล้ว |
| วลาดที่ 3 แดรกคิวล่า | |
|---|---|
ภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดของวลาดที่ 3 วาดขึ้นหลังถึงแก่มรณกรรม[1][2] |
|
| เกิด | พฤศจิกายนหรือธันวาคม ค.ศ. 1431[1] ซิกิชวาร่า ทรานซิลเวเนีย ราชอาณาจักรฮังการี |
| เสียชีวิต | ธันวาคม ค.ศ. 1476[1] (45 ปี) บูคาเรสต์ วาลาเคีย |
| ประเทศที่เป็นพลเมือง | ประเทศโรมาเนีย |
| ผลงานเด่น | ประกาศเอกราชวาลาเคียจากอิทธิพลของออตโตมัน |
| ศาสนา | คาทอลิก |
วลาดที่ 3 เจ้าชายแห่งแคว้นวาลาเคีย (ค.ศ. 1431-1476) หรือที่รู้จักกันดีในสมญา นักเสียบ (อังกฤษ: The Impaler; โรมาเนีย: Vlad Ţepeș) หรือ แดรกคิวล่า ทรงปกครองแคว้นวาลาเคีย 3 สมัย ส่วนใหญ่ตั้งแต่ พ.ศ. 1999 ถึง พ.ศ. 2005
ในทางประวัติศาสตร์แล้ว วลาดที่ 3 ทรงเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีถึงการต่อต้านจักรวรรดิออตโตมันและการขยายตัวในทวีปยุโรป[3] และการลงโทษอย่างโหดร้ายต่อศัตรูของพระองค์[4] พระองค์ยังทรงเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าเป็นแรงบันดาลใจของชื่อแวมไพร์ในนวนิยายเรื่อง แดรกคิวล่า ของบราม สโตกเกอร์[4]
ประวัติ [แก้]
วลาด เซเปช มีชื่ออื่น คือ วลาดที่ 3 จอมเสียบ หรือที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งคือ วลาดิสลาฟ ดรากูลา เป็นลูกชายของ วลาด ที่ 2 ดรากูล (ซึ่งคำว่าดรากูล DRACUL มาจากคำว่าดราก้อน DRAGON) ดรากูล นั้นได้รับ ตรากล้าหาญ the Order of the Dragon จาก พระจักรพรรดิซิจิสมุนด์
ในวัยเยาว์ พระองค์และพระอนุชา ราดู ผู้รูปงาม (Radu Cel Frumos) ถูกส่งไปเป็นตัวประกันภายใต้จักรวรรดิออตโตมานในฐานะประเทศราช พระบิดาของพระองค์ วลาดที่ 2 และพระเชษฐา เมียร์ชาที่ 2 (Mircea II) ถูกพวกขุนนางภายใต้สังกัดฮังการีสังหารในปี ค.ศ. 1447 เพื่อเป็นการกำจัดอิทธิพลของฮังการีในวาลาเคีย จักรวรรดิออตโตมานจึงส่งกองทัพมายึดวาลาเคีย และตั้ง วลาดที่ 3 ในวัย 17 ปี เป็นเจ้าชายผู้ครองรัฐภายใต้จักรวรรดิออตโตมาน แต่วลาดที่ 3 ก็ต้องสูญเสียบัลลังค์ เมื่อ ฮุนยาดี ยานอช (Hunyadi János) ผู้สำเร็จราชการของฮังการี นำทัพเข้าพิชิตวาลาเคีย วลาดจึงต้องหนีไปอยู่ที่มอลดาเวียกับ บ็อกดานที่ 2 (Bogdan II) เจ้าชายแห่งมอลดาเวียซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง ภายหลัง บ็อกดาน ถูกลอบสังหาร จึงหนีไปอยู่ฮังการี ซึ่งฮุนยาดีประทับใจในความรู้ความสามารถของวลาด และความเกลียดชังของวลาดที่มีต่อสุลต่านพระองค์ใหม่ สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ฮุนยาดีจึงตั้งเป็นที่ปรึกษา หลังจากฮุนยาดีถึงแก่อสัญกรรม วลาดได้นำกำลังเข้ายึดวาลาเคียจาก วลาดิสลาฟที่ 2 (Vladislav II) และขึ้นครองบัลลังค์
ค.ศ. 1459 สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ได้ส่งทูตมาเรียกร้องบรรณาการจากวาลาเคีย วลาดปฏิเสธที่จะจ่ายบรรณาการ และสังหารทูตโดยการตอกตะปูกับผ้าโพกหัวให้ติดกับศีรษะ สุลต่านทรงพิโรธ และส่งทหารเข้าโจมตีวาลาเคียในปี ค.ศ. 1462 ซึ่งวลาดได้รบแบบกองโจรและประสบความสำเร็จหลายครั้ง แต่ภายหลังวลาดต้องแพ้เพราะมีขุนนางไส้ศึก ออตโตมานเข้าพิชิตวาลาเคีย และตั้ง ราดู ผู้รูปงาม (Radu Cel Frumos) พระอนุชาของวลาด ซึ่งเป็น ชาวมุสลิมและสวามิภักดิ์ออตโตมาน ขึ้นบัลลังค์ วลาดได้หนีไปขอความช่วยเหลือจากพันธมิตรของพระองค์คือฮังการี แต่กลับถูกจับกุมตัวโดย พระเจ้ามะติอัช (Corvin Mátyás ภาษาอังกฤษเรียก Matthias Corvinus) ซึ่งเป็นบุตรชายของ ฮุนยาดี ยานอช และเป็นกษัตริย์แห่งฮังการี เนื่องจากพระเจ้ามะติอัชไม่ต้องการจะเปิดศึกกับออตโตมาน ทั้งนี้เนื่องจากพระองค์ได้รับเงินสนับสนุนจากพระสันตะปาปาให้ช่วยวลาดทำสงครามกับออตโตมาน แต่พระองค์ทรงใช้ไปกับการอื่นแล้ว จึงไม่ต้องการจะทำศึกกับออตโตมานอีก พระองค์จึงได้ทำจดหมายปลอมแปลงว่าวลาดฝักใฝ่สวามิภักดิ์ต่อออตโตมานโดยวางแผนทรยศฮังการีและยังเป็นผู้นำที่โหดเหี้ยมอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเหตุใดพระองค์จึงไม่ช่วยวลาดในการทำสงคราม และยังแสดงถึงความชอบธรรมในการจับกุมตัววลาดอีกด้วย
วลาดถูกปล่อยตัวในปี ค.ศ. 1474 และในปี ค.ศ. 1476 ราชอาณาจักรฮังการีได้ตัดสินใจที่จะสนับสนุนวลาดให้กลับไปยึดวาลาเคียอีกครั้ง วลาดสามารถยึดบัลลังค์จาก บาซารับ ลาโยตู (Basarab Laiotă) ได้ และปกครองบัลลังค์วาลาเคียเป็นสมัยที่ 3 ซึ่งพระองค์ปกครองได้ไม่นาน ก็ได้ถูกสังหารลงในการรบกับออตโตมาน
เนื่องจาก วลาด เซเปช เป็นนักรบที่ชอบวิธีการทรมานเชลยที่จับมาได้ด้วยวิธีที่โหดเหี้ยม โดยจะชอบการทรมานด้วยวิธีการ เอาไม้แหลมมาเสียบทะลุตัวเชลยที่จับมาได้ โดยจะเสียบประจาน ไว้ตามทุ่งหญ้ากว้าง ด้วยวิธีเสียบตั้งแต่ทวารหนัก จนถึงปาก จนเชลยเสียชีวิตในที่สุด ทำให้ วลาด เซเปช กลายเป็นแรงบันดาลใจของ บราม สโตกเกอร์ (Bram Stoker) ในการเขียนนวนิยายเรื่อง แดร็กคิวล่า Dracula (Drăculea) หรือ เคาท์แดร็กคิวล่า Count Dracula
อ้างอิง [แก้]
- ↑ 1.0 1.1 1.2 Florescu, Radu R. & McNally, Raymond T. (1989). Dracula, prince of many faces: his life and his times. Little, Brown and Company. ISBN 0-316-28655-9. Unknown parameter
|authorllink1=ignored (help) - ↑ Florescu, Radu R. & McNally, Raymond T. (1989). pp. 74–75. Missing or empty
|title=(help) - ↑ Count Dracula's Legend
- ↑ 4.0 4.1 "Vlad III". Encyclopædia Britannica Online. 2010. สืบค้นเมื่อ 26 May 2010.
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
- The Politics of Dracula
- Vlad Tepes — Dracula Between Hero and Vampire
- Vlad Tepes, The Historical Dracula
- Vlad III Dracula
- Vlad's Biography
- The Tale of Dracula Russian manuscript circa 1490, with English translation.
- The Real Life of Dracula
- Dark Prince: The True Story of Dracula (2000) (TV)
- Coins attributed to Vlad III Tepes
- Vlad Tepes Dracula and Vampire Myth
- [1]